ดู Iron Man 3 เกรียนๆ แบบเกรียนหนัง

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Iron Man 3 (2013): สั้นๆ ง่ายๆ ว่า “ภาคนี้ดีที่สุด”
โดย เกรียนหนัง
จาก https://www.facebook.com/photo.php?fbid=181894398633561&set=a.113215048834830.20429.112834835539518&type=1&theater

หากไม่นับเครดิตที่ว่าภาคแรกคือจุดเริ่มต้นทุกสิ่งทุกอย่างของหนังชุดนี้ แล้วมาวัดกันที่ความจัดจ้านในองค์ประกอบด้านต่างๆ ของตัวหนังเพียงอย่างเดียว Iron Man 3 คือผลงานที่พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็น “ภาคที่ดีที่สุด”

หนังเป็นทั้งเจ้าของฉากแอ็คชั่นที่ใหญ่โต อารมณ์ขันที่ล้นเหลือ พล็อตเรื่องที่ยอกย้อนแพรวพราว และการลำดับความสำคัญของตัวละครที่ทำออกมาได้ค่อนข้างลงตัว บรรดานักแสดงในภาคนี้เลยมีส่วนร่วมในการทำให้เรื่องราวคืบหน้าไปแทบทุกราย ใครเล่าจะเชื่อว่าเจ๊เพ็พเพอร์ (กวินเน็ธ พัลโทรว) นางเอกของเรื่องจะมีโอกาสได้บู๊ดุเดือดไม่แพ้ท่าน โทนี่ สตาร์ค หลังจากที่เธอเคยเป็นแค่ไม้ประดับในหนังสองภาคก่อนหน้า

ขณะที่ตัวร้ายอย่าง “แมนดาริน” ถือเป็นหนึ่งในทีเด็ดทีขาดของหนังภาคนี้ กับการมาในแบบ “ลับ ลวง พราง” ชนิดที่ผู้ก่อการร้ายตัวจริงอาจต้องชิดซ้ายตกขอบไปเลย เสียดายที่ผู้เขียนไม่ใช่แฟนหนังสือคอมิคเลยไม่อาจบอกได้ว่าตัวละครนี้ในหนังสือมันมีการ ลับ ลวง พราง อย่างที่เห็นกันในหนังหรือไม่?

ถ้าไม่มี ก็ต้องชมไปที่คนเขียนบทว่า “กล้าที่จะเล่น” และเป็นอะไรที่ทำให้ส่วนหนึ่งของตัวร้ายภาคนี้มีความซับซ้อนในทางตลกร้ายอย่างถึงที่สุด ขณะที่อีกส่วนก็ถือเป็นความโฉดและเหี้ยมเกรียมที่สุดเท่าที่ Iron Man เคยเจอมาเช่นกัน

เป็นอย่างไรคงเปิดเผยตรงนี้ไม่ได้ แต่ถ้าจะให้สปอยด์เรียกน้ำย่อยกันเล็กๆ แบบไม่ทำลายอรรถรสของหนังก็ต้องบอกว่ามันเป็นตัวร้ายที่ฆ่ายังไงก็ไม่ตาย และชวนให้นึกถึงหุ่น T1000 เสียเหลือเกิน

แต่จุดที่คิดว่ามีส่วนอย่างมากในการทำให้ Iron Man 3 กลายเป็นความพิเศษขึ้นมาจริงๆ น่าจะอยู่ที่ “อารมณ์ขันแบบเล่นๆ” กับ “งานแอ็คชั่นแบบขึงขัง” ที่ถูกนำมาขมวดรวมเข้าด้วยกันจนเนียนสนิทหมดจด แล้วก็ไหลลื่นชนิดที่ว่าบอกลามุกฝืดๆ และฉากไคลแม็กซ์เห่ยๆ แบบที่เคยเห็นในหนังภาค 2 ไปได้เลย

เพราะนอกจากศึกนี้ของ Iron Man จะหนักหนาสาหัส จนต้องพะบู๊กันหนักหน่วงกว่าทุกครั้งแล้ว ในส่วนของอารมณ์ขันก็ถูกเพิ่มให้มีบทบาทกับตัวหนังมากกว่าเดิมหลายเท่า และก็ไม่ได้ถูกใส่มาเพื่อทำให้หนังดูผ่อนคลายลงเท่านั้น แต่มันถูกควบรวมจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินเรื่องก็ว่าได้

อาทิ ในฉากที่พระเอกกับผู้ร้ายห้ำหั่นกันแบบเอาเป็นเอาตาย อยู่ดีๆ หนังก็ตัดฉับหักอารมณ์คนดูด้วยการตบมุกฮาเข้ามาหน้าตาเฉย และที่สำคัญมันได้ผล คือเรียกเสียงหัวเราะครืนขึ้นมาแบบเฉียบพลัน โดยที่อารมณ์รวมของซีนนั้นยังคงความขึงขังไว้อยู่ ไม่ได้สะดุด ชะงัก หรือก่อให้เกิดความรู้สึกผิดที่ผิดทางขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

มองเผินๆ การคุมอารมณ์หนังในลักษณะนี้เหมือนจะง่าย แต่จริงๆ แล้วทำยาก และไม่ใช่ใครที่ไหนนึกจะทำก็ทำได้ ไม่มั่นใจ ไม่แม่นจริงเรื่องจังหวะหนัง ผลลัพธ์ที่รออยู่ตรงหน้า ถ้าไม่กลายไปเป็นหนังแอ็คชั่นตลกล้อเลียน ก็มีแต่คำว่า “เละ” สถานเดียว

ซึ่งก็ต้องยกเครดิตให้กับ เชน แบล็ค ผู้กำกับหนังภาคนี้ไปแบบเต็มๆ (ร่วมเขียนบทด้วย) ที่นอกจากจะทำออกมาได้แบบห่างไกลจากคำว่าเละแล้ว ยังอยู่ในข่ายดีที่เรียกได้ว่า… Amazing!

คะแนน : สี่ดาวจ้า
(บู๊ มันส์ ฮา ครบเครื่อง หนังดีและสนุกด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว แนะนำว่าดูแค่ 2 มิติก็พอ เพราะฉบับ 3 มิติหนังไม่ทะลุจออย่างที่คิด ขนาดเกรียนหนังดูแบบ 3 มิติด้วยจอ Imax ใหญ่ๆ ยังไม่ช่วยอะไรเลย เหมือนหนังไม่ได้ถ่ายทำด้วยกล้อง 3D แต่เป็นการเอาหนัง 2D มาแยกเลเยอร์ให้เป็น 3D ตามเคย)


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.