22 JULY: หายไปพักใหญ่หลังกลับมาทำหนัง Jason Bourne เรื่องที่สี่ของแม็ทท์ เดมอน แล้วจู่ๆ พอล กรีนกราสส์ก็กลายเป็นผู้กำกับอีกคนที่ทำหนังกับเน็ทฟลิกซ์ เมื่อมีหนังเรื่องใหม่ 22 July เข้ามาอยู่ในระบบของผู้ให้บริการหนังสตรีมมิงเจ้าใหญ่รายนี้ให้ได้ชมกัน เช่นเดียวกับผู้กำกับใหญ่ มาร์ติน สกอร์เซซี, ผู้กำกับออสการ์อัลฟองโซ คัวรอง
เป็นอีกครั้งที่กรีนกราสส์นำเรื่องราวของการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นจริงมาทำเป็นหนัง โดยหนนี้มีที่มาจากหนังสือ One of Us: The Story of a Massacre in Norway and Its Aftermath ของ อาสเน ไซร์สตัด (Åsne Seierstad) ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศนอร์เวย์ หากไม่ใช่งานแบบจำลองเหตุการณ์เพียวร์ๆ อย่าง United 93 แต่ยังมีเรื่องของการเจาะลึกไปถึงสภาพจิตใจของตัวละครในสถานการณ์ รวมไปถึงการรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา โดยนำเสนอทั้งสองฝั่งฝ่าย ผู้ทำร้ายและผู้เสียหาย ที่ฝ่ายหลังคือ แอนเดอร์ เบห์ริง ไบรวิคซึ่งอ้างตัวว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มหัวรุนแรงผิวขาวที่เรียกตัวเองว่า ไนท์ เทมพลาร์ และทำการระเบิดที่ทำการของรัฐบาล และบุกไปกราดยิงบรรดาเด็กๆ ในค่ายเยาวชนกำลังจัดซัมเมอร์แคมป์ภายใต้การดูแลของพรรคกรรมกร ส่วนฝ่ายแรกก็คือ วิลลาร์ ฮานส์เซน เด็กหนุ่มในค่ายที่ถูกไบรวิคยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และต้องใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายอยู่นาน แต่ก็ไม่เท่ากับบาดแผลทางจิตใจ
เหตุวางระเบิดและกราดยิงครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อ 22 กรกฎาคม 2011 และกรีนกราสส์ก็นำเหตุการณ์ที่ว่ามาใช้เป็นฉากเปิดเรื่อง ที่ทำออกมาได้อย่างน่าตื่นเต้นและดูจริงจัง ตามสไตล์ของผู้กำกับรายนี้ แม้จะไม่ถึงกับเข้มข้นและราวกับเป็นภาพบันทึกเหตุการณ์จริงเหมือนอย่างที่เห็นใน United 93 ที่เป็นงานจำลองเหตุการณ์ แต่ก็ทำให้รู้สึกตระหนกไปกับภาพที่ได้เห็น โดยเฉพาะการใช้บรรดานักแสดงท้องถิ่นที่ไม่เป็นที่รู้จักและคุ้นหน้าในวงกว้าง ช่วยให้หนังมีความ ‘สมจริง’ ในตัวในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
ปัญหาของหนังก็คือ หลังเปิดเรื่องในแบบงานแอ็คชันเร้าอารมณ์ เรื่องราวที่ตามมาก็คือ งานในทางดรามา เจาะลึกไปถึงสภาพจิตใจ ความคิดของเหยื่อและผู้ลงมือ ที่นำไปสู่การเผชิญหน้ากันอีกครั้งในศาล ซึ่งทำให้เห็นว่าบาดแผลที่เหยื่อได้รับ ไม่ใช่แค่ทางร่างกาย แต่ยังส่งผลกระทบทางจิตใจ ที่หากการเยียวยาทางร่างกายว่ายากแล้วการเยียวยาทางจิตใจยิ่งยากยิ่งกว่า ในเวลาเดียวกัน ก็แสดงให้เห็นถึงแนวคิดของผู้ลงมือ ที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเรื่องของการเหยียดผิว หรือชาตินิยมที่รุนแรงมากขึ้น ด้วยแรงส่งทางศาสนาและสภาพเศรษฐกิจ ที่ในโลกใบนี้อาจไม่ได้มีแค่ไบรวิคเพียงคนเดียวที่คิด เพียงแต่จะมีใครบ้างที่ลงมือทำ หรือรอเวลาของตัวเองมาถึง
หนังยังแทรกเรื่องของการทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุดกับเรื่องมโนธรรมในจิตใจ ผ่านตัวละครทนายที่รับว่าความให้กับไบรวิค แม้จะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจกับการทำหน้าที่ แต่ก็ต้องหาทางทำให้ไบรวิคได้รับการลงโทษในสถานเบาที่สุด ซึ่งส่งผลให้เจ้าตัวได้รับปฏิกริยาในแง่ลบจากผู้คนรอบข้าง ที่ล้วนตัดสินไบรวิคไปแล้วจากเหตุที่เขาก่อขึ้น รวมไปถึงการแสดงความรับผิดชอบของรัฐบาลนอร์เวย์ที่ไม่สามารถป้องกันและจัดการกับเรื่องร้ายเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ในแบบที่ตัวของนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เรียกร้องให้มีการไต่สวนสาธารณะด้วยตัวเอง ที่หากเป็นบ้านเรา ทุกอย่างคงเงียบเข้ากลีบเมฆ
ทั้งหมดล้วนแสดงให้เห็นถึงแรงกระเพื่อมจากสิ่งที่ไบรวิคลงมือได้อย่างชัดเจน ว่าส่งผลไปถึงระดับใด และขนาดไหนบ้าง
เรียกได้ว่าหลังจากเหตุการณ์ก่อการร้ายและไบรวิคถูกจับ หนังปรับเปลี่ยนตัวเองจากฉากเปิดเรื่องไปคนละทาง ที่สำหรับคอหนังแอ็คชัน และคนที่ชอบงานเร้าอารมณ์แบบเต็มที่เต็มทางอาจจะรู้สึกว่าเนิบนาบเกินไป แต่ถ้าพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวละคร และการต่อสู้ของพวกเขา 22 JULY ยังมากไปด้วยความเข้มข้น น่าติดตาม เพียงแต่ไม่ถูกนำเสนอออกมาเป็นภาพตรงๆ หากเป็นสิ่งที่ผู้ชมต้องขุดค้นไปถึงสภาพจิตใจและความคิดของแต่ละคนเอาเอง
ที่หากจับติดหรือค้นเจอ ไม่ยากเลยที่จะรู้สึกพรั่นพรึง หรือหวั่นวิตกถึงความเป็นในโลกใบนี้ขึ้นมาในใจ
โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ชำแหละแผ่นฟิล์ม นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1268 ปักษ์หลังพฤศจิกายน 2561
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















