ไม่ใช่นะอย่าเพิ่งเชื่อ อะไรบ้างที่ผิด ในหนัง Bohemian Rhapsody (จบ)

SHARE THIS
  • 79
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    79
    Shares

เรื่องจริงไม่อิงนิยาย ย่อมต่างไปจากเรื่องแต่ง ที่ต้องการสีสัน ความน่าติดตาม เรื่องราวถูกเล่าอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อหวังผลทางอารมณ์ ซึ่งกระทั่งในหนังที่ติดป้ายว่า เป็นหนังอัตชีวประวัติอย่าง Bohemian Rhapsody ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น และนี่คือเรื่องจริงกับเรื่องแต่งที่แตกต่างกัน (อ่านตอนแรกที่นี่ > http://bit.ly/2TAgO1M)

พอล เพรนเตอร์ (ขวา) กับเฟร็ดดี (ซ้าย)

เฟร็ดดีกับพอล เพรนเตอร์: Bohemian Rhapsody วางพอล เพรนเตอร์เป็นตัวร้ายของเรื่อง เขาเข้ามาอยู่ในวงโคจรของควีนในฐานะผู้ช่วยของจอห์น รีด ผู้จัดการวง ก่อนจะกลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเฟร็ดดีในเวลาต่อมา และทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างเฟร็ดดีกับคนอื่นๆ ในวง ในฉากไคลแม็กซ์ของหนัง เฟร็ดดีไล่เพรนเตอร์ออก หลังรู้ว่าเพรนเตอร์ไม่บอกเขาเรื่องคอนเสิร์ตไลฟ์ เอด และเพรนเตอร์ก็เอาคืนด้วยการแฉกับสื่อถึงชีวิตส่วนตัวของเฟร็ดดี แต่จากหนังสือ Is This the Real Life? ของมาร์ค เบลค เพรนเตอร์ถูกไล่ออกโดยเมอร์คิวรีด้วยเหตุผลอื่น ปีเตอร์ ฮินซ์อดีตทีมทำคอนเสิร์ตของควีนเล่าว่า เพรนเตอร์จัดปาร์ตีที่บ้านของเฟร็ดดี จนบ้านเละเทะไปหมด “เฟร็ดดีเลยไล่เขาออก” ฮินซ์ยังบอกอีกว่า “พอลเป็นคนที่ชอบพล่ามว่า ‘ฉันจะทำแบบนี้’ และ ‘ฉันจะทำแบบนั้น!’ และนั่นก็คือสิ่งที่เขาทำจริงๆ”

เพรนเตอร์เป็นคนแฉกับสื่อจริงๆ แต่เป็นหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ เดอะ ซัน ไม่ใช่รายการโทรทัศน์อย่างในหนัง ในหนังสือของโจนส์ยังบอกไว้ด้วยว่า มีครั้งหนึ่งเพรนเตอร์จัดการหาหนุ่มๆ มายืนเข้าแถวให้เฟร็ดดีนอนด้วย ขณะที่เฟร็ดดีหมดอารมณ์สนใจไปแล้ว แต่เขาก็ทำเพราะ “สุภาพเกินกว่าจะพูดอะไรออกมา”

เมย์กับโรเจอร์ เทย์เลอร์ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่า สิ่งที่เพรนเตอร์ทำกับเฟร็ดดีเป็นความเลวร้าย “เขาคือคนที่ต้องรับผิดชอบกับการพาเฟร็ดดีไปยังเส้นทางที่แตกต่างออกไป และมันก็ยุติธรรมดีที่จะบอกว่า เราแยกทางกันไม่ได้ด้วยดี” เมย์เขียนไว้ในหนังสือ Queen in 3-D “เขาเป็นคนที่มีอิทธิพลในด้านร้ายๆ กับเฟร็ดดี แล้วก็มีผลกระทบมาถึงวง” เทย์เลอร์บอกในหนังสารคดี Days of Our Lives เพรนเตอร์เสียชีวิตด้วยการป่วยที่มีผลจากโรคเอดส์ในปี 1991

แมรี ออสติน (ซ้าย) กับเฟร็ดดี (ขวา)

เฟร็ดดี เมอร์คิวรีและแมรี ออสติน: ในหนังตอนที่เฟร็ดดี (ที่ตอนนั้นใช้นามสกุลว่าบัลซารา ไม่ใช่เมอร์คิวรี) ตามหาสมาชิกวง Smile ที่หลังเวที เขาได้เจอกับแมรี ออสติน และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ก่อร่างสร้างตัวขึ้น ซึ่งผิดไปจากที่ Is This the Real Life? หนังสืออัตชีวประวัติของวงเมื่อปี 2011 ที่เขียนโดยมาร์ค เบลคว่าเอาไว้ เมอร์คิวรีเจอกับออสตินในปี 1970 ตอนเธอทำงานเป็นพนักงานต้อนรับในร้านขายเสื้อผ้า “เฟร็ดดีต้องใช้เวลาร่วมๆ 6 เดือนกว่าจะชวนฉันไปไหน!” เธอบอกเอาไว้ในหนังสือ Queen: As It Began “ฉันดันคิดว่าเขามาปิ๊งเพื่อนของฉัน ก็เลยพยายามเลี่ยงๆ เขา มีอยู่คืนหนึ่งเราไปดูโชว์ของเขากัน หลังการแสดงจบเขาตามหาตัวฉัน แต่ฉันทิ้งเขาไว้ที่บาร์กับเพื่อน โดยบอกจะไปห้องน้ำแต่จริงๆ จะปลีกตัวออกไป เขาโกรธมาก!” สิ่งที่ไม่สามารถโต้แย้งได้ก็คือความใกล้ชิดของทั้งคู่ กระทั่งหลังแยกทางกันตอนปลายยุค 70 ตอนเมอร์คิวรีจากไปในปี 1991 มีรายงานว่าเขามอบบ้านให้กับออสติน รวมไปถึงทรัพย์สินอีกครึ่งหนึ่งให้ “ความสัมพันธ์ของเมอร์คิวรีกับออสตินคงอยู่ยาวนานเกือบจะพอๆ กับความสัมพันธ์ของเขากับหนุ่มๆ ทั้งหลาย” เบลคให้ความเห็น ส่วนไบรอัน เมย์บอกในปี 2017 ว่า เขาเคย “ไปไหนมาไหนกับออสติน แล้ววันหนึ่งเฟร็ดดีก็มาคุยกับผม ‘นายจริงจังกับแมรีไหม? ฉันชวนเธอไปเที่ยวด้วยได้หรือเปล่า’ และเขาก็ชวนจริงๆ พวกเขาเป็นคนรักกันอยู่นานเลยล่ะ”

แมรี ออสตินไม่ได้เป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขามีอะไรด้วย เขายังคบกับบาร์บารา วาเลนติน นักแสดงสาวชาวออสเตรียโดยเปิดเผยอยู่หลายปี

จิม ฮัตตัน (ซ้าย) กับเฟร็ดดี เมอร์คิวรี

เฟร็ดดี เมอร์คิวรีและจิม ฮัตตัน: เฟร็ดดีพบกับจิม ฮัตตันหลังงานปาร์ตีอันฟุ้งเฟ้อและบ้าคลั่งที่บ้านของเขาจบลง โดยฮัตตันเป็นหนึ่งในบริกรของงาน และถูกลวนลามโดยเฟร็ดดีที่กำลังเมาๆ ก่อนเขาจะขอโทษฮัตตันในเวลาต่อมา ทั้งคู่นั่งลงคุยกันและความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เริ่มจากตรงนั้น และก่อนคอนเสิร์ตไลฟ์ เอด เฟร็ดดีพยายามตามหาฮัตตันด้วยการเปิดสมุดโทรศัพท์ ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เห็นในหนัง แต่จากเรื่องที่อยู่ในหนังสือ Queen: As It Began เมอร์คิวรีเจอกับฮัตตัน ช่างตัดผมชาวไอริชไม่ใช่บริกร ที่ซาวอย โฮเต็ล ในคลับชื่อ เฮฟเวนที่ลอนดอนราวๆ ตอนต้นๆ – กลางยุค 80 จากนั้นฮัตตันก็ย้ายมาอยู่ที่บ้านของเมอร์คิวรี บางแหล่งก็บอกว่า ทั้งคู่เจอกันในปี 1983 ที่คลับเกย์ชื่อ โคปาคาบานา ใกล้ๆ บ้านของเฟร็ดดีแถวๆ เคนซิงตัน และติดต่อกันมาเรื่อยๆ แต่กว่าจะเดทกันจริงๆ จังๆ ก็เป็นปี 1985 โดยบทสนทนาที่เฟร็ดดีมีกับเขาก็คือ “ไอ้หนูนายใหญ่ขนาดไหน?” ส่วนที่ว่าคอนเสิร์ตไลฟ์ เอด เป็นการไปดูคอนเสิร์ตครั้งแรกของฮัตตันเป็นเรื่องจริง 
 ใ

ในหนังสือ Is This the Real Life? ยังระบุด้วยว่า เมอร์คิวรีบอกกับฮัตตันว่าเขาติดเชื้อเอชไอวีและเข้าใจดีว่าความสัมพันธ์จะจบลงตรงนี้ อย่างไรก็ตามฮัตตันปฏิเสธและอยู่เคียงข้างเมอร์คิวรี ช่วยดูแลเขาไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต “ผมอยากคิดว่าชีวิตของเขาช่วง 2-3 ปีสุดท้าย เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเท่าที่เป็นไปได้” เขาพูดถึงเมอร์คิวรีในหนังสารคดีเมื่อปี 2000 เรื่อง Freddie Mercury: The Untold Story ฮัตตันเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดในปี 2010 ด้วยวัย 60 ปี

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง ไม่ใช่นะอย่าเพิ่งเชื่อ อะไรบ้างที่ผิด ในหนัง Bohemian Rhapsody คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2561

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 79
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    79
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On