THE LEGEND OF HERCULES: หนังเฮอร์คิวลีส เรื่องแรกของปีนี้ ที่จะมีตามออกมาให้ชมกันอีกเรื่องหนึ่ง ด้วยทุน และฟอร์มที่ใหญ่กว่า ในเรื่องนี้เคลแลน ลัทซ์ หรือเอ็มเม็ทท์ จากหนังชุด Twilight มารับบทเป็น เฮอร์คิวลีส ที่เรื่องราวเล่าเรื่องตั้งแต่จุดกำเนิดของเฮอร์คิวลีส ที่ดูไปแล้วก็ผิดเพี้ยนจากตำนานที่ได้ยินมากเอาการ ถือเป็นการทำหนังเฮอร์คิวลีสฉบับเอาแต่ใจก็ว่าได้
แม้จะมีเรื่องราวความรักระหว่างชาย-หญิง, ความผูกพันของลูกกับแม่ และความแค้นมาเกี่ยวข้อง แต่ The Legend of Hercules ก็จัดอยู่ในกลุ่มของหนังแห้งแล้งอารมณ์ ไม่สามารถจับติดความรู้สึกใดๆ ได้เลย นอกจากเรื่องราวที่เดินหน้าไปเรื่อยๆ กับการแสดงที่ไม่มีอะไรน่าประทับใจหรือพูดถึง แน่นอนว่าเคลแลน ลัทซ์ ก็คงไม่ได้มีเครดิตอะไรมากมายเพิ่มขึ้น นอกจากมีหนังนำเดียวในลิสท์บวกมาอีกหนึ่งเรื่อง
แล้วไม่ใช่แค่ตัวเรื่องที่ไม่รู้ไปหยิบมาจากไหน การนำเสนอของหนังก็ขาดความเป็นตัวของตัวเองอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นงานด้านภาพ มุมกล้อง การตัดต่อ การใช้เทคนิคพิเศษนั้น ทำให้เฮอร์คิวลีสฉบับนี้ กลายเป็นหนังก็อปปี้สไตล์หนัง 300 และ Immortal มาแปะ ไม่ใช่ยำผสมรวมกัน แล้วก็เติม Gladiator นิด Clash of The Titans หน่อย ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยให้หนังดูดีขึ้นมา แถมยังสะเปะสะปะ เพราะโทนของภาพนั้น รู้สึกได้ชัดถึงความแตกต่าง
ดีที่เรื่องนั้นเล่าไปได้เรื่อยๆ ฉากแอ็คชันไม่เวิ่นเว้อ ยืดยาวจนน่าเบื่อ หนังก็เลยพอดูได้แบบไม่ต้องคิดอะไร และไม่มีอะไรออกมาจากโรง
โดย นพปฎล พลศิลป์















