การกลับมาหารากของ สติง กับอัลบั้ม 57th & 9TH งานดีๆ ที่แฟน The Police และสติงไม่ควรพลาด

SHARE THIS
  • 26
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    26
    Shares

หลังเปิดตัวด้วยงานเดี่ยว ที่กรุ่นกลิ่นไอแจ๊ซซ์ The Dream of the Blue Turtles เมื่อปี 1985 สติงไม่เคยกลับไปทำงานที่หารากเดิมๆ ของตัวเอง ที่เป็นร็อค, เป็นพังค์ ที่ผสมผสานดนตรีเร็กเกเข้ามาได้อย่างกลมกลืนอีกเลย และดูเหมือนจะเถลไถลไปไกลกว่าเก่า เมื่อหันไปจับงานดนตรีคลาสสิคัล, เพลงฮอลิเดย์ หรือว่า งานเทรดิชันอย่าง เคลท์ รวมไปถึงมิวสิคัล

จนมาถึงงานชุดนี้ 57th & 9TH ที่เป็นอัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 12 เข้าไปแล้ว งานที่เจ้าตัวเอาชื่อแยกของถนนที่ต้องเดินผ่านทุกวันเวลาเดินไปเข้าห้องอัดมาใช้ สติงเดินทางกลับมาทำอัลบั้มร็อคเป็นชุดแรกในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่อัลบั้มชุด Sacred Love และที่ยิ่งไปกว่านั้น หลายๆ เพลงก็คือ กลิ่นดนตรีที่ที่แฟนๆ ในยุคเก่าแก่ของเขาตั้งแต่สมัย the Police คุ้นเคย

ที่แค่เพลงแรก I Can’t Stop Thinking About You ก็น่าจะทำให้หลายๆ คนคิดถึง Message in a Bottle ที่ทันสมัย ในซาวนด์ที่ฟังโมเดิร์น และนวลประณีตมากกว่า แล้วไม่ใช่แค่เพลง เนื้อร้องในงานก็ยังเต็มไปด้วยมุมมองของชีวิต แบบคนที่ผ่านและมีประสบการณ์ อย่าง 50,000 ที่สติงแต่งขึ้นในสัปดาห์ที่ปรินซ์จากไป ก็เป็นการรำลึกถึงเหล่าศิลปินระดับ Icon ที่จากไปมากมายในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น ปรินซ์, เดวิด โบวี, เกล็นน์ ฟราย และ เล็มมี จาก Motorhead ซึ่งไม่ต่างไปจากเพื่อนสนิท มิตรสหาย ที่สรุปความเป็นมา และเป็นไปของพวกเขาเหล่านั้นได้อย่างชัดเจนและงดงาม “Rock stars don’t ever die, they only fade away”

จากผลงานในอดีต และชื่อชั้นที่มี สติงยังสร้างเพลงที่มากับความหมาย หรือเรื่องราวดีๆ อีกมากมาย อย่าง One Fine Day ที่พูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์เรา ที่เนื้อร้องแสดงให้เห็นถึงความคิดที่แตกต่างของมนุษยชาติ ที่กลายเป็นความขัดแย้ง และมัวแต่ถกเถียงกันจนสถานการณ์เลวร้ายลงไปเรื่อยๆ และกับดนตรีที่ฟังสดใส ก็ราวกับเป็นการเย้ยหยัน เสียดสี ถึงการไม่รู้สึกถึงหายนะของพวกเรา

ขณะที่ในยุค 80 สติงมีเพลง Fragile ที่พูดถึงการสูญเสียอันเกิดจากสงครามกลางเมืองในอเมริกากลางที่มีต่อคนระดับล่างๆ ใน 57th & 9TH ก็มี Inshallah ที่บอกเล่าเรื่องราวคล้ายๆ กัน แต่หนนี้เป็นชีวิตผู้อพยพชาวตะวันออกกลาง ที่ดนตรีนอกจากฟังเศร้่า หม่น แบบที่ Fragile เป็นแล้ว ก็มีลักษณะแบบเพลงสวด กับดนตรีแบบตะวันออกกลางผสมสานลงมา ซึ่งใน Fragile ก็มีลักษณะเฉพาะของดนตรีท้องถิ่นใส่เข้ามาเช่นกัน

The Empty Chair ยังเป็นเพลงเกี่ยวกับเหตุการณ์ในตะวันออกกลางอีกเพลงที่น่าสนใจ โดยหนนี้สติงหยิบเอาเรื่องราวของนักข่าวที่ถูกจับตัวไปและสังหารโดยกลุ่มไอซิสมาบอกต่อ อารมณ์เพลงจะเศร้ากว่าเพลงก่อนหน้า เนื้อหาเป็นเพลงที่รำลึกถึงผู้ที่จากไป มีแค่เสียงร้องของสติงกับกีตาร์โปร่ง แต่ถึงจะฟังหม่นๆ แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นจากเสียงร้องและดนตรีที่ละมุนละไม

ที่สำคัญทั้งสองเพลงนี้ถูกวางไว้ต่อกันอย่างตั้งใจ ราวกับจะให้ได้สัมผัสถึงเรื่องราวของทั้งสองฝั่ง นอกเหนือไปจากเพลง The Empty Chair เป็นงานที่ปิดอัลบั้มได้อย่างลงตัว

แม้จะเป็นงานที่ย้อนกลับไปหารากเดิมๆ ของตัวเอง แต่ซาวนด์ และสำเนียงดนตรีของ 57th & 9TH ฟังสด และที่สำคัญยังเต็มไปด้วยพลัง อย่าง Petrol Head ก็เป็นร็อคแอนด์โรลล์ สนุกๆ เข้มๆ ในแบบ Roxanne ที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย โดยเฉพาะเรื่องของความดิบของดนตรี ที่สติงในยุคนี้ไม่ดิบกร้าว หรือห้าวมากเท่า แต่ก็ได้ความเข้มข้นเรื่องของเนื้อร้องเข้ามาแทน และดนตรีก็มีความหลากหลายในเรื่องของแนวทาง ฟังลุ่มลึกมากกว่า

ซึ่งก็เป็นไปตามยุคสมัย ประสบการณ์ที่เปลี่ยนไป เพราะหากสติงในปี 2016 ยังคงทำเพลงเหมือนปี 1985 มันก็คงไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่ และคงไม่ใช่การย้อนไปหาอดีตที่งดงาม และลงตัวทั้งคนทำงานและแฟนเพลงแบบนี้

จากเรื่อง การกลับมาหารากของ สติง กับ 57th & 9TH คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ โดย นพปฎล พลศิลป์ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ 23 ธันวาคม 2559

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 26
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    26
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On