สารคดีชุดขนาดสี่ตอนจบของเน็ทฟลิกซ์ ที่เป็นการหยิบเอาเบื้องหลัง ความเป็นมา และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากออกฉาย และความเป็นไปหลังจากนั้นของหนังสี่เรื่องมานำเสนอ Dirty Dancing, Home Alone, Ghostbusters และ Die Hard ซึ่งมีไบรอัน โวล์ค-ไวสส์ เป็นผู้สร้างสรรค์
ที่นอกจากจะนำเสนอให้ได้เห็นเบื้องลับเบื้องลึกของการสร้างภาพยนตร์ทั้งสี่เรื่อง ที่ไม่ได้เริ่มต้นในแบบงานที่ถูกมองว่าจะประสบความสำเร็จมหึมาอย่างที่เห็นแล้ว ยังมาพร้อมกับการผูกเรื่องผูกราวในแบบงานดรามา ที่สามารถปิดท้ายจบเรื่องด้วยความประทับใจ หรือมีอะไรที่สะกิดความรู้สึกได้สำเร็จ
จากเรื่องแรกที่พาไปดูความเป็นมาของ Dirty Dancing ที่ไปๆ มาๆ ก็มีแง่มุมบางอย่างที่เผยออกมาเป็นนัยๆ ว่านี่อาจจะเป็นงานกึ่งๆ อัตชีวประวัติของใครสักคน ที่กว่าจะได้สร้างก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อหนังเป็นการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของตัวละครหญิง ที่ดูจะเป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับฮอลลีวูด การคัดเลือกนักแสดง แม้จะได้ตัวคนที่เหมาะสมมาเล่น หากหนึ่งในคู่พระคู่นางก็ยื่นคำขาดว่าจะไม่เล่นหากต้องแสดงคู่กับคนๆ นี้ อันเป็นผลมาจากเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้นในกองถ่ายของหนังที่ทั้งคู่เล่นคู่กัน รวมไปถึงปัญหาในการเลือกเพลง การหาบริษัทสักแห่งที่พร้อมจะลงเงินให้กับหนัง ที่ไปลงเอยกันที่บริษัททำวิดีโอที่อยากจะมีหนังของตัวเองขึ้นมาบ้าง
แล้วก็จบลงตรงที่การสดุดีให้กับนักแสดงคนสำคัญของเรื่องผู้จากไป และการกลับไปหาสถานที่ถ่ายทำจริงๆ ในทุกวันนี้ของหนึ่งในทีมงาน
ส่วน Home Alone ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเจออุปสรรคมากมายกว่าจะได้ขึ้นจอ ตั้งแต่เรื่องงบสร้าง ที่สตูดิโอแรกให้มาอย่างจำกัดจำเขี่ย แต่แทนที่งบซึ่งขอไปไม่ได้มากมายอะไรจะได้รับตามที่ขอ กลับกลายเป็นคำสั่งปิดโปรเจ็คท์ และทำให้หนังเดินมาอยู่ในชายคาของอีกสตูดิโอหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นการซื้อหวยรางวัลที่หนึ่งถูกโดยไม่รู้ตัว หนังยังมีเรื่องของการคัดเลือกนักแสดงที่ไม่ใช่ รวมถึงความวุ่นวายในการถ่ายทำ
ก่อนจะปิดฉากด้วยความการรำลึกถึงคนสำคัญที่ทำให้เกิดหนังเรื่องนี้ขึ้นมา
เรื่องที่สาม ซึ่งว่าด้วยการทำหนัง Ghostbusters ก็มาพร้อมกับเรื่องราวสาหัวสากรรจ์ ตั้งแต่บท ที่ไม่ลงตัวสักทีแถมนักแสดงที่ถูกวางตัวไว้แต่แรก คนหนึ่งก็เสียชีวิต อีกคนก็ค่าตัวสูงเกินไป คนที่มาแทนก็ดูจะเรื่องมาก แล้วยังมีปัญหางบที่ดูบานปลาย จนบริษัทที่เข้ามาเทคโอเวอร์สตูดิโอไม่พอใจ ยิ่งไปกว่านั้นเวลาในการทำสเปเชียล เอฟเฟ็คท์ก็มีน้อยนิด เพลงประกอบก็ไม่เสร็จ
หากท้ายที่สุดหนังก็เสร็จทันออกฉายและกลายเป็นหนังทำเงินแห่งปี ขณะที่เรื่องราวความเป็นมาของมัน ที่อยู่ในหนังสารคดีเรื่องนี้ ก็จบได้สวยๆ ถึงความสัมพันธ์ของนักแสดงสองคนของหนังที่เคยเป็นเพื่อนกัน-แตกคอกัน และได้เคลียร์ใจในวาระสุดท้ายของใครคนหนึ่ง
ปิดท้ายด้วย Die Hard ที่เต็มไปด้วยปัญหาสารพัด ตั้งแต่ตัวบท ที่มาจากนิยายซึ่งเขียนไว้เป็นภาคต่อของนิยายที่กลายเป็นหนังเรื่องหนึ่งของแฟรงค์ ซินาตรา แต่เมื่อซินาตราแก่เกินไปก็มีการปรับเปลี่ยนใหม่ แต่กว่าจะมาถึงบรูซ วิลลิส ที่กำลังดังจากซีรีส์รอม-คอม Moonlighting ก็ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะหนังใหญ่เรื่องก่อนๆ หน้าที่เขารับเล่นก็ไปได้ไม่สวยสักเท่าไหร่ ยิ่งไปกว่านั้นบทก็ยังต้องมีแก้ไข เขียนไปถ่ายไป หากท้ายที่สุด ก็กลายมาเป็นหนังที่พลิกโฉมงานแอ็คชันของฮอลลีวูดอย่างที่เห็นจนได้
ขณะที่บทสรุปในตอนท้ายของสามตอนก่อนหน้า มาพร้อมกับความสมเหตุสมผล เห็นได้ชัดว่า บทสรุปที่พยายามทำให้เป็นงานดรามา มีความซาบซึ้ง ความประทับใจของตอนนี้ มีลักษณะของความจงใจอย่างเห็นได้ชัด และทำให้ผลลัพธ์ทางอารมณ์ของหนังไม่ได้เป็นอย่างที่ตั้งใจเอาไว้
แต่ถึงกระนั้นก็เป็นงานที่ทำให้ได้เห็นความเป็นมาของหนัง การเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ของทีมงานเช่นเดียวกับหนังสามตอนก่อนหน้า ซึ่งส่วนสำคัญที่สุดก็คือ ความเชื่อมั่น ความตั้งใจ ที่ทำให้พวกเขาสร้างภาพยนตร์ที่สร้างเราในที่สุดอย่างที่เห็น
โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ชำแหละแผ่นฟิล์ม นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1300 ปักษ์หลังมีนาคม 2563
[one_half][/one_half][one_half_last][/one_half_last]















