อำลา-อาลัย ฟิล เอเวอร์ลีย์ แห่ง ดิ เอเวอร์ลีย์ บราเธอร์ส

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

the everly brothers

ดอน (ซ้าย) และฟิล เอเวอร์ลีย์

เมื่อวันศุกร์ที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา วงการเพลงต้องสูญเสียเสียงร้องประสานระดับสุดยอดในวง ดิ เอเวอร์ลีย์ บราเธอร์ส ไป หลังฟิล เอเวอร์ลีย์ เสียชีวิตด้วยวัย 74 ปี โดยแพตตี เอเวอร์ลีย์ ภรรยาของฟิลเผยว่า เขาจากไปด้วยโรคติดเชื้อในปอดเรื้อรัง โดยเขาเป็นหนึ่งในสิงห์อมควันมายาวนาน

เสียงร้องประสาน เป็นกุญแจสำคัญในเพลงคันทรี และบลูแกรสส์ แต่กลายเป็นสิ่งสำคัญมากกว่านั้น ในเพลงฮิตเพลงแรกของพวกเขา Bye Bye Love เมื่อปี 1975 ดิ เอเวอร์ลีย์ บราเธอร์ส นำเสียงร้องประสานแบบแอพพาลาเชียมาถักทออย่างลุ่มลึก ผสมผสานกับงานร็อคแอนด์โรลล์ และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ เพลงท็อปเทนรวม 15 เพลงระหว่างปี 1957 – 1962 ซึ่งก็รวมถึงเพลงอย่าง Wake Up Little Susie, All I Have to Do Is Dream, Cathy’s Clown, When Will I Be Loved ที่กลายเป็นเพลงสามัญของวงการเพลงไปแล้ว

เสียงร้องประสานที่แน่นปึ้กของดิ เอเวอร์ลีย์ บราเธอร์ส ส่งอิทธิพลมากมายให้กับวงดนตรีรุ่นหลัง ไม่ว่าจะเป็น เดอะ บีเทิลส์, ไซมอน แอนด์ การ์ฟังเกิล, เดอะ มามาส์ แอนด์ เดอะ ปาปาส์ และทำให้พวกเขากลายเป็นศิลปินรายแรกๆ ที่ถูกจารึกชื่อไว้ในหอประกาศเกียรติคุณ ร็อคแอนด์โรลล์ ในปี 1986

“ผลกระทบจากดิ เอเวอร์ลีย์ บราเธอร์ส มีมากยิ่งกว่าชื่อเสียงของพวกเขา” พอล ไซมอน เคยพูดถึงพวกเขาเอาไว้ในปี 2004 “พวกเขามีอิทธิพลมหาศาลต่อจอห์น เลนนอน และพอล แม็คคาร์ทนีย์ และแน่นอน ไซมอน แอนด์ การ์ฟังเกิล ตอนที่ผมกับอาร์ตยังเป็นเด็กๆ เราเข้าถึงร็อคแอนด์โรลล์จากเพลงของดิ เอเวอร์ลีย์ฯ” และอิทธิพล เหล่านั้นก็ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ อย่าง ปลายปีที่แล้ว บิลลี โจ อาร์มสตรอง แห่ง กรีนเดย์ และนอราห์ โจนส์ ออกอัลบั้มสดุดีวง ดิ เอเวอร์ลีย์ บราเธอร์สออกมา “ผมรู้จักดิ เอเวอร์ลีย์ บราเธอร์ส ก็ต้องย้อนไปจนถึงวันที่ผมจำได้ว่าตัวเองฟังเพลง” อาร์มสตรอง กล่าวเอาไว้ในแถลงการณ์ “เสียงประสานเหล่านั้นจะคงอยู่ชั่วกาลนิรันดร์”

ลูกชายของคนงานเมืองชาวเคนตัคกี เริ่มต้นสร้างความบันเทิงให้ผู้คนตั้งแต่เรียนมัธยม เมื่อทางบ้านย้ายมาที่ไอโอวา ครอบครัวมีรายการโชว์ทางวิทยุเป็นของตัวเอง เพราะนอกจากเป็นคนงานเหมือง ไอค์ พ่อของพวกเขายังเป็นนักร้องอีกด้วย และดอนกับฟิลก็จะเล่นในช่วงพักกลางวันที่กินเวลาราวๆ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะไปโรงเรียน พอเข้าช่วงวัยรุ่นทั้งคู่ก็ย้ายมาที่แนชวิลล์ แม้ทางโคลัมเบีย เรคอร์ดส์ จะให้ความสนใจเขาก่อนใครเพื่อน แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร จนเพลง Bye Bye Love ที่ถูกศิลปินราวๆ 30 รายปฏิเสธที่จะบันทึกเสียงให้กับสังกัด แคเดนซ์ ถูกตัดเป็นซิงเกิล การเดินทางจริงๆ ของดิ เอเวอร์ลีย์ บราเธอร์ส ก็เริ่มต้นขึ้น “เรากำลังนั่งรถกลับแนชวิลล์ เมื่อเราได้ยินเสียงจากวิทยุ พวกเขาเปิดสถานีเพลงป็อปเอาไว้ในรถ และกำลังเปิดเพลงของเรา” ฟิลรำลึกถึงอดีต ตอนให้สัมภาษณ์ในปี 1986 “นั่นคือ… เหมือน… ฝันที่เป็นจริง”

ช่วงยุค 60 วงดนตรีจากอังกฤษมากมายดาหน้าบุกอเมริกา แต่พวกเขาก็ชื่นชอบดิ เอเวอร์ลีย์ บราเธอร์ส ก่อนที่ดูโอพี่น้องจะค่อยๆ หายไปจากความนิยมในช่วงกลางยุค 60 แต่บทเพลงของพวกเขาก็ยังคงความยอดเยี่ยมเอาไว้ได้เสมอ อย่าง อัลบั้ม Roots ในปี 1968 ถือเป็นอัลบั้มในแนวคันทรี-ร็อคชุดแรกๆ รวมทั้งไม่เคยสูญเสียพลังในการร้องเพลงไปไหน “เราใช้เวลามากมายเล่นดนตรีด้วยกัน” แวดดี แวชเทล มือกีตาร์ ที่เป็นสมาชิกของวง ดิ เอเวอร์ลีย์ บราเธอร์ส ในช่วงต้นยุค 70 ร่วมกับวอร์เรน ซีวอน เล่า “ในทัวร์ของเอเวอร์ลีย์ ทุกๆ คืน เราจะอยู่ในห้องของโรงแรม เล่นดนตรีด้วยกัน แล้วดอนกับฟิลก็จะอยู่ที่นั่นด้วย มันไม่น่าเชื่อเลย พอพวกเขาเริ่มร้องเพลงในห้อง มันก็เหมือนว่าสวรรค์เปิดประตูต้อนรับเรา”

แต่หลังจากนั้น พวกเขาก็ไม่มีเพลงฮิต แล้วก็มีปัญหาเรื่องยาเสพติด ทั้งสองพี่น้อเริ่มแยกตัวออกจากกันทั้งเรื่องดนตรี และชีวิตส่วนตัว ที่อื้อฉาวที่สุดก็คือ การแตกวงกันกลางเวทีในปี 1973 ทั้งคู่หันไปทำงานเดี่ยวแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ก่อนจะกลับมาร่วมงานกันอีกในปี 1983 แล้วบันทึกเสียงอัลบั้มด้วยกันอยู่หลายชุดในช่วงยุค 80 โดยในอัลบั้มแรก EB84 มีเพลง On the Wings of a Nightingale ที่พอล แม็คคาร์ทนีย์ แต่งให้พวกเขาเป็นพิเศษรวมอยู่ด้วย

หลังยุค 90 ทั้งคู่แทบไม่ได้เล่นร่วมกันอีกเลย และอยู่กันคนละฝั่งประเทศ ฟิลอยู่ที่แอลเอ, ดอนอยู่ที่แนชวิลล์ แล้วก็มีบุคลิกภาพที่แตกต่างกัน ฟิลดูจะยึดกับกฏเกณฑ์ และใช้ชีวิตเงียบๆ มากกว่า เหมือนที่เขาเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้เมื่อนานมาแล้ว “ยุค 60 ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ผมชอบ ผมไม่เคยซื้อปรัชญาแบบที่ว่า… เราคือพี่น้องกัน และนั่นจะเยียวยาทุกอย่าง ผมไม่เคยเชื่อว่าดนตรีจะกำหนดยุคสมัย แต่ผมเชื่อเสมอว่า มันสะท้อนยุคสมัย”

คอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายที่ทั้งคู่เล่นด้วยกัน และเป็นที่รู้จักกันมากที่สุด ก็ราวๆ ทศวรรษที่แล้ว เมื่อไปเล่นเปิดให้กับคอนเสิร์ตของ ไซมอน แอนด์ การ์ฟังเกิล ในทัวร์ Old Friends “พวกเขาไม่เจอกันมานาน 3 ปีแล้ว” ไซมอนเล่า “พวกเขาหยิบกีตาร์ขึ้นมา เป็นกีตาร์สีดำ ที่ทุกคนรู้จักดี แล้วก็เริ่มเปิดปากร้องเพลง หลังจากเวลาผ่านเนิ่นนานหลายปี มันยังคงเป็นเสียงเดียวกับที่ผมรักตั้งแต่ยังเป็นเด็กๆ มันยังคงสมบูรณ์แบบเหมือนที่เคยเป็น”


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.