Movie ReviewREVIEW

ดูมาแล้ว: SQUID GAME 2 งานพาณิชย์ที่เล่าเรื่องได้อย่างมีศิลปะ

ฤดูฉายแรกของ ‘Squid Game’ สร้างปรากฏการณ์ ประสบความสำเร็จทั้งเงินและกล่อง สานต่อความสำเร็จกระแสนิยมวัฒนธรรมเกาหลี (Hallyu) ที่เหมือนกำลังอ่อนแรงลง หลังซัดกระหน่ำไปทั่วโลกทั้งเพลง, หนังจอใหญ่, ซีรีส์, แฟชัน, อาหาร ฯลฯ อยู่พักใหญ่

ด้วยความสำเร็จที่ได้รับ บทสรุปปลายเปิดโล่งอย่างที่เห็นในฉากสุดท้ายของฤดูฉายแรก คงเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก ๆ หากไม่ถูกสานต่อ เพราะ ‘Squid Game’ ไม่ได้ประสบความสำเร็จแค่การเป็นซีรีส์ในบริการสตรีมิงที่ฮิตและคว้ารางวัล ได้รับเสียงวิจารณ์ในเชิงบวก แต่หนวดของเกมปลาหมึกเกมนี้ยังคว้าเงินคว้าทองจากการขายสินค้าต่าง ๆ ที่ผูกหรืออิงกับเรื่องราว กับตัวละครของเรื่องอีกด้วย

เรื่องราวในฤดูฉายที่ 2 เริ่มต้นจากฉากสุดท้ายของฤดูฉายแรก ซองกีฮุน (Seong Gi-hun) รับบทโดยอีจองแจ (Lee Jung-jae) ผู้ชนะการเล่นเกมจากปีแรกที่กำลังจะเดินทางไปหาลูกในต่างแดนต้องเปลี่ยนใจกระทันหัน เมื่อรับโทรศัพท์จากชายลึกลับที่เกี่ยวข้องกับเกมเดิมพันชีวิตที่เขาเล่น และเหตุการณ์นี้ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวในฤดูฉายที่ 2 ที่ทั้งตัวเรื่อง ตัวละครกีฮุน กระทั่งการนำเสนอ สานต่อจากที่เริ่มไว้ในปีก่อนหน้าอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

หลังกีฮุนตอบโต้กับปลายสายด้วยบทสนทนาและท่าทีที่อาจทำให้นึกถึงไบรอัน มิลส์ (Brian Mills) ตัวละครที่เลียม นีสัน (Liam Neeson) เล่นเอาไว้ใน ‘Taken’ ทั้ง 3 ภาค เวลาก็โดดมาที่อีก 3 ปีต่อมา (ซึ่งเท่ากับระยะห่างของฤดูฉายแรกกับฤดูฉายล่าสุด) กีฮุนล่าตัวชายหนุ่มที่ชวนเขาเล่นเกมต๊กจีเมื่อ 3 ปีก่อนอย่างบ้าคลั่ง ทั้งด้วยตัวเองและจ้างทีมของนายทุนเงินกู้นอกระบบ เพราะชายคนนี้คือเบาะแสเดียวในการตามหาผู้อยู่เบื้องหลังของเกมที่เขาเล่น และในที่สุดเขาก็ได้พบชายหนุ่มคนนั้น ได้เล่นเกมรัสเซียน รูเล็ตต์ที่เคยเห็นในหนัง ‘The Deerhunter’ ด้วยกัน ก่อนกีฮุนจะได้กลับไปเล่นเกมเดิมพันชีวิตอีกครั้ง แต่ด้วยความตั้งใจที่ไม่เหมือนเดิม และหนนี้เขามีฮวางจุนโฮ (Hwang Jun-ho) ของวีฮาจุน (Wi Ha-joon) เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตามหาพี่ชายในฤดูฉายแรก ที่พบว่าเขาคือผู้ควบคุมเกมเดิมพันชีวิต ให้ความช่วยเหลือ

อาจจะรู้สึกว่าเรื่องของ ‘Squid Game’ น่าจะเป็นงานวนลูป ที่สัมผัสได้ถึงอิทธิพลของภาพยนตร์และซีรีส์หลายต่อหลายเรื่อง ‘Battle Royale’, หนังชุด ‘The Hunger Games’, ‘Alice in Borderland’, ‘Ready or Not’, ‘The Hunt’ หรือกระทั่ง ‘Saw’ เมื่อตัวละครกลับไปสู่สถานการณ์เดิม ๆ

แต่นั่นก็เป็นเพียงความรู้สึก เพราะท่ามกลางจุดแข็งเดิม ๆ ของซีรีส์ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างตัวละครที่แข็งแรง มีเสน่ห​์ มีคนที่คนดูรัก ชัง จนต่อให้มีเวลาในเรื่องไม่เท่าไหร่ก็เป็นที่จดจำของผู้ชม ซึ่งต้องให้เครดิตกับการแสดงด้วยเช่นกัน เมื่อสร้างมิติและทำให้ผู้ชม “รู้สึก” กับคนเหล่านั้นสำเร็จ จังหวะในการเล่าเรื่องที่ลงตัว เรื่องเรียกน้ำตาผู้ชม ความตื่นเต้น ฉากแอ็กชัน อารมณ์ขัน ที่นอกจากไม่รบกวนกัน หลายครั้งยังผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ตัวเรื่องมีลูกล่อลูกชน มีสับขาหลอก ทั้งจากสถานการณ์ที่พลิกผัน ทั้งจากการกระทำของตัวละครที่ผิดไปจากที่เห็น เหตุการณ์ต่าง ๆ ก็น่าติดตามจนไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนใช้เวลาดูรวดเดียวครบทั้ง 7 ตอน

‘Squid Game 2’ ยังมีสัมผัสของความแตกต่าง ที่ทำให้รู้สึกถึงความสดใหม่ ซึ่งไม่ใช่แค่ให้ตัวละครได้เล่นเกมใหม่ ๆ ที่สนุก สยอง ลุ้นระทึกกว่า หากโทนของเรื่องยังผิดแผก เมื่อเติมความเป็นหนังแอ็กชันเต็มรูปมากขึ้นเข้ามา ผ่านการเดินหน้าสู้กับเหล่าผู้คุมและคนที่อยู่เบื้องหลังการแข่งขัน การตามหาที่ตั้งของสถานที่เล่นเกมที่พ่วงเรื่องหนอนบ่อนไส้ ก็ช่วยเติมมิติให้ตัวเรื่อง รวมถึงเพิ่มอารมณ์ขันแบบการ์ตูน ซึ่งลดความเคร่งเครียดและทำให้ซีรีส์มีอารมณ์หลากหลาย ที่มาจากสถานการณ์ในเรื่องบ้าง จากการสร้างตัวละครสีสันฉูดฉาดเกินเบอร์บ้าง แม้อย่างหลังอาจรู้สึกน่ารำคาญ แต่ก็เป็นอีกปัจจัยที่ดึงผู้ชมให้ติดหนึบ ด้วยความอยากรู้ว่าชะตากรรมของเขาคนนี้หรือเธอคนนั้นจะลงเอยได้สมกับที่ตัวเองชิงชังหรือไม่ ซึ่งพอสังเกตได้ว่าตัวละครบางรายถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์แบบนี้ ดูได้จากองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ขับเน้นเต็มที่ เสื้อผ้าหน้าผม การแสดงออก การใช้ดนตรีประกอบ กระทั่งการเลือกนักแสดงมาเล่น

พวกคนเล่นเกมใหม่ ๆ ยังเป็นตัวแทนคนกลุ่มใหม่ที่ตกเป็นเหยื่อความโลภ หรือการดิ้นรนไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า ด้วยวิธีการใหม่ ๆ จนตัวเองถูกมัดเข้ากับปัญหา และต้องหาทางออกที่แม้จะเป็นทางลัดหากก็เสี่ยง ด้วยการเล่นเกมเดิมพันชีวิต บางคนก็เข้ามาด้วยสถานการณ์เดิม ๆ การพนันพื้น ๆ หรือเพราะความยากจนที่ทำให้มีหนี้ก้อนโตก็มีเงื่อนไขซับซ้อนมากขึ้น บ้างเข้ามาพร้อมกับลูกในครรภ์ หรือเป็นแพ็คครอบครัว บางรายก็เป็นตัวแทนคนบางกลุ่มในสังคม อย่าง หนุ่มแอลจีบีทีคิว โดยชะตากรรมของแต่ละคนคาดเดาไม่ง่ายว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน จะไปเมื่อไหร่ ซึ่งไม่ใช่เพียงทำให้ผู้ชมลุ้นกับตัวละคร แต่ยังเผยความละเอียดในการเลือกนักแสดง เมื่อแต่ละคนขึ้นจอด้วยการแสดงและ “เสน่ห์” ที่ทำให้คนดูรัก เห็นใจ และเอาใจช่วยได้โดยไม่ต้องพูดมาก แสดงออกเยอะ หรือเห็นกันนาน แล้วพอที่ถูกกำจัดอย่างรวดเร็ว นอกจากทำให้ผู้ชมช็อค ยังย้ำว่าชีวิตพวกเขาไม่แน่ไม่นอน ทุกคนพร้อมตายได้ในทุกสถานการณ์

ตัวเรื่องยังนำเสนอมุมมองใหม่ ๆ ผ่านตัวละครใหม่ในฝั่งผู้ควบคุมเกม ทั้งรองผู้ควบคุมเกม ทั้งสาวเกาหลีเหนือนักแม่นปืน ที่พาผู้ชมไปรับรู้ความสัมพันธ์ของตัวละครในกลุ่มนี้ได้ “ลึก” กว่าฤดูฉายแรก

ตัวละครเดิม ๆ ก็มีพัฒนาการในตัว กีฮุนไม่ใช่หนุ่มสมองทึบ ที่มีไหวพริบ ปฏิภาณ แต่เป็นคนที่มีบาดแผลในใจฝังลึก ไม่ใช่คนหงอ ๆ แต่เป็นหนุ่มใหญ่ที่กล้าบวก เตรียมพร้อมเข้าสู่สนามรบ จนสัมผัสได้ถึงเส้นทางชีวิตแบบเดียวกับซาราห์ คอนเนอร์ (Sarah Connor) จาก ‘The Terminator’ มาสู่ ‘Terminator: Judgement Day’ ฮวางจุนโฮดูเด็ดเดี่ยวมากขึ้น ส่วนฟรอนต์แมนก็เผยตัวตน ยกระดับบทบาท ความสำคัญขึ้นอีก จนเป็นตัวละครที่มีความซับซ้อนมาก ๆ อีกราย

เกมใหม่ ๆ ทำให้ผู้ชมเพลินไปกับสีสันใหม่ของการเล่น กฏกติกาที่เพิ่มเข้ามาก็ทำให้เรื่องสนุก-ซับซ้อนขึ้น แล้วยังขับเน้นบางแง่มุมทางสังคมไปด้วย เช่น การแบ่งแยกคนที่ “เล่นเกมต่อ” กับ “ไม่เล่นต่อ” โดยมีสัญลักษณ์ชัดเน้นการเป็นพวกใครพวกมัน จนภาพสถานการณ์ทางการเมืองในหลาย ๆ ประเทศทาบทับได้พอดี แต่ถ้าไม่คิดอะไรความบันเทิงก็ไม่สูญหาย แต่ถ้าคิดก็จะเห็นบางมุมมองที่เกี่ยวพันกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งที่มาที่ไปของตัวละครก็ทำให้เห็นอะไรแบบนี้ด้วยเช่นกัน

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถูกใส่เข้ามาในเรื่องที่นำเสนอโดยเน้นความบันเทิงได้อย่างกลมกลืน ไม่รู้สึกถึงการยัดเยียด ไม่ได้ขัดขวางความสนุกสนาน แต่ก็ไม่ได้ยากที่จะรู้สึกหรือต้องตีกันวุ่นวาย โครงสร้างเดิม ๆ ตัวละครเข้าไปสู่เกมรูปแบบเดิม ๆ ก็จริง หากเนื้อในและตัวละครก็มีรายละเอียด มีความแตกต่างมากพอ ที่จะทำให้เรื่องเล่าคราวนี้เดินหน้าไปด้วยความสดใหม่ สนุกสนาน มีความคมคายของประเด็นต่าง ๆ ทางสังคมที่ไม่หนักอึ้งหรือน่ารำคาญ จนเป็นงานพาณิชย์ที่มีศิลปะในการเล่าเรื่อง จนความบันเทิงกับสาระที่อยากจะสื่อ อยู่ร่วมกันแนบสนิท

ข้อมูลภาพยนตร์:
กำกับ: ฮวางดงฮยอก เขียนบท: ฮวางดงฮยอก สร้างสรรค์: ฮวางดงฮยอก นักแสดง: อีจองแจ, อีบยอนฮอน, อิมชีวาน,​ อีซอฮวาน, คังฮานึล, วีฮาจุน, พัคกยูยอง, อีจินวุก, พัคซองฮุน, ยังดงกึน, คังแอชิม, โจยูริ, พัคฮีซุน, จอนซกโฮ, ชเวซึงฮยอน, แชคุกฮี, อีเดวิด, โรห์แจวอน, ซงยองชาง, โอดัลซุ

โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ วิจารณ์-แนะนำ นิตยสารสีสัน ปีที่ 35 ฉบับที่ 12 มกราคม 2568

ให้กำลังใจและสนับสนุนเราได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลข 100-2-10283-4 แล้วแจ้งมาที่กล่องข้อความของเพจ sadaos หรือที่อีเมล shopsadaos@gmail.com เพื่อรับของขวัญแทนน้ำใจ

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์หรือกดติดตามเพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

What is your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0
Sadaos
พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

You may also like

More in:Movie Review

Comments are closed.