Music ReviewREVIEWดนตรีมีเหตุ

ตามไปฟัง Everyday Robots งานเดี่ยวชุดแรกของเดมอน อัลบาร์น

งานชุดล่าสุดของ Blur ที่ชื่อ the Magic Whip เพิ่งออกมาให้ฟังกันได้ไม่นาน แต่ถ้าเป็นแฟนตัวจริง พันธุ์แท้ของเบลอร์ละก็ คงพอจะจำได้ว่า ก่อนหน้านี้ไม่นาน เดมอน อัลบาร์น นักร้องนำของวง เพิ่งปล่อยงานเดี่ยวชุดแรกของตัว Everyday Robots ออกมา ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ อยู่เหมือนกัน เพราะกับสถานภาพของเขานั้น น่าจะมีงานเดี่ยวออกมาให้ได้ฟังก่อนหน้านี้นานแล้ว นับตั้งแต่เบลอร์พักวงกันยาวนาน และถึงแม้อัลบาร์นจะกลายเป็นหนึ่งในทีม Gorillaz แต่ก็มีช่วงว่างหลายๆ ช่วง รวมไปถึงท่าทางของเจ้าตัวเองที่ดูมี “ของ” ในตัวพร้อมปล่อยอยู่เยอะเหลือเกิน

Damon-Albarn-Everyday-Robots DL

สำหรับคนที่มาร่วมงานกับอัลบาร์นในงานเดี่ยวชุดแรก นอกจากริชาร์ด รัสเซลล์ เจ้าของสังกัดเอ็กซ์แอล เรคอร์ดส์ ที่ทำงานกับอัลบาร์นมาตั้งแต่ปี 2011 แล้วก็ยังตำนานอย่างไบรอัน อีโน, นาตาชา ข่าน และวงนักร้องประสานเสียง the Leytonstone City Mission Choir ด้วย

ในฐานะงานเดี่ยว หากนำไปเทียบกับงานในวงที่อัลบาร์นเคยทำงานด้วย ไม่ว่าจะเป็น เบลอร์ หรือว่า กอริลลาซ เพลงใน Everyday Robots มีความแตกต่างไปจากงานของทั้งสองวงอย่างเห็นได้ชัด แม้จะรู้สึกใกล้เคียงกับงานของกอริลลาซอยู่บ้าง แต่ตัวดนตรีก็ไม่ถึงกับเป็นอิเล็กทรอนิกส์จัดจ้าน ตัวดนตรีนุ่มกว่า นวลกว่า

กับบางเพลงก็มีการนำเพอร์คัสชัน หรือบีทแบบแอฟริกันเข้ามาใช้ได้อย่างน่าสนใจ เช่น Mr. Tembo รวมไปถึงการใช้ท่อนแร็ป และทีมนักร้องประสานเสียง, You and Me ก็มีซาวนด์เครื่องเคาะอิเล็กทรอนิกส์ ที่ฟังสดใส มาแทรกในเพลง ทั้งหมดทั้งมวลล้วนทำให้ตัวงานมีลักษณะเฉพาะตัว และมีสีสันที่แปลกไปจากงานทั้งในนามของเบลอร์ หรือว่ากอริลลาซ ที่คุ้นเคยกัน

เรื่องราวต่างๆ ที่ถูกหยิบมานำเสนอ ตัวอัลบาร์นเองบอกว่า งานชุดนี้ “เป็นงานที่มีความเป็นส่วนตัวมากที่สุดเท่าที่ผมทำมา” ก็มาพร้อมกับมุมมองความคิดที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยี กับเรื่องของธรรมชาติ การใช้ชีวิตในสังคมยุคใหม่ ที่อัลบาร์นเอามาสร้างผูกเป็นเรื่องในเพลงได้อย่างน่าสนใจ เริ่มกันตั้งแต่เพลงแรก และเป็นเพลงที่ใช้เป็นชื่ออัลบั้ม ที่เขาเสียดสีวิถีผู้คนทุกวันนี้ ว่าไม่แตกต่างไปจากหุ่นยนต์ ที่ชีวิตติดอยู่กับเทคโนโลยีต่างๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์ หรือ การจราจรที่หนาแน่น, การเดินทางที่รอรถกันยืนนิ่งเป็นทิวแถว รวมไปถึงการสื่อสารต่างๆ

บางเพลงก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของอัลบาร์เอง เช่น Hollow Ponds ที่เขาเอาเรื่องราวของการเกิดคลื่นความร้อนในปี 1976 มาบอกเล่า ซึ่งก็ตอกย้ำเรื่องปัญหาทางธรรมชาติในงานชุดนี้ให้โดดเด่นขึ้นมาอีก

ที่น่าสนใจก็คือ บรรยากาศของอัลบั้มในภาพรวม ที่ดูเหมือนจะฟังเรื่อยๆ เนิบๆ หม่นๆราวกับจะตอกย้ำการเป็น “หุ่นยนต์” ของผู้คน การติดอยู่กับเทคโนโลยี จนชีวิตดูราบเรียบไม่มีชีวิตชีวายังไงยังงั้น แต่ไม่ได้หมายความว่างานชุดนี้ไม่มีชีวิตชีวา ในแต่ละเพลงต่างก็มีสีสัน มีความน่าสนใจในตัวเองอย่างที่ว่ามาข้างต้นนั่นละ เพียงแต่บรรยากาศ ที่มาจากซาวนด์ทั้งหมดของอัลบั้ม ภาพรวมของงาน อยู่ในโทน ในคอนเส็ปท์ที่ว่ามาเท่านั้นเอง

แล้วเมโลดีของงาน แม้จะไม่ถึงกับป็อปจ๋า แต่ก็ไม่ได้ซับซ้อนหวือหวา หรือฟังยาก ในส่วนของท่วงที ลีลาของจังหวะจะโคน แบบเนิบๆ นาบๆ ก็อดทำให้นึกถึงการก้าวย่างทางจังหวะของงานดนตรีในแบบทริป-ฮ็อปอยู่เหมือนกัน

ซึ่งพอรวมกันก็ส่งให้ Everyday Robots เป็นงานที่แม้จะเนิบนาบ หากก็ฟังกันได้แบบเรียบเรื่อย ไม่ใช่งานที่น่าเบื่อ ดนตรีมีฟรุ้งๆ ฟริ้งๆ เป็นระยะๆ เป็นความจัดจ้านแทรกตัวอยู่ในแต่ละเพลงได้อย่างกลมกลืน แล้วหากมองไปถึงคอนเส็ปท์ของเนื้อหา ในบรรยากาศที่ดูแข็งๆ นิ่งๆ แบบนี้ เดมอน อัลบาร์น ใส่ความเฉียบคมลงได้ตัดกับโทนนิ่งๆ ของดนตรีได้อย่างชัดเจน

อาจจะฟังหม่น แต่เพลิน อาจจะฟังเข้ม แต่ก็ผ่อนคลายในคราวเดียวกัน

จากเรื่อง ตามไปฟัง Everyday Robots งานเดี่ยวชุดแรกของเดมอน อัลบาร์น โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 9 มิถุนายน 2558

สามารถกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 

What is your reaction?

Excited
0
Happy
0
In Love
0
Not Sure
0
Silly
0
Sadaos
พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

You may also like

More in:Music Review

Comments are closed.