KI KI’S DELIVERY SERVICE: ดูเหมือนหนังฉบับคนแสดงของแม่มดน้อย กีกิ จะมีประเด็น และซับพล็อตที่เยอะกว่างานในฉบับแอนิเมชัน ที่เน้นไปที่การค้นพบตัวเอง การเติบโตในแบบหนังก้าวพ้นวัย ซึ่งในฉบับหนังใหญ่ก็มีไม่ต่างกัน แต่เสริมเติมรายละเอียดในเรื่องของอุปสรรคของตัวละครเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเชื่อในเรื่องคำสาปของแม่มด รวมไปถึงความเข้าใจผิดของผู้คนต่อแม่มด หรือว่า เรื่องการบินที่มีหนุ่มน้อยนักประดิษฐ์เป็นตัวแทนโลกของวิทยาศาสตร์ กับกีกิที่เป็นตัวแทนของธรรมชาติ
และด้วยความที่มีอะไรยุ่บยั่บจับมาเล่น ทำให้หนังไม่สามารถลงลึกไปในส่วนได้อย่างจริงจัง ยกเว้นจากเรื่องการเติบโต การก้าวพ้นวัยของกีกิ แล้วตัวละครบางตัวก็มาพร้อมกับเงื่อนปมที่บทจะคลี่คลายก็คิดขึ้นกันได้ซะเฉยๆ
ขณะที่โปรดัคชันของหนัง ก็เห็นได้ชัดว่า ยังอ่อนด้อยนักในยุคที่สเปเชียล เอฟเฟ็คท์ ลัลลามาขนาดนี้แล้ว ส่วนนักแสดงที่มารับบทแม่มดนั้น วัยก็ดูจะ “เกิน” ไปไม่นิด ทำให้ไม่น่ารักสักเท่าไหร่ แล้วก็ใช้เจ้าแมวจีจี้ได้ไม่คุ้มนัก ยังดีที่เล่าเรื่องได้เพลินๆ แม้จะไม่มีอะไรเหนือความคาดหมาย
แม้จะมีจุดบกพร่องหนักไปทางเยอะ แต่บางที Ki Ki’s Delivery Service ฉบับนี้ น่าจะเหมาะกับกลุ่มคนดูเด็กๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจไม่น้อย ที่หนังฉบับคนเล่นกลับทำออกมาให้ผู้ใหญ่ดูเพลิน ได้ไม่เท่ากับฉบับแอนิเมชัน
อีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นความสำคัญของบท และการเล่าเรื่อง
โดย นพปฎล พลศิลป์















