HEAVYWEIGHT/ Milli
[Yupp Entertainment/ 88 Rising Records]
มีอัลบัมชุดนี้ (‘Heavyweight’) เป็นงานชุดที่ 2 แต่เมื่อไล่ดูเรื่องของเธอในวิกิพีเดีย มิลลิ (Milli) หรือ ดนุภา คณาธีรกุล มีประสบการณ์ ผ่านเรื่องราวมามากมาย
การทำงานเริ่มต้นด้วยการเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งผู้เข้าแข่งขันรายการ ‘The Rapper’, ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง ยัปป์ เอนเทอร์เทนเมนต์ (Yupp Entertainment) โดยเป็นศิลปินหญิงรายเดียวของสังกัด, ได้แสดงในเทศกาลดนตรีและศิลปะโคเชลลาเมื่อปี 2565 และปีเดียวกันนี้เธอก็ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 100 สตรีผู้สร้างแรงบันดาลใจและทรงอิทธิพลของโลกจากบีบีซี
มิลลิได้เล่นหนัง ‘FAST & FEEL LOVE – เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ’ งานกำกับ/ เขียนบทของ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ที่ในเรื่องเธอได้พูดถึงความฝันเรื่องการเป็นศิลปินระดับสากล ที่พ้องกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นพอดิบพอดี
แล้วก็เป็นศิลปินอีกรายที่ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในช่วงปี 2563-2564
ล่าสุดก่อนอัลบัม ‘Heavyweight’ จะปล่อยออกมา มิลลิปรากฏตัวในฐานะนักมวยชื่อ อำนวยจิต สิทธิ์แลกซื้อ ขึ้นชกในรายการ ‘Fairtex Fight มวยมันส์พันธุ์เอ็กซ์ตรีม’ ซึ่งแพ้คะแนนให้กับคู่ชกสาวจีนอย่างเป็นเอกฉันท์
ไม่ว่าจะตั้งใจ หรือบังเอิญ หรือเป็นเรื่องตกบันไดพลอยโจน อัลบัม ‘Heavyweight’ มีความเกี่ยวพันหลายอย่างกับการเป็นนักมวยหญิงของเธอ แต่ก่อนจะว่ากันถึงงานชุดนี้ คงดีกว่าหากรีไวนด์กลับไปหาอัลบัมแรกของเธอ ‘แบบบึ้ม บึ้ม (Babb Bum, Bum)’ ซะก่อน เพราะน่าจะทำให้มองเห็นบางอย่างในความเป็น “ศิลปิน” เป็น “คนทำงานดนตรี” ของมิลลิชัดเจนขึ้น
‘แบบบึ้มบึ้ม (Babb Bum, Bum)’ ออกมาในปี 2565 ช่วงที่อายุของมิลลิอยู่ที่ 20 ปี เพราะฉะนั้นไม่น่าแปลกใจที่ตัวงานจะเต็มไปด้วยพลังและความสด โดยเฉพาะถ้ามองกลับไปถึงการเป็นส่วนหนึ่งใน ‘The Rapper Season 2’ ซึ่งเธอโชว์ของให้เห็นแล้วว่ามีไม่น้อย และ “น่าจะ” มีมากกว่าที่เห็น ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ
ของที่ว่าทำให้ ‘แบบบึ้มบึ้ม (Babb Bum, Bum)’ เป็นอัลบัมฮิปฮอป, แร็ปฟังสนุกอีกชุดของบ้านเรา ดนตรีฟังวูบวาบ มีความเคลื่อนไหว ส่วนใหญ่เป็นงานที่ฟังก็ได้ โยกหัวก็ดี และเต้นก็เพลิน แล้วหยิบดนตรีแนวทางอื่น ๆ มาผสมได้สนุก ไม่ว่าจะซินธ์-พ็อปใน “Not Yet!”, อาร์แอนด์บีติดกลิ่นแจซกับ “Sood-Gon” หรือ “Sad Aerobic” เพลงเต้นรำ ซึ่งควรถูกเปิดตามแอโรบิกสถานอย่างชื่อเพลงว่าไว้, กลองไฟฟ้ากับทางของโซล-นิวเวฟ ใน “Boy Pablo” ทำให้ซานด์ของวงไฟน์ ยัง คานนิบัลส์ (Fine Young Cannibals) กลับมาแว่วในหูอีกหน, เสียงกีตาร์ 80 จัด ๆ ที่พ่วงกับดนตรีเต้นรำยุคเดียวกันของ “17 Mins” ก็ฟังเพลินดี ไปถึงเพลงหลากหลายอารมณ์ดนตรี ตั้งแต่อิเล็กทรอนิกส์ยันนู-เมทัล ที่ช่วยให้ความฮาแบบกวน ๆ ชวนกระอักกระอ่วนเล็กน้อยของ “Squad Shit” สนุกสมกับเนื้อหา ส่วนเพลงบ่น ๆ อย่าง “Homework” ไลน์เปียโนก็สวยและไหลเหลือเกิน
‘แบบบึ้มบึ้ม (Babb Bum, Bum)’ คืออัลบัมที่ความหลากหลายและลีลา ดูจะมากมายเกินอายุตัวศิลปิน และชั่วโมงบินในการทำงานไปเยอะ เจ้าตัวก็ไม่ได้มีดีแค่ร่ายแร็ปที่มาทั้งเทคนิคแปลก ๆ ทั้งสไตล์เฉพาะตัว หากยังจัดการได้ดีไม่ว่าดนตรีจะมายังไง จะมีสัมผัสแบบงานพื้นบ้านไทย ๆ, ร่ายเน้นสปีด หรือไหลไปกับเมโลดี เธอรับมือได้หมด แถมเสียงที่ฟังขึ้นจมูกนั้น ฟังมีเสน่ห์ และแน่นอน “เอกลักษณ์”
การเขียนเพลงก็ไม่เบา รับรู้ได้ตั้งแต่การวางเนื้อหาของอัลบัม เพราะมีทิศทางชัดเจน เป็นเรื่องราวชีวิตวัยรุ่น ความรักแบบห้าว ๆ ทั้งสาวและชาย “I Luv U!”, ความรักวัยใสที่ต่างฝ่ายฟอร์มเยอะ วางท่าจัด โทรมาก็อย่ารับเร็ว คอมเมนต์มาในโซเชียลมีเดียก็อย่าตอบไว ดึงเช็งกันหน่อยของ “17 Mins”, การเรียนที่การบ้านมากมาย จนไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำของ “Homework”
สิ่งที่โดดเด่นแบบใส่ไข่ที่ไม่แพงและอร่อยหูกว่าไข่เจียวปูเจ๊ไฝก็คือ อารมณ์ขัน มีทั้งเสียดสี ทั้งกวนอวัยวะใส่รองเท้า ฮุกก็หนัก ความเป็นพ็อปในตัวก็ชัด การเรียงเพลงในอัลบัมก็สืบเนื่อง ฟังไหลพอ ๆ กับการร่ายแร็ป จนอัลบัมดนตรีหลากเฉด หลายโทน ไม่มีสะเปะสะปะ
มาถึง ‘Heavyweight’ ความแข็งแรงเรื่องการวางเพลงก็ยังอยู่ และรู้สึกได้ทันทีที่ฟังจบ เพลงซึ่งมีความแปลกแยกจากฮิปฮ็อปจะอยู่ในครึ่งหลังค่อนท้ายอัลบัม และปล่อยแบบค่อย ๆ คลี่คลาย หากที่แตกต่างไปก็คือ ความหลากหลาย สีดนตรีที่แตกต่างจากฮิปฮอปไม่ได้มีมากนัก แต่ก็ส่งให้อัลบัมฟังเคร่งขรึม หนักแน่นในทางดนตรีหลัก มีความจริงจังมากขึ้น ซึ่งก็รับกันเนื้อหาที่ความกวน ๆ ผสม ๆ อารมณ์ขันย่อหย่อนลงไปเยอะ
อย่างที่บอกไว้ตอนต้น “ไม่ว่าจะตั้งใจ หรือบังเอิญ หรือเป็นเรื่องตกบันไดพลอยโจน ‘Heavyweight’ มีความเกี่ยวพันหลายอย่างกับการเป็นนักมวยหญิงของมิลลิ” เธออาจได้ไอเดียเขียนเพลงจากการเป็นนักมวย หรือตั้งใจไปเป็นนักมวยเพื่อหาวัตถุดิบมาแต่งเพลง หรือเพราะเป็นนักมวยเลยได้ที่มาของอัลบัมนี้ หรือกระทั่งทุกอย่างเกิดประจวบเหมาะพอดีระหว่างการเป็นนักมวยกับการทำอัลบัม แต่บอกไว้ก่อนเลยว่า ผลลัพธ์ที่ได้นั้น ออกมา “ดี”
เนื้อหาใน ‘Heavyweight’ ส่วนหนึ่งว่าด้วยการเอาชนะใคร (หรืออะไร) ด้วยความพยายามอย่างเต็มที่ ซึ่งไม่ใช่มีแค่เพลงชื่อชุดเท่านั้น ที่พูดเรื่องประมาณนี้ แต่ยังมี “Jaa Ehh (peekaboo)”, “Armstrong” หรือ “One Punch” ที่มี “พลังหญิง” ในตัว บางส่วนก็ว่าด้วยความแข็งแรงหรืออ่อนแอ เช่น “Menace” ที่พูดถึงความร้ายกาจของฝ่าย (เพศ) ตรงข้าม ส่วนความร้ายกาจของตัวเองก็เป็น “Sick with It”, การพ่ายแพ้ต่อสิ่งที่กระทบต่ออารมณ์จนส่งผลต่อชีวิต “Drankeinnit” และที่เด่นชัดที่สุด “Invisible Tears” งานบัลลาดช้า ๆ ดนตรีสวย เรื่องของความอ่อนแอและแข็งแรงในตัวเอง ที่ขายความเป็น “นักร้อง” ของมิลลิ ซึ่่งอัลบัมนี้โชว์ “ของ” ตรงนี้มากกว่าชุดแรก โดยเฉพาะช่วงท้ายที่ตัวงานปลดเปลื้องจากดนตรีฮิปฮอป อีกเพลงที่ต้องชมก็คือ เพลงก่อนหน้า
“Drankeninit” กับ “Blues Blurry” มิลลิร้องรับส่งคู่กับฮิวโกในเพลงแรก และประกบกับเสียงกีตาร์ของก้อง เอชธรีเอฟ (H3F) ในเพลงหลังได้สนุก ที่โดยส่วนตัวนี่คือเพลงที่ “มันส์” ที่สุดในอัลบัม ดนตรีเผ็ดด้วยการผสมทางของบลูส์, ร็อค และบรรยากาศแบบไซคีดิลิกได้เนียนเข้าด้วยกัน ส่วนเพลงแรกก็จับทางดนตรีของฮิวโก, อาร์แอนด์บีนัวร์ ๆ และบีตที่คุ้นชินจากมิลลิมารวมกัน ซึ่งฟังล่องลอย หลอน ๆ อยู่เหมือนกัน เสียงร้องของทั้งคู่ต่างมีการวางบทบาทจากโทนและลีลาที่ใช้ เสียงหนึ่งคือการล่อหลอก ยั่วยวนให้ลุ่มหลง อีกหนึ่งคือเสียงที่ตกเป็นเหยื่อโดยตั้งใจ และพาให้เพลงนี้มีมิติอารมณ์ซับซ้อนที่สุดของอัลบัม
อีกเพลงที่เสียงมิลลิสวยจัดเป็นเพลงรัก “HP” แม้จะไม่งามเท่า “Invisible Tears” แต่ก็ตอกย้ำว่า หากต้องการนักร้องเพลงพ็อปนอกวงจรปกติ ที่เสียงร้องทำงาน ทั้งความสวยงามและอารมณ์ มิลลิเป็นอีกเบอร์ที่ทำได้ดี ส่วนเรื่องราว-เนื้อหา ถือว่าทั้ง 2 เพลงข่มกันไม่ลง จากความอ่อนแอและแข็งแรงในตัวเอง มาสู่เพลงรักอัดอั้นกับความรักที่ไม่รู้จะเอายังไง ซึ่งเธอผูกเรื่องด้วยการเล่นคำในแวดวงเกม HP ก็คือ Health Point-ค่าพลังชีวิต HD เป็น High Definition-ความคมชัด สถานการณ์ความรักที่เจอก็คือขาดความชัดเจน เพื่อนหรือแฟน? จะเอายังไงเพราะค่าพลังในตัวย่ำแย่ จะเล่นต่อหรือขอเปลี่ยนผู้เล่น
แล้วก็มีเพลงปรัชญา “No Heaven” ที่เผยมุมมองอีกด้านหนึ่งของมิลลิ
ใน ‘Heavyweight’ ไม่ได้มีแค่ 2 เพลงนี้ที่พอหยิบมาพูดเรื่องพัฒนาการในการแต่งเพลงได้ อย่าลืมว่า อัลบัมยัง (หรือดู) มีคอนเซปต์อยู่แล้วมาตั้งแต่ต้น เมโลดี ที่พ็อป การร่าย ไปจนถึงฮุกที่ทำงาน ทุกอย่างมาครบไม่แพ้อัลบัมแรก ที่หากเทียบกัน ‘Babb Bum Bum (แบบบึ้ม บึ้ม)” ไม่พ้นฟังโฉ่งฉ่าง เอะอะมะเทิ่ง มากอารมณ์ขัน ส่วน ‘Heavyweight’ จะฟังดูจริงจัง ดนตรีเติบใหญ่ เรื่องราวเติบโต ซึ่งความต่างก็ถูกบอก แสดงออกชัดเจนตั้งแต่ปก ยิ่งได้ฟังก็สัมผัสถึงสิ่งที่ระยะห่าง 3 ปีของ 2 อัลบัมนี้ทำให้เกิดขึ้น
ใช่ มิลลิโตและแข็งแรงกว่าเดิม ซึ่งรู้สึกชัดเจนจนยากจะแย้ง แต่ไม่ได้หมายความว่า อัลบัมนี้ดีกว่าอัลบัมนั้น หรืออัลบัมก่อนฟังเข้าท่ากว่าชุดใหม่ เพราะต่างเป็นตัวตนของศิลปินใน 2 ช่วงเวลาที่แตกต่าง เป็นงานที่เป็นไปตามวัย พลังงาน ประสบการณ์ ความคิดของเจ้าของผลงาน และทำให้รู้จัก รับรู้ความเป็นมาของผู้หญิงคนนี้ทั้งในอดีต และปัจจุบัน ผ่านอัลบัมที่บึ้ม ๆ (เรื่องคุณภาพ) ก่อนมาถึงงานที่หนักอึ้ง (ก็เรื่องคุณภาพอีกนั่นแหละ) อย่างกับนักมวยรุ่นเฮฟวีเวตชุดนี้
โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ วิจารณ์-แนะนำ นิตยสารสีสัน ปีที่ 36 ฉบับที่ 7 สิงหาคม 2568
ให้กำลังใจและสนับสนุนเราได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลข 100-2-10283-4 แล้วแจ้งมาที่กล่องข้อความของเพจ sadaos หรือที่อีเมล shopsadaos@gmail.com เพื่อรับของขวัญแทนน้ำใจ
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์หรือกดติดตามเพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















