SUICIDE SQUAD: หนังเปิดเรื่องได้อย่างน่าตื่นตา ในแบบที่กลมกลืนเข้ากับคอนเส็ปท์ต่างๆ ที่ใช้ในการโปรโมท เมื่อใช้เพลงป็อป เพลงร็อคทั้งหายเข้ามาประกอบกับการแนะนำตัวละครในแบบหนังรวมพลปฏิบัติการจากยุค 70 ได้อย่างลงตัว แคเรคเตอร์ของตัวละครแต่ละตัวก็น่าสนใจ มีปม มีความป่วยไข้ ทางจิตใจ (และร่างกาย สำหรับบางคน) ไปพร้อมๆ กัน ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างสนุก กระทั่งปฐมเหตุที่ทำให้ต้องมีทีมบุคคลากร พร้อมฆ่าทิ้งกลุ่มนี้เกิดขึ้นก็ฟังขึ้น ดูเป็นเหตุเป็นผลใช้ได้ (ยกเว้นอย่างหนึ่งที่คาใจ.. ไปตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งจะว่ากันในตอนท้ายที่ *)
แต่เมื่อพวกเขาต้องออกปฎิบัติการจริงๆ หนังก็เผยรูโหว่ของบท และพล็อตขนาดมหึมาให้เห็น แคเรคเตอร์ของตัวละครแต่ละตัวที่ดูมีเสน่ห์ น่าสนใจ กลับถูกปล่อยวางไว้แค่การเปิดตัวในช่วงแรกของหนัง บทไม่สามารถพาผู้ชมไปทำความรู้จักหรือผูกพันกับพวกเขามากไปกว่า การเป็นตัวละครที่เกิด (หรือมี) มาเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ใช้เสร็จแล้วก็จบๆ ไป ทั้งๆ ที่ตัวละครหลายๆ ตัวมาพร้อมกับความทุกข์ในใจ ที่ผู้ชมเข้าถึงได้ไม่ยาก รักได้ง่ายๆ และสามารถสร้างความสะเทือนใจอย่างได้ผล แต่หนังก็ไปไม่ถึงตรงนั้น
ความสัมพันธ์ของตัวละครแต่ละตัว กระรุ่งกระริ่ง ไม่มีอะไรที่ทำให้น่าเชื่อได้เลยว่าที่สุดแล้วพวกเขาจะกลายเป็น ‘ทีม’ ได้อย่างที่เห็นในที่สุด มีความผูกพันกัน หรือบางคู่ก็รักกันอย่างที่เป็นจนต้องยอมเสี่ยงตายมาช่วย
โทนหนังจากที่เริ่มไว้ดีในตอนต้น ก็แกว่งไป แกว่งมา เพลงที่ใช้ การตัดต่อ กลายเป็นของที่ไม่เข้าท่า เข้าทางไป ที่เห็นได้ชัดก็คือ เพลงป็อปทั้งหลายที่ใส่เข้ามา ไปไม่ได้กับโทนหนังอีกต่อไปแล้ว แถมยังกลายเป็นการประดังประเดสร้างความอึกทึกคึกโครมให้เอะอะมะเทิ่งไปกันใหญ่
ยังดีที่ได้อารมณ์ขันพิลึกๆ ใส่เข้ามาเป็นระยะๆ รวมไปถึงการแสดงแบบ ชั้นจะขโมยหนังมาเป็นของตัวเองของมาร์โกท์ ร็อบบี ที่เป็นสีสันสุดๆ ของหนัง
ปัญหาก็คือ ขณะที่เธอเป็นความโดดเด่นอย่างที่สุด หนังที่ขโมยมามันคุ้มค่าพอหรือเปล่า เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้ว Suicide Squad เป็นได้แค่หนังขายความบันเทิงแบบง่ายๆ ที่เห็นกันได้ดาดดื่น ซึ่งต้องทำรอยหยักสมองลื่นๆ เรียบๆ ก่อนเข้าชม อีกเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่หนังที่จะสานต่อ หรือแตกหน่อออกยอดไปเป็นอะไรที่แข็งแรงขึ้นมาได้
ทีมในเรื่องเป็นทีมฆ่าตัวตายฉันใด หนังก็เป็นการฆ่าตัวตายไม่ต่างกันฉันนั้น
ควรชมหากชอบ: Dirty Dozen, Guardians of the Galaxy, Seven Samurai, Magnificent Seven
โดย นพปฎล พลศิลป์
* ที่กวนใจอย่างที่สุดก็คือ (ตรงนี้มีสปอยล์ หากจิตไม่แข็งพอกรุณาข้ามย่อหน้านี้ไป) ตัวละครอย่างเอนแชนเทรสส์ ที่แข็งแกร่งเกินจะเอามาใช้งาน หรือตกอยู่ภายใต้การควบคุมของใคร หรือให้ความไว้ใจด้วยการใช้ชีวิตความเป็นอยู่แบบไม่ได้มีการป้องกันมากมายอย่างที่เห็น แถมด้วยศักยภาพของเธอที่มี บวกกับพี่ชาย ที่ต่างก็กำลังอยู่ในช่วงก่อร่างสร้างพลังใหม่ ก็พังเมืองทั้งเมืองได้ จะต้องมาเสียเวลาสร้างอะไรอีกทำไม ซึ่งกลายเป็นรูโหว่ขนาดมโหฬารในเรื่องของพล็อต แบบหนังการ์ตูนสำหรับเด็กก็ยังไม่กล้าทำ และทำให้รำคาญใจอยู่ตลอดระยะเวลาในการชม ยังไม่รวมไปถึง ภาพลักษณ์ของตัวละครรายนี้ ที่นักวิจารณ์รุ่นพี่ ถึงกับบอกว่า น่าจะเป็นนางแบบโฆษณารีเจนซี คนต่อไป
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่















