III/ Three Man Down
[Gene Lab]
ออกอัลบัมแรก ‘This City Won’t Be Lonely Anymore’ เมื่อปี 2564 หลังประสบความสำเร็จในหลาย ๆ เวทีประกวด ก่อนจะเข้าร่วมโพรเจกต์ Band Lab ที่จัดขึ้นเพื่อหาศิลปินหน้าใหม่เข้าค่ายยีน แล็บของ ปัณฑพล ประสารราชกิจหรือโอม ค็อกเทล ที่กลายเป็นต้นสังกัดที่ดูแลอัลบัมเปิดตัวของพวกเขา
2 ปีหลังเปิดตัวอย่างสวยงาม ธรีแมนดาวน์กลับมาพร้อม ’28’ อัลบัมชุด 2 ที่แตกต่างจากอัลบัมชุดแรกชัดเจน
จากซินธ์พ็อปใน ‘This City Won’t Be Lonely Anymore’ พวกเขาทำเพลงที่ “ร็อค” มากขึ้น แนวทาง-ซาวนด์ดนตรีหลากหลายกว่า แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับ ภาพรวมของงานที่ลงตัวกว่า และทำให้ชัดเจนในความเป็น “นักดนตรี” มากกว่าด้วยเช่นกัน ที่รู้สึกชัดมากหากฟัง 2 อัลบัมต่อเนื่องกัน
ถึงจะมีสัญญาณแสดงให้เห็นในบางเพลงของ ‘This City Won’t Be Lonely Anymore’ บ้างแล้ว แต่การเดินทางจากอัลบัมนั้นมายัง ’28’ ไม่มีคำไหนนำมาใช้นิยามได้ดีที่สุด นอกจากเป็น “ก้าวกระโดด” ที่ “ไกล” มาก ๆ เมื่ออัลบัมเปิดตัวแม้จะชัดเรื่องทางเพลง แต่ก็รู้สึกได้ว่ายังมีเรื่องที่ยังไม่ลงตัว เสียงร้อง ซาวนด์ดนตรี ตัวงานก็ไม่ได้ “ต่าง” จากวงดนตรีแนว ๆ เดียวกันอย่างโดดเด่น
ยกเว้น… ความเป็นพ็อปของเพลง ที่แข็งแรงเกินหน้าเกินตาศิลปินที่มาพร้อม ๆ กัน
และใน ’28’ ก็ยังเป็นสิ่งที่ไม่ได้หายไปไหน
ส่วน ‘III’ อัลบัมชุดที่ 3 ก็ไม่ต่างจากการเดินไปบนเส้นทางที่ ‘28’ เริ่มต้นเอาไว้
แล้วถ้าบอกว่า ’28’ ร็อคแล้ว ก็ต้องบอกว่า ‘III’ ร็อคกว่า กลิ่นอายดนตรีที่นอกเหนือไปจาก ร็อค, อีโม หรือนู เมทัล โชยให้สัมผัสน้อยลง กีตาร์ทำงานมากขึ้น เก่งขึ้น โตขึ้น ไม่ว่าจะมองมุมไหน การเข้ามามีบทบาทในเพลง เทคนิคในการเล่น การเลือกใช้ซาวนด์ในแต่ละเพลง ที่ได้ยินแล้วก็อาจจะลืมไปเลยว่า งานชุดแรกของธรีแมนดาวน์ คืองานในทางของซินธ์พ็อป
แต่ถึงจะทำได้ดี หลายเพลงของ ‘III’ ก็มีไอของวงร็อครุ่นพี่ปกคลุมอยู่ หากพวกเขาก็มีทางออก มีตัวแก้ที่ทำให้ฟังแล้วยังพึมพำได้ว่า “เออ… นี่แหละธรีแมนดาวน์”
เสียงร้องของ กิต-กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์ คือสิ่งนั้น ถ้าการทำงานใน ’28’ เป็นก้าวกระโดดจาก ‘This City Won’t Be Lonely Anymore’ ที่ไกลมาก เสียงร้องของเขาใน ‘III’ ก็เป็นก้าวกระโดดที่ไกลจาก ’28’ มากเช่นกัน และไม่มีทางน้อยกว่าก้าวกระโดดในครั้งก่อนนั้นอย่างแน่นอน
อารมณ์, เทคนิค การเลือกใช้เสียงที่เข้ากับบุคลิกของเนื้อหาหรือว่าดนตรี รวมถึงความเฉพาะตัวของเสียง ล้วนเป็นสิ่งที่กฤตย์มอบให้อัลบัมชุดนี้ ซึ่งเป็นพัฒนาการของทั้งตัวเองและตัวงาน
เรื่องราวที่สื่อสารก็ฟังดูเป็นบท เป็นตอน เหมือนกับเขียนและจัดวางโดยมีคอนเซปต์เป็นกรอบกำหนด จากความรักที่พังทะลาย จนต้องฝัง “ลึกลงไป” เพื่อจะเริ่มใหม่ของเพลงเปิดหัวอัลบัม ธรีแมนดาวน์ย้ำว่า เรื่องเล่าต่อจากนี้มีความเกี่ยวโยงกันด้วย “เริ่มใหม่” ที่ราวเน้นซ้ำว่า ความรักที่มันพังไปแล้ว สมควรจะลืมไว้ในอดีต และเริ่มใหม่อย่างที่ชื่อเพลงว่าเอาไว้
หลังจากนั้น พวกเขาก็พาคนฟังรับรู้เรื่องราวความรักที่มีทั้งลืมไปแล้วว่าเลิกกัน เหมือนใน “ลืมไปไม่รักกัน” ของนูโว แต่ “ขอโทษที่ติดต่อไป” เนื้อร้อง-ตัวเรื่องฟังร่วมสมัย และให้ความสำคัญกับ “การกระทำ” มากกว่า “ความรู้สึก” ฟังดูเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น “จริง ” ไม่ใช่แค่ “รำพึงรำพัน” ความสัมพันธ์ที่อีกฝ่ายมีคนใหม่แล้วหรือเปล่า ถ้าเอาอย่างนั้น “ก็แค่พูดออกมา” หรือถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็ยินดีที่จะ “ยอมถอย” รวมถึงความพยายามเริ่มใหม่ที่ไม่ไปไหนก็เพราะ “รักใครไม่ไหว” และ “ทุกอย่างยังเหมือนเดิม” ซึ่งไม่ใช่การร้อยเรื่องเอาจากชื่อเพลง แต่เป็นการเล่าเรียงเรื่องจากเนื้อหาเลยด้วยซ้ำ แม้จะไม่ถึงกับเป็นการต่อบท ต่อภาคกันได้เนียนสนิท แต่ภาพรวมของเรื่องราวก็รับช่วงส่งต่อกันได้
จากเลิกรา-หาทางเริ่มใหม่-ได้รู้ความสำคัญที่มีต่อกัน-การเริ่มต้นอีกครั้งที่ไม่ถึงไหน สู่การกลับมาที่น่าจะเป็นการรีสตาร์ทอีกหน
ภาษาที่ใช้ก็สื่อสารกับคนฟังในยุคสมัยพวกเขา ตรงไปตรงมา อาจจะพูดได้ว่าไม่สวย แต่ก็ใช้เมโลดีที่ความเป็นพ็อปรุนแรงมาขับเคลื่อน ผสมด้วยลูกบ้า ความกล้า หรือความท้าทาย แล้วแต่จะเรียกกัน เมื่อคำร้องหลายคำในบาง (หลาย) เพลงถูกโน้ตลากไปอย่างสนุกสนาน อาจจะฟังแปร่งหูทางคำพูด เพราะเพี้ยนวรรณยุกต์ แต่สนุกและลื่นไหลในทางดนตรี
ไม่ใช่แค่เนื้อร้องที่ต่อกันเป็นเรื่องเป็นราว ตัวดนตรีก็จับวางไม่ต่างกัน หลังเปิดด้วยร็อคแรง ๆ แล้วก็นำความรักใน “สถานการณ์” ต่าง ๆ มาเล่าผ่านดนตรีที่รายละเอียดมีบิด มีพลิกแผลงบ้าง เช่น “ชาตินี้”-เพลงบัลลาด เปียโนนำ ที่วิธีร้องของกฤตย์น่าสนใจมาก “เพลงรัก”-เพลงดนตรีสวย ด้วยทางของแจซและอาร์แอนด์บี ธรีแมนดาวน์กลับมาหาร็อคแน่น ๆ สำเนียงและซาวนด์ดนตรีรับกับที่เริ่มในตอนต้น เป็นคำตอบที่ลงตัวกับความพยายามเริ่มใหม่ที่ว่ากันตรงเพลงแรกพอดิบพอดี ในเพลงปิดท้ายของ ‘III’- “ขอบคุณที่กลับมา” ชนิดที่ถ้าตั้งใจ “ฟังอัลบัมวนไป” ในบริการสตรีมิงไปเรื่อย ๆ ก็คือการฟังลูปของอีกหนึ่งความสัมพันธ์ซ้ำไปซ้ำมา
แล้วกับการฟังเลาะเรื่อยมาตั้งแต่เพลงแรกจนถึงเพลงสุดท้าย อารมณ์ดนตรีถูกวางไล่เรียงมาอย่างดี แทบไม่สะดุดเลยก็ว่าได้ ‘III’ คืองานอีกชุดที่จัดไว้ให้ฟังเป็นอัลบัม ส่วนเนื้อหา ดนตรี (น่าจะ) ถูกสร้างขึ้นโดยวางคอนเซปต์ไว้ตั้งแต่ต้น และนำเสนอได้อย่างลงตัว มีเรื่องมีราว
ขณะที่คำอธิบายถึงการทำงานของธรีแมนดาวน์ ก็คงหนีไม่พ้นคำไม่คม ที่มักถูกใช้บ่อย ๆ กับศิลปินที่ยังคงอยู่บนถนนพัฒนาการ ไม่เลี้ยวผิดไปทางศรีนครินทร์ หรือกรุงเทพกรีฑา
“มาถึงตอนนี้ ธรีแมนดาวน์ มาไกลจากจุดเริ่มต้นเหลือเกิน”
โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์วิจารณ์-แนะนำ นิตยสารสีสัน ปีที่ 36 ฉบับที่ 6 กรกฎาคม 2568

ให้กำลังใจและสนับสนุนเราได้ที่นี่
กดติดตามหรือกดไลค์ เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















