PITCH PERFECT 2: ประสบความสำเร็จแบบสุดเซอร์ไพรส์ ทำเงินมากกว่าทุนสร้างเกือบสิบเท่าแบบนี้ ไม่แปลกที่หนัง Pitch Perfect จะมีภาคสองออกมา
ตัวเรื่องก็ยังให้ทีมบาร์เดน เบลลาส์ แชมป์ร้องอะแคพเพลาของอเมริกา 3 สมัยซ้อน เป็นพวก Underdog อีกครั้ง เมื่อถูกทำโทษจากอุบัติเหตุในงานวันเกิดประธานาธิบดี (ที่หาคนมาเล่นเป็นโอบามาได้ “เป๊ะ”) และทางเดียวที่พวกเธอจะกู้ชื่อเสียงคืนได้ ก็คือ เข้าแข่งชิงแชมป์โลก เวทีที่มีอคติกับทีมอเมริกัน
จากนั้นหนังก็มาอีหรอบเดิม สมาชิกในทีมต้องมาร่วมแรงร่วมใจกัน (ทั้งๆ ที่อยู่กันมาตั้งสามปี) ในระดับต้องไปเข้าค่ายละลายพฤติกรรม แล้วก็มีพล็อตย่อยยุ่บยั่บ ทั้งการไปเป็นเด็กฝึกงานในค่ายเพลง และพยายามสร้างผลงานขึ้นมาของตัวละครที่แอนนา เคนดริคเล่น แถมเจ้าหล่อนยังพยายามปิดไม่ให้เพื่อนๆ รู้เพราะกลัวจะเสียสมาธิกับการชิงแชมป์โลก, เรื่องความรักของเอมีอ้วน – เรเบล วิลสัน, การเข้ามาในทีมของเด็กหน้าใหม่ ไฮลีย์ สไตน์เฟลด์, ความขัดแย้งกับคู่แข่ง เรื่องการหามุขใหม่ในการแสดง หนังดูมีอะไรเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ก็คงไม่เป็นปัญหา ถ้าจะเกลี่ยเรื่องนั้น เรื่องนี้ให้กลมกลืนกันได้ ไม่ใช่เหมือนจิ๊กซอว์รอยใช่ ขนาดได้ แต่คนละภาพแบบนี้
แล้วเอาเข้าจริงๆ หลายเรื่องที่ใส่เข้ามา มันก็แค่เรื่องเดิมแต่อัพเลเวล และเปลี่ยนตัวละครเท่านั้น ซึ่งพวกเธอๆ เขาๆ ก็ไม่ได้มีอะไรที่แสดงให้เห็นว่า เปลี่ยนไปตามเวลา 3 ปี อย่างที่ในเรื่องบอก แถมบางคนก็ถูกลดระดับกลายเป็นตัวประกอบของตัวประกอบอีกที
เพลงในหนังมาเยอะขึ้น ทั้งปริมาณเพลง และความยาว การเรียงร้อยเป็นเมดลีย์ยังทำได้ดี แต่ความที่มากและแยะก็ทำให้รู้สึกเฝือ ที่สำคัญขาดไฮไลท์เด็ดๆ ที่พอจะทำให้ทึ่งได้กลับเป็นการแสดงของทีมแชมป์จากเยอรมัน ที่ดูแล้วสนุก มันส์ ครบเครื่องกว่าของทีมเบลลาส์ ซึ่งออกมาย้วยๆ ซะอีก ก็เหมือนๆ Step Up นะแหละ ทีมพระเอกนางเอกเต้นชนะในจอทุ้กที แต่ก็ยังพอส่งหนังให้เดินหน้าไปได้ โดยมีอารมณ์ขัน การยิง หยอดมุข เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หนัง “สนุก” และดูไปจนถึงฉากสุดท้ายสำเร็จ
เห็นได้ชัดว่า ของที่เคยขายได้มันไม่ใช่อย่างที่เคยเป็นแล้วละ
โดย นพปฎล พลศิลป์
สามารถกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















