ยินดีต้อนรับสู่บรรยากาศของตะปูเก้านิ้ว

SHARE THIS
  • 29
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    29
    Shares

เพียงแค่เข้าไปในสตูดิโอที่ 8 ของมูนสตาร์ สตูดิโอ ก็เล่นเอาอึ้งไปเหมือนกันกับสภาพของฮอลล์ที่เต็มไปด้วยควันจากดรายไอซ์หรือสม็อก ที่หนักกว่านั้นก็คือบนเวที ที่มองขึ้นไปแทบจะไม่เห็นอะไร นอกจากควันหนาเตอะจนอดสงสัยไม่ได้ว่า บรรดานักดนตรีรวมไปถึงแกนนำของวงจะเข้ามาประจำหน้าที่กันได้ไหม เมื่อถึงเวลา

นั่นคือความแตกต่างแรกจากคอนเสิร์ตอื่นๆ ที่ได้สัมผัสจากคอนเสิร์ตครั้งแรกในเมืองไทยของ Nine Inch Nails วงดนตรีในแนวอินดัสเทรียล ที่มีแกนนำ-แกนหลัก รวมไปถึงสมาชิก (ที่น่าจะมี) เพียงคนเดียวชื่อ เทรนท์ เรซเนอร์ (Trent Reznor) อดีตภารโรงห้องอัดเสียง ที่ความสามารถเกินตัวได้ทำเพลงจนกลายเป็นหัวแถวของวงการเพลงแนวนี้ และเป็นหนึ่งในคนที่เรียกได้ว่า ‘ตำนาน’ ของวงการดนตรี หรืออย่างน้อยที่สุดวงการเพลงในยุค 90 – 00

ซึ่งน่าจะพอบอกได้กลายๆ ว่าโชว์ในวันนี้ของไนน์ อินช์ เนลส์ ไม่เหมือนใครแน่ๆ เช่นที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่การแสดงสดมีลักษณะเฉพาะตัว สนุก มันส์ และเต็มไปด้วยพลัง และเมื่อผ่านสามทุ่มตรงไปสักพักเล็กๆ ผู้ชมในวันนี้ (14 สิงหาคม 2561) ก็ได้ประจักษ์กับตาตัวเองว่า คำยกยอปอปั้นทั้งหลายที่ได้ยินมานั้น ไม่ได้แค่กระผีกริ้นจากที่ได้สัมผัสด้วยตาและหูเลย เมื่อเพลงแรก Somewhat Damaged ดังขึ้น ผู้ชมทุกคนไม่ได้แค่มาชมการแสดงของวงอินดัสเทรียล ระดับหัวแถวเพียงเท่านั้น แต่ยังถูกฉุด กระชาก ลาก ดึง เข้าไปอยู่ในโลกของไนน์ อินช์ เนลส์ หรือหากจะมองเป็นเรื่องติดตลกก็คือ เข้าไปอยู่ในบรรยากาศที่พวกเขาสร้างขึ้น เหมือนกับบรรยากาศมาคุ ในซีรีส์ฮีโรจากญี่ปุ่น ‘ตำรวจอวกาศเกียบัน’ ยังไงยังงั้น

แต่ที่ไม่เหมือนกันก็คือ…. ทุกคนล้วนเข้าสู่บรรยากาศไนน์ อินช์ เนลส์กันอย่างเต็มอกเต็มใจ

เพราะหลังจากต้อนรับผู้ชมด้วยควันหนา ทักทายด้วยเสียงเพลง พวกเขาก็อาบแสงสีที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีไปทั่วฮอลล์ ก่อนที่จะโอบกอดทุกชีวิตและสิ่งที่ไร้ลมหายใจด้วยสรรพเสียงที่สามารถแทรกซึมเข้าไปได้ในทุกอณูของสสาร ที่ไม่มีช่วงว่างให้ได้รู้สึก ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่กับเวลาราวๆ สองชั่วโมงที่มีให้ ผู้คนที่กระชับพื้นที่ของสตูดิโอ 8 แบบสบายๆ พอมีที่ให้มดได้หายใจ ราวกับถูกมนต์สะกดจากดนตรีที่ไม่ใช่แค่หนักหน่วง แต่หนักแน่น เข้มข้น ดุดัน แข็งกร้าว ที่ทุกเพลงถูกเรียงร้อยมาเป็นอย่างดี เชื่อมต่อกันได้อย่างเนียนสนิท รวมไปถึงการใช้แสง สี ที่ทั้งสร้างเรื่องราวให้กับเพลง ทั้งปลุกเร้า ทั้งผ่อนอารมณ์คนดู ได้ลงตัว ที่ไม่ต้องมีการเจรจาสนทนาพาทีให้มากความ เพราะทุกอย่างถูกสื่อออกมาผ่านเพลง ที่สร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้ชมให้เป็นหนึ่งเดียว โดยที่ไม่จำเป็นว่า คุณคือแฟนระดับไหนของไนน์ อินช์ เนลส์ ทุกคนล้วนออกวิ่งไปด้วยสปีดเดียวกัน ความรู้สึกเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นในเพลงฮิตมาก อย่าง Reptile, Closer, The Fragile, The Hand That Feeds, Head Like a Hole หรือเพลงจากงานใหม่ God Breaks Down the Door, Shit Mirror ที่ต่างก็มาให้อารมณ์ที่แปลกไปจากฉบับสตูดิโออัลบัม ดิบและเต็มไปด้วยพลังมากกว่าในแบบที่ยากจะเทียบกัน
แล้วเมื่อถึงเพลงส่งเข้าช่วงอองกอร์ เทรนท์ เรซเนอร์ ก็พาผู้ชมไปพีคได้แบบสุดๆ

ก่อนที่จะกลับออกมาปิดท้ายอย่างสมบูรณ์ และสวยงามด้วย Hurt ที่ราวกับเป็นการปลดปล่อยผู้ชมให้หลุดไปจากโลกอันอึงอล ที่เทรนท์ เรซเนอร์กับเพื่อนพ้องสร้างขึ้นมา ที่เชื่อได้เลยว่า หลายๆ คนอยากกลับมาหาบรรยากาศแบบนี้ ในอีกหลายๆ ครั้ง หลายๆ หน และมั่นใจได้เลยว่า อารมณ์ที่สัมผัสได้ในครั้งต่อไปจะไม่เหมือนเดิม

นี่คือโชว์ในความทรงจำ สมกับที่เป็นการแสดงของตำนาน!!

ชมภาพคอนเสิร์ตได้ที่นี่ > ประมวลภาพคอนเสิร์ต NIN Live In Bangkok 2018

โดย นพปฎล พลศิลป์  เรื่อง ยินดีต้อนรับสู่บรรยากาศของตะปูเก้านิ้ว คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 16 สิงหาคม 2561

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 29
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    29
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On