เป็นประจำเฉกเช่นทุกปีที่พอถึงปลายปี ก็จะมีอัลบั้มคริสต์มาสออกมาให้ได้ฟังกัน แต่ไม่ใช่ศิลปินทุกคนจะออกอัลบั้มคริสต์มาสกันได้ เพราะไม่ใช่ว่าจะขายได้ทุกคน คงต้องเป็นศิลปินที่มีแฟนเพลงเยอะๆ เช่น ศิลปินป็อป ต้องร้องเพลงได้ดี เพราะกว่า 90% ของเพลงที่ร้อง ก็คือเพลงคริสต์มาสตามปกติสามัญ จำพวก Jingle Bell, Santa Clause’s Coming to Town, Silent Night ซึ่งต้องการเสียงร้องสวยๆ เข้ากับบรรยากาศแห่งความสุข แถมหลายๆ เพลงมีดนตรีบางๆ เน้นเสียงร้อง ถ้าเสียงไม่ได้จริง ก็ไม่ค่อยทำกัน
อัลบั้มแรกที่หยิบมาแนะนำ เป็นงานเก่าของป้าซูซาน บอยล์ อัลบั้ม Home for Christmas ที่มีเพลงคริสต์มาสให้ฟังถึง 12 เพลง สำหรับป้าซูซาน หลายๆ คนคงจำได้ว่าเป็นคุณป้าเสียงสวยๆ ที่เข้าแข่งขันในรายการ British’s Got Talent แล้วสร้างเสียงฮือฮา จนคว้ารองแชมป์ของรายการในปีนั้นมาครอง
Home for Christmas เป็นอัลบั้มชุดที่ห้า และเป็นอัลบั้มคริสต์มาสชุดที่สองของป้า ชุดแรกก็คือ The Gift เมื่อปี 2012 เพลงในอัลบั้มชุดนี้ส่วนใหญ่ก็คือ งานสแตนดาร์ด ป็อป ที่หลายๆ เพลงมีลักษณะของงานคลาสสิคัลผสม ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องของป้าเอง หรือการใช้วงประสานเสียงหรือ ไควเออร์ (Quire) มาร่วมร้อง ตัวเพลงจะฟังเย็นๆ ให้ความรู้สึกนุ่มนวล อบอุ่น โดยไฮไลท์ในอัลบั้มก็คือ เพลงร้องคู่ของป้า กับราชาเพลงร็อคแอนด์โรลล์ ผู้จากไป เอลวิส เพรสลีย์ O Come, All Ye Faithful แล้วก็ยังมี When a Child Is Born ที่ได้จอห์นนี แมธิส มาร้องคู่ และ Little Drummer Boy ซึ่งป้าร้องกับหนุ่มกลุ่มนักร้องประสานเสียง The Overtones และมีเพลงแต่งใหม่ Miracle Hymn ที่ป้าร้องไว้ในหนังเรื่อง The Christmas Candle ใส่มาด้วย ซึ่งก็เป็นเพลงร้องประสานเสียงในโบสถ์ อารมณ์และบรรยกาศไม่ต่างไปจากเพลงอื่นๆ
ใครที่ชอบเพลงฟังเย็นๆ รื่นรมย์ มีอารมณ์ขลังๆ ผสม Home for Christmas น่าจะที่ถูกใจ
อัลบั้มที่สอง เป็นงานของอองเดร ริว (André Rieu) วาทยากรและมือไวโอลินชาวดัทช์ ที่นำเอางานคลาสสิคัล และดนตรีวอลท์ซออกเผยแพร่สู่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง สำหรับงานชุดนี้เป็นงานที่เขาทำร่วมกับวง โยฮัน สเตราสส์ ออเคสตรา ซึ่งก็เป็นวงประจำของเขานั่นแหละ ตัวอัลบั้มมีชื่อว่า Roman Holiday ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่เพลงสำหรับเทศกาลคริสต์มาสโดยตรง แต่เป็นงานแบบ “โรมรำลึก” ที่ริวรวบรวม เลือกสรร รวมไปถึงแต่งขึ้นมา เพื่อมอบให้ความทรงจำดีๆ ที่เขามีต่อกรุงโรม เมืองที่เขาเคยมาเยือนเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่ที่หยิบมาแนะนำก็เพราะเป็นมาพร้อมกับความรู้สึกดีๆ ความอบอุ่นแบบช่วงฮอลิเดย์ เพียงแต่ซาวนด์ดนตรี บรรยากาศจะมีความเป็นอิตาเลียน ท่วงทำนอง ลีลาดนตรีให้นึกถึงโทนของงานแบบเมดิเตอเรเนียน
ตัวดนตรีเป็นคลาสสิคัลเต็มร้อย มีทั้งเพลงของคอมโพเซอร์ระดับตำนานอย่าง ไชคอฟสกี เพลงจากอุปรากร Madame Butterfly ของปุคชินี รวมไปถึงเพลงจากภาพยนตร์ เช่น Gabriel’s Oboe ของเอนนิโอ มอร์ริโคเน จาก The Mission ที่ฟังไพเราะและโหยไห้ ตัวดนตรี มีทั้งซาบซึ้ง รื่นรมย์ บางเพลงก็โหมใส่แบบจัดเต็ม เล่นใหญ่อย่างที่ได้ยินใน Capriccio Italian มีทั้งเพลงร้อง เพลงบรรเลง แต่โดยรวมๆ แล้ว แต่ละเพลงจะมีอารมณ์ที่หลากหลาย ตามฟอร์มของดนตรีคลาสสิคัล เช่น Felicita ที่มีทั้งรื่มรมย์ อบอุ่น และเบิกบาน เจิดจ้า หรือ La Traviata ก็ชวนเคลิบเคลิ้มไปกับจังหวะวอลท์ซ ที่นุ่มนวล ส่วน L’ Italiano ก็ฟังอิตาเลี้ยน อิตาเลียน โอ่อ่า สว่างด้วยเสียงเครื่องเป่าทองเหลืองที่ฟังสนุกสนาน
อัลบั้มนี้ น่าจะเหมาะกับคนที่ชอบงานคลาสสิคัล และคนที่อยากสัมผัสกับดนตรีคลาสสิคัล ด้วยความที่ดนตรีไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมาย ตัวเพลงถูกเรียบเรียงใหม่ และตัดสั้นในแบบเพลงป็อป ไม่ใช่ฟังเพลงเดียวลากกันยาวๆ เป็นสิบนาที ใครที่อยากลองดนตรีคลาสสิคัล ขอแนะนำ บางเพลงอย่าง La Solitudine อาจจะทำให้หลงได้ตั้งแต่แรกได้ยิน
จากเรื่อง ฟังเพลงดีๆ รับคริสต์มาสปีนี้ โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 16 ธันวาคม 2558
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่















