THE COUNSELOR: หนังดรีมทีม ทั้งทีมงาน และทีมนักแสดง ที่อาจไม่ใช่หนังในฝันสำหรับคนดู เมื่อเดินเรื่องไปด้วยบทสนทนาอย่างหนักหน่วง และด้วยภาษาในแบบนักเขียนชั้นยอด ที่ทั้งซุกซ่อนเงื่อนปมบางอย่างของตัวละคร และมาพร้อมกับความคมคาย ปูรายละเอียดของเหตุการณ์ ลักษณะตัวละคร แง่มุมต่างๆ ของเรื่อง ผ่านการพูดจาอยู่กว่าครึ่งเรื่อง
ซึ่งนอกจากจะไม่เอาใจคนดูที่หวังว่าหนังน่าจะเป็นงานแอ็คชั่นแล้ว ก็ยังเรียกร้องความสนใจมหาศาลจากคนดูกลุ่มที่ว่าไปพร้อมๆ กัน
จนเมื่อทุกอย่างบ่มเพาะได้ที่ The Counselor ก็กลายเป็นงานแอ็คชันหักเหลี่ยม ที่สถานการณ์อยู่ในระดับลุ้นระทึก และมีความเป็นดรามาในตัวที่เหมาะเจาะ ก่อนที่จะปิดจบได้อย่างสนุก พร้อมกับตอกย้ำความจริงที่ว่า ในโลกของอาชญากรรมที่ดูรุ่มรวย เต็มไปด้วยแสงสีนั้น เบื้องหลังก็คือการสูญเสีย เรื่องยากแค้น และ ความหม่นหมอง
ถ้าตัดการเล่าเรื่องด้วยบทสนทนาที่ไม่น่าจะถูกใจคนดูโดยทั่วๆ ไป หรือเป็นคนที่สนุกไปกับบทสนทนาที่แหลมคม ยอกย้อน แล้ว The Counselor ก็คือหนังที่ฟาดฟันกันได้อย่างสนุก ทั้ตัวเรื่องและการแสดงที่ถึงพร้อมของนักแสดงชั้นยอด โดยเฉพาะคาเมรอน ดิแอซ ที่มีฉากคลาสสิคของตัวเองอยู่ในหนังเรื่องนี้ให้ได้ถูกพูดถึงชั่วลูกชั่วหลาน
ขณะที่บทสรุปของหนัง ก็ไม่ต่างไปจากงาน 2 เรื่องก่อนหน้าที่สร้างจากนิยายของคอร์แมค แม็คคารธีย์ The Road และ No Counrtry for Old Men ไม่แฮปปี้ เอนดิ้ง แต่ก็ไม่ถึงกับสิ้นหวัง ซึ่งก็น่าจะหมายถึงอารมณ์ในการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ สำหรับคนดูส่วนใหญ่ด้วยเช่นกัน
โดย นพปฎล พลศิลป์















