Snowpiercer: หากหยิบจับจัดไอเดียของหนัง รวมไปถึงพล็อต Snowpiercer ก็คือตำนานเรือโนอาห์ที่มาโมใหม่ ใส่ความเป็นวิทยาศาตร์ลงไป ใส่เรื่องการเมืองระหว่างชนชั้น แล้วก็มีบางมุมที่ทำให้นึกถึง The Matrix ในเรื่องทฤษฎีสมคบคิด และการทำ “ซ้ำ” ขณะที่ลุคของพวกชนชั้นต่ำ ก็ไม่ต่างไปจากที่เคยเห็นใน Mad Max พร้อมทั้งมีอารมณ์ขันในเชิงเสียดสี มีสีเสียดเป็นระยะๆ
บางช่วงของหนังจะดูโหดๆ ไม่ใช่เล่น งานดีไซน์ออกมาดูดี ทั้งดิบ ทั้งสวย ในเวลาเดียวกัน และสร้างโลกในขบวนรถไฟแห่งชีวิตในโลกอนาคตให้ตื่นตาใช้ได้ การเล่าเรื่องหากไม่นับหักมุมในตอนท้าย การเล่าเรื่องแบบเป็นเส้นตรงของหนัง ก็ทำให้ดูง่าย และคนดูมีจุดโฟกัสที่แข็งแรง แต่หนังก็ตกม้าตาย กับจังหวะของเรื่อง ที่ตัวละครไปหยุดแช่อยู่กับโบกีบางโบกีนานจนหนืด แล้วเมื่อคิดย้อนไปถึงรายละเอียด บทที่ดูว่ามีประเด็นน่าสนใจ กลับเต็มไปด้วยรอยโหว่ ทั้งในส่วนของตัวละคร หรือเรื่องของทฤษฎีสมคบคิด ที่เป็นจุดหักมุมของหนัง ที่หาเหตุผลมารับการเสียสละของบางคนที่ต้องอยู่กับพวกต่ำชั้นไม่ได้
ส่วนการดีไซน์โบกี ที่ให้มีลักษณะเฉพาะ โบกีนี้เป็นอะควาเรียม, โบกีนั้นเป็นสวนพฤกษศาสตร์ ที่ว่าดูดี แต่เอาเข้าจริงๆ ก็หลุด เพราะไม่ได้เลยทั้งความสูง และความกว้าง เมื่อเทียบกับตัวรถไฟที่มองมาจากด้านนอก
ถือเป็นงานที่ต้องดูผาด อย่าดูพิศ ไม่งั้นจะติดสงสัย แล้วจะกลายเป็นดูไม่สนุกไป
โดย นพปฎล พลศิลป์















