ฟังไปแล้ว กับอัลบั้มละครเพลงไอ้แมงมุม โดยโบโน และดิ เอดจ์

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

spiderSPIDER-MAN: TURN OFF THE DARK: MUSIC FROM / Original Broadway Cast, Bono & The Edge
[Interscope Records/ Universal Music]

ก่อนที่ปีหน้าจะมีหนัง The Amazing Spider-Man มาให้ชมกัน บนเวทีละครของบรอดเวย์ ก็มีไอ้แมงมุมมาไต่ให้ชมกันไปแล้วก่อนหน้า ในชื่อ Spider-Man: Turn Off the Dark ซึ่งทำออกมาเป็นละครเพลง ที่ผู้เขียนเรื่องก็คือ จูลี่ เทย์มอร์ (ผู้กำกับ Frida และ Across the Universe) ร่วมกับ เกล็น เบอร์เกอร์ และโรเบอร์โต อากีร์เร่-ซาคาซ่า โดยเอาเรื่องราวในหนังสือการ์ตูนและหนังในปี 2002 มาดัดแปลง ซึ่งแน่นอนว่าการแสดงนั้นคงต้องตื่นตา ตื่นใจแน่ๆ เมื่อตัวละครต้องห้อยโหนโจนทะยานขนาดนี้

และสำหรับผู้ที่มารับผิดชอบในเรื่องของดนตรี-เพลงประกอบนั้น ก็หวือหวาไม่แพ้การแสดง เพราะเป็นถึงศิลปินระดับโลก ระดับหัวแถวของวงการเพลงในยุคนี้ ที่แม้จะไม่ได้มากันทั้งวงก็ตามแต่ก็เป็นคนที่เป็นแกนหลักของวงดนตรีที่ชื่อ ยูทู และสมาชิกที่มาร่วมกันทำงานละครเพลงเรื่อง Spider-Man: Turn Off the Dark ก็คือนักร้องนำ-โบโน และมือกีตาร์-ดิ เอดจ์นั่นเอง ซึ่งหากจะเรียกละครเพลงเรื่องนี้ว่าเป็น ร็อคมิวสิคัล ก็ย่อมไม่ผิดอะไร

เพราะคนทำงานคือครึ่งหนึ่งของยูทู ตัวเพลงในละครเพลงเรื่องนี้จะมีกลิ่น มีทางในแบบงานของยูทูอย่างเสียงกีตาร์ริธึมที่ได้ยินในเพลง NY Debut จะมีลักษณะการเล่น และซาวนด์ไม่ต่างไปจากที่ได้ยินในเพลงอย่าง Where the Street Have No Name เพลงฮิตของยูทู จากอัลบั้ม The Joshua Tree จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะอย่าง Picture This ก็ทำให้นึกถึงเพลงอย่าง A Beautiful Day

และวิธีการร้องของรีฟ คาร์นีย์ ที่เล่นเป็นปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ (และไอ้แมงมุม) ก็ใกล้เคียงกับวิธี-เทคนิคการร้องของโบโนอยู่เหมือนกัน

หากก็เป็นยูทูที่คลี่คลายมากกว่าที่ได้ยินในอัลบั้มปกติของพวกเขา รวมทั้งทำให้ได้เห็นขอบเขตการทำงานที่กว้างขวางไปจากที่เคยได้ยินในงานของยูทู โดยเฉพาะการทำงานที่เป็นมิวสิคัล และเป็นป็อปในตัว เช่น ใน Pull the Trigger ที่โบโนกับดิ เอดจ์ จับดนตรีร็อคแอนด์โรลล์มาใช้เล่าเรื่องแบบมิวสิคัลได้สนุก

หรืองานบัลลาดขายเสียงร้อง กับดนตรีน้อยชิ้น แบบ If The World Should End ซึ่งทำออกมาได้ไพเราะ เพราะพริ้งไม่ใช่น้อย ขณะที่ Sinistereo ก็มีอารมณ์หม่นๆ ในแบบงานกอธิคผสมได้อย่างน่าสนใจ แต่ที่ถือว่าแปลกหู และมีเสน่ห์ ก็คงเป็น A Freak Like Me Needs Company ที่ดนตรีเป็นดิสโก้ ฟังคึกคัก สนุก พร้อมทั้งมีอารมณ์ขัน ความน่ารักแฝงอยู่ในเพลง

ส่วน Rise Above ที่มีให้ฟังถึง 2 เวอร์ชั่นก็เป็นงานป็อปที่ติดหูได้ไม่ยาก เวอร์ชั่นแรกจะเป็นงานป็อปบัลลาดที่ตัวดนตรีมากันเยอะ มีเครื่องสายรองพื้นสวยงาม ส่วนอีกเวอร์ชั่นจะฟังเศร้ากว่า ด้วยความที่มาพร้อมกับดนตรีที่น้อยชิ้นกว่า แม้ในช่วงกลางเพลงจะมีการวางดนตรีเข้ามารองมากขึ้น หากก็อยู่ในโทนของความห่วงหา เสียงร้องฟังทอดยาว กินอารมณ์กว่าเยอะ

อัลบั้มปิดท้ายด้วย Turn Off the Dark งานบัลลาดฟังโหยไห้ นิ่ง เนิบ ที่เสียงบรรยายเข้ามาในช่วงท้าย

หลายๆ เพลงในอัลบั้ม หากตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ล ทำโปรโมทกันดีๆ ก็อาจจะฮิตกันได้ ไม่ว่าจะเป็น Rise Above หรือ Picture This รวมไปถึง I Just Can’t Walk Away (Say It Now) ที่หากเรียบเรียงใหม่ก็ได้เพลงป็อปเนียนๆ แถมมาอีกเพลง

ตัวอัลบั้ม ตัวเพลงถือเป็นงานป็อป พร้อมฮิต แต่ที่น่าสนใจก็คือ ด้วยโทนเพลงประมาณนี้ ละครเพลงเรื่องนี้ น่าจะเดินไปในสายโรแมนติก มากกว่าจะหวือหวาอย่างเห็นได้ชัด

จากคอลัมน์ สะกิดร่องเสียง โดย นพปฎล พลศิลป์ นิตยสาร Entertain 1103
ปักษ์แรก 1 มกราคม 2012 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On