ย้อนตำนานน้องรักหักเหลี่ยมโหด ไมเคิล แจ็คสันฉกลิขสิทธิ์เพลงของ The Beatles

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เมื่อพูดถึงไมเคิล แจ็คสัน ราชาเพลงป็อป ที่หากวันนี้ยังมีชีวิตอยู่ จะอายุปาเข้าไป 57 ปีแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของการใช้เงินใช้ทอง หลายๆ คนอาจจะคิดว่าเขาเป็นหนึ่งในศิลปินที่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย หมดไปกับการซื้อบ้านหลังโต สร้างสวนสนุกส่วนตัว ไหนจะบรรดาสิงสาราสัตว์อีกต่างหาก ซึ่งเห็นได้ชัดจากการใช้ชีวิตในช่วงหลายปีก่อนเสียชีวิต แจ็คสันต้องตกเป็นหนี้เป็นสินมหาศาล จนเสียที่ดินกว่า 2,800 เอเคอร์ของเนเวอร์แลนด์ ไหนจะต้องเอาทรัพย์สินส่วนตัวออกมาประมูลอีกต่างหาก

แล้วหลังจากเสียชีวิต ผู้ดูแลทรัพย์สินของเขา ก็ยังต้องวุ่นกับเรื่องบริหารจัดการหนี้กันแบบไม่รู้จักจบจักสิ้น โดยมีรายงานเมื่อราวๆ ปลายปี 2014 ว่า บริษัทที่ดูแลสินทรัพย์ของแจ็คสัน ตกเป็นหนี้ภาษีถึง 505 ล้านเหรียญ และยังมีค่าปรับอีก 197 เหรียญ

แต่ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ทรัพย์สินฟุ่มเฟือย เมื่อวันที่ 6 กันยายน 1985 ไมเคิล แจ็คสันก็ได้ทำการซื้อทรัพย์สินที่มีมูลค่าราคา และเป็นเรื่องเป็นราวมากที่สุด นั่นคือการซื้อลิขสิทธิ์เพลงของเดอะ บีเทิลส์ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในการทำธุรกิจดนตรีครั้งประวัติศาสตร์ และเป็นหนึ่งในการทำธุรกิจของแจ็คสันเพียงไม่กี่อย่าง ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายาม, ความเฉลียวฉลาด และความอดทนของเขา ขณะที่เรื่องราวก็แสดงให้เห็นถึงความ ‘เขี้ยว’ ในการเอาธุรกิจมาผสมผสานกับความเป็นเพื่อน และวันนี้เราจะไปย้อนดูความเป็นมาในครั้งนั้นกัน

แต่ก่อนอื่น คงจะต้องทำความรู้จักกับ การพิมพ์เพลง หรือ Music publishing กันก่อน โดยการพิมพ์เพลงจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ในเพลงที่ถูกประพันธ์ขึ้น อย่างเพลง Yesterday แม้จะได้รับการบันทึกเสียงโดยเดอะ บีเทิลส์ แต่คนที่ประพันธ์เพลงก็คือ เล็นนอน และแม็คคาร์ทนีย์ (ที่ตอนหลังมีการค้นพบว่า จริงๆ แต่งโดยแม็คคาร์ทนีย์ เพียงคนเดียว) ซึ่งในปัจจุบันนี้ เป็นเรื่องที่รู้กันโดยทั่วไปว่า คนแต่งเพลงจะเป็นเจ้าของเพลง และจัดการเรื่องการอณุญาตให้เอาเพลงไปใช้ในที่ต่างๆ แต่ในช่วงแรกๆ ของธุรกิจดนตรี บรรดาศิลปินที่ใสซื่อทั้งหลาย ซึ่งก็รวมถึงเดอะ บีเทิลส์ด้วย ต่างเซ็นสัญญามอบลิขสิทธิ์ให้คนอื่นไปโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยทั้งจอห์น เลนน็อน และพอล แม็คคาร์ทนีย์ ต่างก็เสียสิทธิ์ในการดูแลการพิมพ์เพลงของตัวเองไปตั้งแต่ปี 1969 ผ่านการเซ็นสัญญาที่มีลูกตุกติกและคลุมเครือ ถึงแม้ทั้งคู่จะยังได้ค่าโรยัลตี ที่จ่ายให้กับนักแต่งเพลงก็ตามที

มาถึงปี 1981 ไมเคิล แจ็คสัน กับพอล แม็คคาร์ทนีย์ กลายมาเป็นเพื่อนซี้ต่างวัยกัน ทั้งคู่ร่วมกันทำงานเพลงที่กลายเป็นฮิตอันดับ 1 อย่าง “Say Say Say” ที่ด้านบีของซิงเกิลเป็นเพลงชื่อประหลาดๆ อย่าง Ode to a Koala Bear”

ในคืนหนึ่ง แจ็คสันแวะไปที่บ้านของแม็คคาร์ทนีย์ นั่งโอภาปราศรัยกันไปตามประสา และแทนที่จะคุยอวดถึงเรื่องรถแต่งสวยๆ หรือว่าขวดไวน์แพงๆ แม็คคาร์ทนีย์กลับเมาท์ถึงเรื่องเพลงที่เขาซื้อลิชสิทธิ์มาไว้ในมือ ไม่ว่าจะเป็นเพลงของบัดดี ฮอลลี หรือเพลงละครบรอดเวย์

ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม็คคาร์ทนีย์ เรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเองในอดีต ขณะที่แจ็คสันก็สังเกต และจดจำเอาไว้
(พรุ่งนี้ยังมีต่อ)

จากเรื่อง ย้อนตำนานน้องรักหักเหลี่ยมโหด ไมเคิล แจ็คสันฉกลิขสิทธิ์เพลงของ The Beatles โดย นพปฎล พลศิลป์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 15 กันยายน 2558

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านงานวิจารณ์หนัง และเพลง แบบนี้ ได้ด้วยการกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์กันไว้ก่อน ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.