ขุนพันธ์ 2 : ถึงจะนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองไทยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เอาตัวละครจริงๆ มาปั้นแต่งใหม่ แต่หนังขุนพันธ์ 2 ก็สะท้อนภาพสังคมในยุคปัจจุบันได้ดี และอาจจะเป็นตลกร้ายด้วยซ้ำ กับการลองคิดว่าความเลวร้ายในยุคเก่าอย่างที่มีให้เห็นในหนัง ยังคงมีให้เห็นมาถึงยุคนี้ และไม่มีท่าทีว่าจะหายไปไหน แล้วหนังยังมีปมเสียดสีกลายๆ เมื่อชาวบ้านในยุคนั้น ดูจะรักโจรมีค่าหัวมากกว่าฝ่ายกฎหมาย
ทำให้หนังมีมิติบางอย่างในส่วนของเรื่องที่ ‘ลึก’ กว่าเดิม เรื่องราวก็ไม่ได้มีแค่ตำรวจจับผู้ร้าย ตำรวจดีตำรวจเลว โจรคุณธรรม เพราะในส่วนของตัวละคร ก็มีความลึกให้ขุดค้น ทั้งความขัดแย้งในจิตใจของขุนพันธ์ ความรักระหว่างเสือใบกับทับทิม มีปมแบบหนังสืบสวนที่เป็นเรื่องการลอบสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายงานเสมียน ความแค้นของผู้กองหนุ่มที่ถูกสามเสือเล่นงาน รวมไปถึงเรื่องของอำนาจ ที่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่เข้าใครออกใคร
หนังถือว่ามีความซับซ้อนในตัวมากกว่าเดิม มีแง่มุมมากมายให้ติดตาม ถึงจะดูเยอะ แต่ก็เล่าเรื่องได้อย่างมีจังหวะจะโคน ใส่ฉากแอ็คชันแทรกเข้ามาได้อย่างลงตัว ขณะที่ตัวละครก็ให้น้ำหนักกับเสือใบและเสือฝ้ายเป็นพิเศษ ฝั่งของนักแสดงก็มาดี แต่ก็ต้องยอมรับว่า ฝ่ายชายมีบทที่เป็นเนื้อเป็นหนังมากกว่าฝ่ายหญิงอย่างเห็นได้ชัด
แต่หลังจากเดินหน้ามาดี ช่วงท้ายๆ ที่เรื่องไหลมารวมกัน หนังกลับดูรวบรัดและร้อนรน จนหลายๆ เหตุการณ์สำคัญไม่ ‘แรง’ อย่างที่ควรจะเป็น และทำให้เรื่อง ‘เบา’ ลงไปเยอะ ยังดีที่ได้ฉากแอ็คชันมาช่วยอุ้ม ไม่งั้นหนังคงจืดกว่าที่เห็น ก่อนจะจบลงด้วยการบอกเป็นนัยๆ ว่า ขุนพันธ์จะกลับมาเป็นครั้ง 3
ส่วนภาคนี้หากเทียบกับภาคแรก ดูสนุก ลงตัว และเพลินได้มากกว่า ที่น่าจะพอหวังได้ว่า การกลับมาในครั้งต่อไป น่าจะทำได้ดีกว่าภาคก่อนหน้าเหมือนกัน
โดย นพปฎล พลศิลป์
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















