เมื่ออีกหนึ่งสถิติของ The Beatles ถูกทำลาย

SHARE THIS
  • 18
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    18
    Shares

‘สถิติมีไว้เพื่อทำลาย’ เป็นคำพูดที่เราได้ยินติดหูกันมานานนม ไม่ว่าจะเป็นสถิติของอะไรก็ตาม และล่าสุดการเป็นเจ้าของเพลงท็อปเทนมากที่สุดในปีเดียวกัน อีกหนึ่งสถิติในวงการเพลงที่มีเดอะ บีเทิลส์ วงดนตรีอมตะแห่งวงการครองเอาไว้ ตั้งแต่ปี 1964 ก็ถูกทุบลงเรียบร้อย เมื่อเดรคกลายเป็นศิลปินรายแรกที่มีเพลงติดท็อปเทนมากถึง 12 เพลงในปีเดียวกัน

ในสัปดาห์ที่สามของเดือนตุลาคม เดรคเป็นศิลปินงานชุก ทั้งจากเพลงที่เขาไปร่วมงานกับลิล เบบีและกันนา “Never Recover”, ไปปรากฏตัวในวิดีโอเพลง “No Stylist” ของเฟรนช์ มอนตานา, ไปแจมและเล่นวิดีโอเพลง “MIA” ของแบด บันนี, เป็นแขกรับเชิญในเพลง “Flip the Switch” ของควาโว แล้วไปโผล่ในซีรีส์ The Shop ทางเอชบีโอของเลบรอน เจมส์ ที่เขาพูดถึงคานเย่ และพุชา ที จนฝ่ายหลังออกมาตอบโต้ในเวลาต่อมา แถมยังพาสุนัขตัวเองไปเดินเล่นในวิดีโอเพลง “Sicko Mode” ของเทรวิส สก็อตต์อีกต่างหาก เห็นๆ กันเลยว่า จะหนีเดรคไปไหนก็หนีไม่พ้น

ทำให้เดรคทุบสถิติมีเพลงท็อปเทนมากที่สุดในปีเดียวกันบนชาร์ตบิลล์บอร์ด ฮ็อต 100 ซึ่งเดอะ บีเทิลส์ทำเอาไว้ตั้งแต่ปี 1964 สำเร็จ แถมยังเป็นการทุบสถิติก่อนจะถึงวันเกิดปีที่ 32 ของตัวเองในวันที่ 24 แค่ 2 วันเท่านั้น ซึ่งจะบอกว่าเดรคเป็นราชาเพลงป็อปของโลกในช่วงเวลานี้ก็คงได้

โดยเพลงที่ทำให้เขาครองสถิติเหนือสี่เต่าทองสำเร็จ ก็เป็น “MIA” ของแบด บันนี ที่เขาไปร่วมงาน ซึ่งขึ้นไปถึงอันดับ 5 ในชาร์ตประจำสุดสัปดาห์ที่ 27 ตุลาคม โดยเพลงของเดรคทั้ง 12 เพลงที่ติดท็อปเทนของชาร์ตบิลล์บอร์ด ฮ็อต 100 ในปีนี้ก็ได้แก่ “God’s Plan” อันดับ 1 (3 กุมภาพันธ์), “Diplomatic Immunity” อันดับ 7 (3 กุมภาพันธ์), “Look Alive” (บล็อคบอย เจบี กับเดรค) อันดับ 5 (3 มีนาคม), “Walk It Talk It” (มิกอสกับเดรค) อันดับ 10 (14 เมษายน), “Nice for What” อันดับ 1 (21 เมษายน), “Yes Indeed” (ลิล เบบีกับเดรค) อันดับ 6 (2 มิถุนายน), “Nonstop” อันดับ 2 (14 กรกฎาคม), “I’m Upset” อันดับ 7(14 กรกฎาคม), “Emotionless” อันดับ 8 (14 กรกฎาคม), “Don’t Matter to Me” (เดรค กับไมเคิล แจ็คสัน) อันดับ 9 (14 กรกฎาคม), “In My Feelings” อันดับ 1 (21 กรกฎาคม), “MIA” (แบด บันนีกับเดรค) อันดับ 5 (27 ตุลาคม)

สำหรับเพลงเดอะ บีเทิลส์ ที่ติดท็อปเทนในปี 1964 รวม 11 เพลงก็ได้แก่ “I Want to Hold Your Hand” อันดับ 1 (1 กุมภาพันธ์), “Please Please Me” อันดับ 3 (14 มีนาคม), “She Loves You” อันดับ 1 (21 มีนาคม), “Can’t Buy Me Love” อันดับ 1 (4 เมษายน), “Twist and Shout” อันดับ 2 (4 เมษายน), “Do You Want to Know a Secret” อันดับ 2 (9 พฤษภาคม), “Love Me Do” อันดับ 1 (30 พฤษภาคม), “P.S. I Love You” อันดับ 10 (6 มิถุนายน), “A Hard Day’s Night” อันดับ 1 (1 สิงหาคม), “I Feel Fine” อันดับ 1 (26 ธันวาคม), “She’s a Woman” อันดับ 4 (26 ธันวาคม)

ที่น่าสนใจก็คือทั้ง 12 เพลงของเดรค ล้วนเป็นเพลงใหม่ที่เปิดตัวในปี 2018 เช่นเดียวกับ 11 เพลงของเดอะ บีเทิลส์ ที่เปิดตัวในปี 1964 ทั้งหมด ไม่มีเพลงที่เปิดตัวในปีก่อนหน้าแล้วนับรวมในแบบรอบ 1 ปี

นอกจากนี้เดรคยังมีเพลงที่ขึ้นอันดับ 1 รวมกันทั้งหมด 29 สัปดาห์ กลายเป็นศิลปินที่มีเพลงอันดับ 1 นานที่สุดในรอบปีตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม ทำลายสถิติที่อัชเชอร์เคยทำได้นับตั้งแต่มีชาร์ฮ็อต 100 เป็นครั้งแรกในวันที่ 4 สิงหาคม 1958 ขณะที่เดอะ บีเทิลส์เองก็เป็นเจ้าของสถิติศิลปินที่มีเพลงอันดับ 1 มากที่สุดในปี 1964 ที่มีถึง 6 เพลง นอกจากนี้ยังมีเพลงติดท็อปเทนอีก 5 เพลง

สำหรับ “MIA” เป็นเพลงที่ 32 ของเดรคที่ติดท็อปเทน ทำให้เขากลายเป็นศิลปินชายที่มีเพลงในท็อปเทนมากที่สุด แต่เป็นอันดับ 3 ร่วมกับรีห์อันนาหากไม่แยกประเภทรองจากมาดอนนา ที่มี 38 เพลงและเดอะ บีเทิลส์ 34 เพลง

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง เมื่ออีกหนึ่งสถิติของ The Beatles ถูกทำลาย คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 24 ตุลาคม 2561

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 18
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    18
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On