รำลึกถึงตำนานแห่งวงการเพลงคันทรีผู้จากไป เคนนี โรเจอร์ส

SHARE THIS
  • 125
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    125
    Shares

เคนนี โรเจอร์สนักร้องผู้ครองชาร์ทเพลงป็อปและเพลงคันทรีช่วงยุค 70s และ 80s ด้วยงานเพลงฮิตที่เต็มไปด้วยความสละสลวย และเป็นเจ้าของรางวัลแกรมมีถึง 3 รางวัล จากไปแล้วในวัย 81 ปี “อย่างสงบที่บ้านตามธรรมชาติ ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่และรายล้อมด้วยคนในครอบครัว” แถลงการณ์ถึงการเสียชีวิตของโรเจอร์สระบุ และเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ทางครอบครัวจะจัดงานศพเล็กๆ ที่เป็นส่วนตัว

ปี 2015 โรเจอร์สประกาศทัวร์อำลา และสามารถแสดงได้ตามที่วางแผนเอาไว้จนถึงเดือนธันวาคม 2017 แต่แล้วในเดือนเมษายน 2018 ไม่นานก่อนจะออกทัวร์ให้เสร็จ ซึ่งกินเวลาอีกไม่กี่เดือน หลังพักการแสดงมาได้สักระยะหนึ่ง เขาก็ต้องยกเลิกการแสดงที่เลือก ที่รวมถึงการแสดงในเทศกาลดนตรี the Stagecoach Festival ในแคลิฟอร์เนีย เนื่องจากปัญหาสุขภาพ

“The Gambler” เพลงลายเซ็นประจำตัวของโรเจอร์ส ที่ถูกบันทึกในทะเบียนการบันทึกเสียงแห่งชาติของสภาคองเกรสส์เมื่อปี 2018 ถือเป็นเกียรติยศล่าสุดที่เขาได้รับ ซึ่งก่อนหน้านั้นก็มีทั้ง การจารึกชื่อในหอประกาศเกียรติคุณคันทรี, ได้รางวัลแกรมมีสามรางวัล และคันทรีมิวสิคอวอร์ดส์อีก 6 รางวัล นอกจากนี้เขายังได้ชื่อว่าเป็นศิลปินคันทรี-ป็อปคนแรกๆ ที่ประสบความสำเร็จในระดับซูเปอร์สตาร์ “ผมทำเพลงคันทรีไม่ใช่เพื่อพยายามเปลี่ยนดนตรีคันทรี แต่พยายามเอาตัวรอด” เขากล่าวในการสัมภาษณ์เมื่อปี 2016 “ด้วยเหตุนั้นผมเลยทำเพลงที่ไม่ใช่คันทรี แต่มีความเป็นป็อปมากกว่า ทุกวันนี้พวกเขาไม่ทำเพลงคันทรีกันแล้ว สิ่งที่ทำกันก็คือสร้างเพลงคันทรีที่มีแนวทางของตัวเอง ในวันหนึ่งผมเลยบอกบางคนไปว่า ดนตรีคันทรีคือสิ่งที่คนคันทรีซื้อ ถ้าคนฟังเพลงคันทรีไม่ซื้อ พวกเขาจะเขี่ยมันออกไป ถ้าซื้อมันก็กลายเป็นดนตรีคันทรี มันก็แค่ดนตรีคันทรียุคหนึ่งที่พวกเราอยู่ในนั้น”

หลังก่อร่างสร้างตัวอย่างมั่นคงด้วยความสำเร็จของเพลงที่มีความเป็นร็อค เป็นป็อป ร่วมกับวง the First Edition โรเจอร์เจ้าของผมและเคราสีเทาก็กลายเป็นศิลปินคันทรีที่ประสบความสำเร็จข้ามแนวดนตรีเบอร์ต้นๆ ของยูไนเต็ด อาร์ติสท์ส เรคอร์ดส์ ซึ่งเสน่ห์จากเสียงร้องของเขา ทำให้เพลงถึง 20 เพลงขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ทเพลงคันทรีสำเร็จ และมีถึงสองเพลงที่ไปได้ไกลกว่านั้น “Lady” เพลงเก่าของไลโอเนล ริชี ที่โรเจอร์สนำมาตีความใหม่เมื่อปี 1980 และ “Islands in the Stream” ในปี 1983 ซึ่ง The Bee Gees แต่งให้เขาร้องกับดอลลี พาร์ทัน ขึ้นถึงอันดับ 1 ของชาร์ทเพลงป็อป

ตลอดชีิวิตการทำงานของโรเจอร์ส เขาได้ร่วมงานกับศิลปินหญิงระดับท็อปมากมาย อาทิ ด็อทที เวสท์, ชีนา อีสทัน, คิม คาร์นส์ และแอนน์ เมอร์เรย์

บิลล์ ซี. มาโลน นักประวัติศาสตร์ดนตรีคันทรีให้ความเห็นว่า สไตล์การร้องของโรเจอร์ส “เป็นแกนหลักในความสำเร็จของเขา โรเจอร์สเป็นนักเล่าเรื่องผู้เชี่ยวชาญ ในรูปแบบที่คุ้นกันและน่าสนใจ ซึ่งแทบจะเรียกร้องความตั้งใจอย่างเต็มที่ของคนฟัง เมื่อเสียงร้องเทเนอร์สากๆ ของเขา ค่อยๆ แหบห้าวขึ้นตามอารมณ์ของเพลง โรเจอร์สก็พาคนฟังไปไกลกว่าที่เคย ด้วยความมั่นใจในน้ำเสียงของตัวเอง

โรเจอร์สใช้ความสำเร็จทางดนตรีนำไปสู่การทำงานอีกด้านในฐานะนักแสดง “The Gambler” เพลงฮิตอันดับหนึ่งบนชาร์ทเพลงคันทรีในปี 1978 เป็นที่มาให้กับซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่เขารับบทนำ ขณะที่เพลงฮิตเพลงอื่นๆ ก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับหนังจอเล็กอีกหลายเรื่อง

โรเจอร์ส ได้รับรางวัลแกรมมีครั้งแรกในปี 1977 เป็นรางวัลนักร้องเพลงคันทรีชายยอดเยี่ยมจาก “Lucille”, ในปี 1979 เขาได้รางวัลนี้อีกครั้งจากเพลง “The Gambler” ส่วนรางวัลสุดท้ายเป็นสาขาการร้องเพลงคันทรีคู่ยอดเยี่ยมในเพลง “Make No Mistake She’s Mine” ร่วมกับรอนนี มิลแซพ

ในปี 2013 โรเจอร์สได้รับการจารึกชื่อในหอประกาศเกียรติคุณคันทรี และในปีนี้เขายังได้รับรางวัลเกียรติยศในการทำงานจากสมาคมดนตรีคันทรีอีกด้วย

โรเจอร์สเกิดและเติบโตที่ฮุสตัน เป็นลูกคนที่สี่จากแปดคนในครอบครัวที่ฐานะไม่ดีนัก และเริ่มจับกีตาร์ตั้งแต่อายุยังไม่มาก โดยบางครั้งก็มีโอกาสได้เล่นร่วมกับมิคกีย์ จิลลีย์ นักดนตรีท้องถิ่น การทำงานเพลงของเขาในช่วงแรกๆ ก็แสนหลากหลาย โดยตอนเรียนไฮสคูลโรเจอร์สตั้งวงร็อคอะบิลลี the Scholars ที่ได้บันทึกแผ่นเสียงกับค่ายเพลงท้องถิ่น คาร์ลตัน เรคอร์ดส์ แต่หลังจากหยุดเรียนช่วงสั้นๆ ที่มหาวิทยาลัยฮุสตัน เขาก็ไปเล่นเบสกับวงแจ๊ซซ์ของบ็อลลี ดอยล์ และเคอร์บี สโตน หลังย้ายมาแอลเอในปี 1966 โรเจอร์สได้ร่วมงานกับวงโฟล์ค-ป็อป the New Christy Minstrels ที่สมาชิกในวงก็มี คิม คาร์นส์, จีน คลาร์ค ที่กลายเป็นสมาชิกของ the Byrds, แบร์รี แมไกวร์ เจ้าของเสียงร้องในเพลง “Eve of Destruction” และเจอร์รี เยสเตอร์ แห่ง the Lovin’ Spoonful

ต่อมาโรเจอร์สกับเพื่อนร่วมวงมินสเทรลส์อีกสามคนมาตั้งวงร็อค the First Edition ในปี 1967 ซึ่งมีเพลงท็อปเทนถึงสองเพลง ได้แก่ “Just Dropped In (To See What Condition My Condition Was In)” อันดับ 5 ในปี 1968 และ “Ruby, Don’t Take Your Love to Town” อันดับ 6 ในปี 1969 แต่พอถึงต้นยุค ’70s ความนิยมของวงก็ถดถอย โรเจอร์สตัดสินใจเซ็นสัญญาเป็นศิลปินเดี่ยวกับยูไนเต็ด อาร์ทิสท์ เรคอร์ดส์ ในปี 1976 และมี “Lucille” เป็นเพลงอันดับ 1 เพลงแรกบนชาร์ทเพลงคันทรี ที่ยังไปขึ้นอันดับ 5 ในชาร์ทเพลงป็อป รวมถึงทำให้เขาได้รางวัลแกรมมีตัวแรกมาครอง

การจับคู่กับนักร้องสาวด็อทที เวสท์ของโรเจอร์ส ก็สร้างเพลงคันทรีอันดับ 1 ให้กับค่ายยูไนเต็ด อาร์ทิสท์และลิเบอร์ตีรวมกันถึง 3 เพลงในปี 1978-81 ได้แก่ “Every Time Two Fools Collide”, “All I Ever Need Is You” และ “What Are We Doin’ in Love” แล้วก่อนจะสิ้นทศวรรษโรเจอร์สมีเพลงคันทรีอันดับ 1 ออกมาอีกถึง 5 เพลง และหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ “The Gambler” ที่ทำให้ได้รางวัลแกรมมีในปี 1978 ส่วนอัลบัม The Gambler และ Kenny ยังเข้าชาร์ทอัลบัมป็อปอันดับ 12 และ 5 ตามลำดับ แล้วเป็นแรงบันดาลใจให้ซีรีส์ The Gambler ที่โรเจอร์สรับบทนำในเรื่อง

ในยุค ‘80s เพลงฮิทที่โรเจอร์สทำกับค่ายลิเบอร์ทีและอาร์ซีเอ ทำให้เขาเข้ามาอยู่ในโลกของเพลงป็อปมากขึ้น โดยเน้นไปที่เพลงบัลลาด โรแมนติค ที่มีเพลงดังอย่าง “Lady” และ “Islands in the Stream” ที่เพลงหลังเขาร้องคู่กับดอลลี พาร์ทัน ซึ่งได้ร่วมงานกันอีกหลายหน ย้ำสถานภาพการเป็นศิลปินคันทรีที่ประสบความสำเร็จข้ามแนวทางให้มั่นคง แม้เพลง “Make No Mistake, She’s Mine” ที่เขาร้องกับรอนนี มิลแซพจะไม่ประสบความสำเร็จในชาร์ทเพลงป็อป แต่ก็ขึ้นอันดับ 1 ชาร์ทเพลงคันทรีในปี 1987 และทำให้ได้รางวัลแกรมมีตัวที่สาม ในสาขาศิลปินคู่แนวคันทรียอดเยี่ยม

ยุค ‘90s โรเจอร์สเริ่มตกจากความนิยม เมื่อศิลปินคันทรีรุ่นใหม่ๆ ที่ทำเพลงในสไตล์ใหม่ๆ มาแทนที่ แต่ยังมี “Buy Me a Rose” ที่ร้องกับบิลลี ดีนและอลิสัน เคราส์เป็นเพลงอันดับ 1 บนชาร์ทเพลงคันทรีในปี 1999 ในศตวรรษใหม่ โรเจอร์สยังมีผลงานออกมาแต่ไม่มีเพลงฮิตๆ เลย หากเขาก็ยังออกทัวร์เรื่อยๆ และทำธุรกิจต่างๆ เช่น ร้านอาหารฟาสท์ฟูด, บริษัทประกอบรถยนต์ แล้วก็มีหนังสืออัตชีวประวัติ Luck or Something Like It ในปี 2012 รวมถึงนิยายเรื่อง What Are the Chances ในปีต่อมา ซึ่งปีเดียวกันนี้เขาก็ได้รางวัลเกียรติยศในการทำงานจากสมาคมดนตรีคันทรี ก่อนที่ปี 2015 จะได้รับรางวัลเดียวกันนี้จากสถานีโทรทัศน์ดนตรีคันทรี

ในที่สุดงานเลี้ยงก็ต้องถึงวันเลิกรา โรเจอร์สประกาศเกษียณตัวเองและการจัดทัวร์อำลา The Gambler’s Last Deal ในเดือนกันยายน 2015 แต่เดือนเมษายน 2018 ก็ต้องยกเลิกการแสดงที่เหลือเพราะปัญหาสุขภาพ ทำให้คอนเสิร์ทสุดท้ายของเขาในแนชวิลล์เป็นคอนเสิร์ทสดุดีตัวเขา ที่บริดจ์สโตน อารีนาเมื่อ 25 ตุลาคม 2017 ซึ่งมีศิลปินมากมายมาร่วมงาน อาทิ ไลโอเนล ริชี, เทรวิส ทริทท์, the Judds, คริส คริสทอฟเฟอร์สัน, อลิสัน เคราส์, คริส สเตเปิลตัน, Lady Antebellum, ไอดินา เมนเซล, คริสตัล เกย์ล, รีบา แม็คเอนไทร์ และดอลลี พาร์ตัน ที่มาร้องเพลง “You Can’t Make Old Friends” และ “Islands in the Stream” กับโรเจอร์สเป็นหนสุดท้าย

ซึ่งถือเป็นการปิดฉากชีวิตของตำนานของวงการเพลงที่ชื่อเคนนี โรเจอร์สได้อย่างสวยงาม

โดย นพปฎล พลศิลป์ จากเรื่อง รำลึกถึงตำนานแห่งวงการเพลงคันทรีผู้จากไป เคนนี โรเจอร์ส คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 24-25 มีนาคม 2563


SHARE THIS
  • 125
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    125
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On