HOTEL ROOM 302/ Only Monday
[Gene Lab/ GMM Music]
อีกหนึ่งผลผลิตจาก จีน แล็บ สังกัดเพลงในชายคาจีเอ็มเอ็ม มิวสิก (GMM Music) ที่ช่วงปี-2 ปีมานี้ ปล่อยผลงานที่น่าสนใจมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ค็อกเทล (Cocktail) วงดนตรีโต้โผใหญ่ของค่าย, ธรี แมน ดาวน์ (Three Man Down), ทิลลี เบิร์ดส์ (Tilly Birds), ไททศมิตร, เดอะ ดาร์เกสต์ โรแมนซ์ (The Darkest Romance), เอเซีย7 (Asia7) หรือ ฮาร์ดบอย (Hardboy) ที่แต่ละวงแต่ละรายล้วนมีแนวทางชัดเจน มีความเป็นตัวของตัวเอง มีเอกลักษณ์เฉพาะ เรียกว่าหาตัวเองเจอตั้งแต่ปล่อยงานชุดแรกก็ว่าได้ และไม่น่าแปลกใจ ที่ส่วนใหญ่จะสร้างพื้นที่ของตัวเองในวงการเพลงได้อย่างรวดเร็ว
โอนลี มันเดย์ (Only Monday) ที่เป็นวงทรีโอของ ธีร์-ทีปกร คำสุรีย์ (ร้องนำ/ กีตาร์), โปรด-วริศ สาระเขตต์ (เบส) และ เฟรม-คฑาวุธ ขำทอง (กลอง) ก็เช่นกัน
แค่ “Interlude” เพลงแรกจากอัลบัมแรก ‘Only Monday’ พวกเขาก็ชวนหูได้สำเร็จ มีครบทั้งแก๊กและกี๋น จากบทสนทนาในเพลงที่ทำให้นึกถึงที่มาของชื่อวง แล้วตบด้วยมุกเพลงใหม่ที่เพิ่งแต่งเสร็จ เอามาร้องให้ฟัง ซึ่งได้ยินแล้วก็รู้สึกหรูหราอลังการ กับการเรียบเรียงในทางคลาสสิคัล ที่อาจทำให้นึกถึงเพลงในตำนาน “Bohemian Rhapsody” ที่สามารถปลุกโสตประสาทคนฟังอย่างได้ผล และแน่นอน บอกเป็นนัย ๆ ในคราวเดียวกันว่า พวกเขาไม่ธรรมดา
จากนั้นโอนลี มันเดย์ก็แนะนำตัวเองผ่านเพลงต่าง ๆ อีก 7 เพลง ที่มีทั้งร็อค “ไม่ต้องมา”, เพลงซึ้ง ๆ ที่ฮุกได้สุด ๆ “ได้แต่นึกถึง” หรือ “ไม่คิดจะลืม”, งานอัลเทอร์ฯ-พ็อป ที่แม้เรื่องจะเศร้า แต่ซาวนด์กลับฟังน่ารัก “ทิ้งไป”, “ไม่เป็นไรหรอกมั้ง” อีกเพลงซึ้งที่การจัดการเสียงร้องประสาน กับโซโลกีตาร์ฟังลื่นระรื่นหู, “สองมาตรฐาน” ร็อคเกรี้ยวกราดบีตกระแทกกระทั้น และ “ทุกความทรงจำ” เพลงช้าบีตกลาง ๆ ที่ในทางอารมณ์สามารถปิดอัลบัมได้อย่างสวยงามแล้ว แต่พวกเขาเลือกทำให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยบทสนทนาที่บอกว่า “หมดเวลาห้องซ้อมแล้วครับ” ซึ่งรับกับเพลงเปิด “Interlude” ได้พอดิบพอดี
ด้วยเนื้องาน ทุกเพลงแสดงให้เห็นว่า เสน่ห์ของโอนลี มันเดย์ คืออะไร? และความโดดเด่นของพวกเขาอยู่ตรงไหน? การเขียนเพลงที่มีความเป็นพ็อปในตัว การเรียบเรียงเสียงร้องประสานที่ฟังแล้วกังวานในหู เสียงและเทคนิคการเล่นกีตาร์ ไปจนถึงการเล่นมุก ใส่แก๊กต่าง ๆ ที่ทำให้เพลงฟังมีลูกเล่นและมี “เรื่องราว” ไม่ว่าจะเป็นบทสนทนา, การใช้ซาวนด์ในการบันทึกเสียง กระทั่งบีตดนตรีที่แตกต่าง
อัลบัมที่ 2 ‘Hotel Room 302’ โอนลี มันเดย์เปิดตัวได้สวยงามไม่แพ้และอาจจะดีกว่าอัลบัมแรกด้วยซ้ำ กับ “Hotel Room” ที่จับดนตรีโซลกับร็อคผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยเฉพาะงานร้องประสานกับเสียงกีตาร์ที่ทำหน้าที่ได้อย่างเยี่ยมยอด เสียงร้องของธีปกรก็แสดงถึงความหลากหลายในการใช้งาน เป็นการเปิดอัลบัมที่มาพร้อมเซอร์ไพรส์ ทำให้อยากฟังเพลงต่อ ๆ ไป ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า พวกเขาจะมีอะไรมา “เซอร์ไพรส์” อีก
แต่พวกเขากลับทำไม่ต่างจากการดึงสติคนฟังด้วย “บรรยากาศ” เพลงที่เน้นตัวตนเดิม ๆ ของวง ความเป็นพ็อปแรง ท่อนฮุกแข็งแกร่ง เสียงกีตาร์ชวนหู มีแก๊กเปิดหัว-ปิดท้าย ที่ช่วยให้ฟัง “สนุก” แต่หนนี้เสริมด้วยซาวนด์ที่แน่น อิ่มกว่าเดิม เพิ่มเติมความซับซ้อน หรือหลากหลายชั้นของการเรียบเรียง และแค่เพลงที่ 3 “ยอมอยู่แล้ว” ที่ได้พัฒนชัย ภักดีสู่สุข (ปั้บ โพเทโท-Potato) มาร่วมงาน โอนลี มันเดย์ก็โชว์ชั้นเชิงการทำงาน ใส่สารพัดอย่างลงมาเต็ม อาจจะเยอะสิ่ง แต่ฟังจริง ๆ ไม่รก หรือน่ารำคาญ ตั้งแต่กลิ่นคุ้น ๆ ของโพเทโท วงของแขกรับชวน ท่อนดนตรีที่มีความเคลื่อนไหว ทั้งในความหมายของ มูฟเมนต์และไดนามิก ที่ฟังกวน ชวนโดด ไปถึงมันส์แบบสุดติ่ง เมื่อถึงท่อนโซโลส่งท้าย
โอนลี มันเดย์เลือก “April-Studio Session” รับความเข้มข้นของ “ยอมอยู่แล้ว” ความเป็นงานพ็อป-ร็อค ผสมซาวนด์อัลเทอร์ฯ อาจฟังเป็นงานตามสูตรของวง แต่ท่วงทำนองที่ได้และจังหวะในการใช้งานของเพลง “April-Studio Session” มาถูกที่ถูกทาง และแสดงให้เห็นว่า พวกเขา “เป็นงาน” ขนาดไหนในการทำอัลบัม เมื่อเพลงนี้ปรับโหมดอารมณ์การฟังให้ผ่อนคลายลง แล้วก็ตามต่อด้วย “จดจำ” อีกเพลงเศร้า-ดนตรีสวย ที่ทำให้กราฟอารมณ์คนฟัง “นิ่ง” เพื่อรอเวลาที่ถูกปลุกขึ้นมาอีก
ซึ่งโอนลี มันเดย์ไม่ใช่แค่ทำสำเร็จ แต่ยังไปไกลกว่านั้น หลัง “ดองเก่ง-Studio Session” กับ “ท้ายปี” สองเพลงสนุก ๆ พวกเขายกระดับอัลบัมขึ้นไปอีก สตาร์ตด้วยของขวัญปีใหม่ที่ส่งให้คนฟังล่วงหน้า “Happy New Year” อัลเทอร์เนทีฟซาวนด์อึงอล เนื้อหาหม่น ที่ฟังเท่, “วันเกิดปีนีี้” ที่หยิบเมโลดีเพลง “Happy Birthday to You” ที่ใคร ๆ ก็ร้องมาใช้เป็นกิมมิค แต่ทีเด็ดจริง ๆ ก็คือ เรื่องราวในเพลงที่คมบาด กรีดลึก ในสไตล์เพลงรักกระชากน้ำตา เสียงเครื่องสายที่อยู่ข้างหลังก็เติมมิติให้เพลงเศร้าเป็นเพลงสวยในคราวเดียวกัน, “302” งานภาษาอังกฤษที่อบอวลด้วยกลิ่นอายในสไตล์ของเดอะ บีเทิลส์ ที่เชืื่อมโยงจากสิ่งที่เริ่มต้นเอาไว้ใน “Hotel Room” ได้ทั้งภาษา ทั้งยุคสมัยของซาวนด์ที่ใช้, เพลงซึ้ง ๆ “ซ่อนเธอไว้ในเพลง” ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ ซาวนด์ดนตรี-เสียงกีตาร์ของเพลงนี้ มาพร้อมเสน่ห์ ท่วงทำนองก็ติดหูเหลือเกิน
โอนลี มันเดย์ ส่งท้ายด้วยเพลงที่น่าจะถูกใช้ปิดคอนเสิร์ตพวกเขาได้สบาย ๆ “We Are Only Monday” ที่ทำให้นึกถึงงานแบบเจ-ร็อค เสียงดนตรีฟังเร่งเร้า กระฉับกระเฉง เหมือนรถที่แล่นไปข้างหน้าตลอดเวลา แล้วถ้าพวกเขาใช้เพลงนี้ส่งคนดูกลับบ้านจริง ๆ ก็น่าจะเป็นการลาผู้ชมแบบฟินทั้งข้างบนและข้างล่างเวที เมื่อตัวเพลงมีช่องให้ร่วมสนุกกันโดยไม่ต้องชิงโชคมากมายเพียบ
หากไม่หลงหูหลงตาไปไหน “We Are Only Monday” คือเพลงเดียวของพวกเขาที่ไม่ได้พูดเรื่องความรักที่เจ็บช้ำ ผิดหวัง พังใจ ที่แสดงให้เห็นกลาย ๆ ว่า ถ้าไม่อยากให้คนฟังร้องไห้ พวกเขาก็น่าจะทำได้ดีเช่นกัน
เมื่อเทียบกับ ‘Only Monday’ งานเปิดตัว ‘Hotel Room 302’ ฟังลงตัวและสนุกกว่า “เยอะ!” โอนลี มันเดย์เติบโต วิ่งตัดผ่านศรีนครินทร์มาไกล ไม่ใช่แค่ซาวนด์ที่แน่น อิ่มมากขึ้น ความซับซ้อน หรือชั้นของการเรียบเรียงที่หนากว่า ยังมีการเติมบทบาทให้เครื่องดนตรีอื่น ๆ อย่าง เปียโน การลองซาวนด์หรือแนวทางดนตรีใหม่ ๆ แบบที่ได้ยินใน “Hotel Room” กับ “302” หรือ “We Are Only Monday” มาทำให้ลายเซ็นของพวกเขาดูสดใหม่ มีความแปลกหู เสียงร้องของธีปกรก็เช่นกัน ถ้าเสียงร้องและเทคนิคที่ใช้ใน ‘Only Monday’ คือการบอกถึงตัวตน ที่ได้ยินใน “Hotel Room 302” ก็ต้องเป็นการบอกว่า เขาทำอะไรได้มากมาย หลากหลายขนาดไหน
อัลบัมที่เป็นอีกหนึ่งความน่าพึงพอใจ ที่บังเกิดขึ้นในวงการเพลงไทยยุคนี้
โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ วิจารณ์-แนะนำ นิตยสารสีสันปีที่ 36 ฉบับที่ 4 พฤษภาคม 2568
ให้กำลังใจและสนับสนุนเราได้ที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลข 100-2-10283-4 แล้วแจ้งมาที่กล่องข้อความของเพจ sadaos หรือที่อีเมล shopsadaos@gmail.com เพื่อรับของขวัญแทนน้ำใจ
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์หรือกดติดตามเพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















