BIRD BOX: ในโลกอนาคต โลกถูกคุกคามด้วยบางสิ่งบางอย่าง ที่หากใครได้เห็นจะทำให้พาชีวิตเข้าไปสู่ความตายในทันที โดยที่ยากจะหาทางหยุดยั้ง และหลังจากใช้ชีวิตหลบภัยที่ห้ามมองให้เห็น อยู่ในเมืองที่กลายเป็นเมืองร้างมานาน 6 ปี มาโลรีก็ต้องพาเด็กชายหนึ่ง หญิงหนึ่งวัยพอๆ กับช่วงเวลาที่ผ่านไปหลังเกิดเหตุร้าย ล่องเรือไปตามแม่น้ำ เพื่ออะไรบางอย่าง….
Bird Box หนังเรื่องใหม่ของผู้กำกับซูซานน์ เบียร์ เจ้าของรางวัลออสการ์หนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมจากเดนมาร์ค In a Better World ที่เปิดตัวในเน็ทฟลิกซ์ เริ่มต้นเรื่องเอาไว้อย่างนั้น และหนังก็ใช้วิธีการเล่าเหตุการณ์ตัดสลับกันระหว่างปัจจุบัน กับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีเดินหน้ามาเรื่อยๆ จนบรรจบกัน ที่นอกจากเรื่องราวต่างเวลาจะกลายเป็นเหตุและผลของกันและกันแล้ว ยังแสดงให้เห็นความเป็นมาของตัวละคร สิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญ และแน่นอนสาเหตุที่ทำให้ทั้งสามคนต้องเลือกเสี่ยงออกมาเดินทางตามลำน้ำ ที่ไม่น่าจะปลอดภัยกว่าในบ้านที่มีปะตูหน้าต่างมิดชิด โดยที่พวกเขา ‘ห้าม’ เปิดผ้าที่ผูกปิดตาเอาไว้โดยเด็ดขาด มิเช่นนั้นบางสิ่งบางอย่างก็พร้อมที่จะทำให้พวกเขาต้องปลิดชีพตัวเอง
หนังสร้างจากนิยายเมื่อปี 2014 ชื่อเดียวกันของจอช มาเลอร์แมนก็จริง แต่ด้วยพล็อตที่เล่นกับเรื่องประสาทสัมผัสเหมือนกัน ก็ทำให้ Bird Box ดูเป็นแฝดคนละฝากับหนังสยองที่ฮิตแบบเซอร์ไพรส์อย่าง A Quiet Place เพราะขณะที่เรื่องหนึ่งเล่นกับเสียง การทำให้เกิดเสียงนำไปสู่ความตาย อีกเรื่องก็เล่นกับการสายตา ที่การมองเห็นจะนำมาซึ่งความตาย ที่จะว่าไปแล้วโจทย์ของ Bird Box ยากกว่าเยอะ เมื่อตัวละครต้องใช้ชีวิตโดยมีผ้าปิดตาตลอดเวลา ยามต้องออกนอกบ้าน ไปหาอาหาร หรือว่าหลบหนีบางสิ่งบางอย่างเช่นที่มาโลรีกับเด็กๆ กำลังทำอยู่ จนบางครั้งก็รู้สึกว่า ตัวละครทำอะไรที่เก่งกาจเกินความสามารถที่บกพร่องเพราะเรื่องการมองเห็นไปไม่น้อยเหมือนกัน
เหตุการณ์ต่างๆ ในหนังเองก็ทำให้นึกถึงงานหลายๆ เรื่องก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น Dawn of the Dead กับการจับตัวละครหลายๆ คน มาสุมกันอยู่ในพื้นที่จำกัดเพื่อหนีอันตรายจากภายนอก หรือกระทั่ง The Mist ที่ตัวละครจับต้นชนปลายไม่ถูกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น การเดินทางตามแม่น้ำที่มีเกาะแก่ง จุดที่น้ำไหลเชี่ยว และเอ่อนิ่ง โดยมีเด็กๆ อยู่บนเรือด้วย ก็ทำให้ภาพของ River Wild ลอยมา นอกเหนือไปจาก A Quiet Place ที่ว่าเอาไว้มาตั้งแต่ตอนแรก
แต่ถึงจะเป็นเหมือนเบ้าหลอมของหลายสิ่ง แต่ Bird Box ก็เล่าเรื่องได้อย่างน่าสนใจ มีปมที่ทำให้เกาะติดอยู่กับเรื่องจนถึงนาทีสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นต้นสายปลายเหตุของการเดินทาง หรือผู้คนที่เคยอยู่ร่วมกันในบ้านหายไปไหน ทำไมถึงเหลือเพียงแค่สามคนนี้ ความไม่น่าไว้ใจของผู้คนในบ้านเดียวกัน รวมไปถึงตัวเร่งปฏิกริยาในการเอาตัวรอดที่สร้างขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ นอกเหนือไปจากบางสิ่งบางอย่างที่หนังไม่อธิบายอย่างชัดเจน หรือจำเพาะเจาะจงว่าคืออะไร มาจากไหน แต่ถูกอธิบายคร่าวๆ ผ่านความเชื่อ และความรู้ที่ได้จากอินเตอร์เน็ทของตัวละครรายหนึ่ง
ถือว่าหนังมีความเข้มข้น และน่าติดตามอย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง มีลุ้น มีตื่นเต้นพอประมาณ อาจจะพอเดาอะไรได้บ้าง แต่ก็ยังต้องมาจับตาดูว่าใครกันที่จะอยู่ และใครกันที่ชีวิตจะหลุดหายจากร่างไปก่อนเพื่อน แม้หากเทียบกับหนังแนวนี้ในระดับหัวแถวโดยทั่วๆ ไปแล้ว Bird Box อาจจะย่อหย่อนความระทึกอยู่บ้าง โดยเฉพาะกับการชมในจอโทรทัศน์ที่บ้าน ซึ่งมีปัจจัยแวดล้อมพร้อมดึงสมาธิออกจากหนัง รวมถึงศักยภาพของอุปกรณ์ แต่ก็ไม่ใช่งานที่น่าเบื่อ แล้วก็ยังมีประเด็นในเรื่องความสัมพันธ์ในภาวะคับขัน ที่มาโลรีเลือกที่จะไม่บอกความจริงกับเด็กๆ ว่าใครคือพ่อ-แม่ของพวกเขา รวมถึงไม่ตั้งชื่อให้ เพื่อที่ทั้งสองคนจะไม่รู้สึกมีใครพิเศษกว่าใคร ที่หากไม่นับเรื่องเพศที่แตกต่าง เธอก็ปฏิบัติกับทั้งเด็กชายและเด็กหญิงไม่ผิดแผกกัน
นักแสดงในเรื่องที่มีตัวท็อปๆ ของวงการอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นซานดรา บูลล็อก, จอห์น มัลโควิช, แจ็คกี วีเวอร์, ทอม ฮอลแลนเดอร์, บีดี หว่อง หรือซาราห์ พูลสัน กับโรซา ซาลาซาร์ร์ หากส่วนใหญ่ก็ให้คุณภาพการแสดงได้แค่ระดับมาตรฐาน ไม่ได้เนี้ยบหรือเป็นที่สุดอย่างเคยเห็นกัน แล้วกับบางรายก็ดูจะใช้ไม่คุ้ม แต่ก็ไม่ใช่งานที่แย่ของพวกเขาแน่ๆ
หนังปิดจบลงได้อย่างสวยงาม และมีลูกเล่นเล็กน้อย ในส่วนของผู้รอดชีวิต ก่อนที่จะแสดงให้เห็นทางรอดจากภัยที่ยากจะให้นิยามครั้งนี้ นั่นก็คือการอยู่กับธรรมชาติ ในแบบที่ให้เขาเป็นผู้คุ้มครอง มากกว่าที่ให้เรา มนุษย์นักทำลายเป็นผู้ดูแล
โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ชำแหละแผ่นฟิล์ม นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1270 ปักษ์หลัง ธันวาคม 2561
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















