ลมหายใจยังไม่จบสิ้น ชีวิตของเทปคาสเส็ทท์ยังไม่จบ

SHARE THIS
  • 578
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    578
    Shares

กับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ในยุคที่การฟังเพลงแบบสตรีมมิงเหมือนจะเป็นตลาดหลัก การดาวนด์โหลดลดลง ซีดีไม่ใช่สินค้าสำคัญ ขณะที่ไวนีลอาจกลับมาได้รับความนิยม แต่ก็ต้องดูกันอีกไกล เพราะไม่แน่ใจว่านี่คือแฟชัน หรือการกลับมาจริงๆ กับเทปคาสเส็ทท์ก็คงไม่ต่างกัน และคงต้องดูกันยาวกว่า เพราะปีที่ผ่านมา (2016) เป็นปีแรกที่ยอดขายคาสเส็ทท์เติบโตขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราว โดยเพิ่มขึ้นถึง 74% ด้วยยอดขาย 129,000 ตลับ จากที่เคยขายแค่ 74,000 ตลับในปี 2015

แม้จะเป็นตัวเลขที่จุ๋มจิ๋มมาก เมื่อเทียบกับยอดขายอัลบั้ม และอัลบั้มในแบบแผ่นเสียง ในปี 2016 ซึ่งยอดขายอัลบั้มแม้จะลดลง 17% แต่ทำไปได้ถึง 200.8 ล้านก็อปปี ส่วนยอดขายไวนีลนั้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10% ขายไป 13.1 ล้านก็อปปี แต่เมื่อมองว่าตลาดของคาสเส็ทท์นั้น ‘ตาย’ ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะในแง่ของการใช้สอยก็ไม่สะดวกเท่าไฟล์ดิจิตอล และคุณภาพเสียงก็ไม่โดนใจนักฟังเพลงหูเทพ จนไม่มีที่อยู่ในตลาด ทำให้ยอดขายน้อยนิดของคาสเส็ทท์เป็นเรื่องที่น่าสนใจขึ้นมา

สำหรับอัลบั้มสร้างยอดขายหลักๆ ก็คือ Purpose งานชุดใหม่ของจัสติน บีเบอร์ และอัลบั้ม Beauty Behind the Madness ของ เดอะ วีคเอนด์ ซึ่งขายไปได้ชุดละเกือบๆ 1,000 ตลับในปี 2016 แล้วยังมีการทำอัลบั้มคลาสสิคออกขายอีกครั้งในแบบคาสเส็ทท์ อย่าง The Slim Shady LP ของเอมิเน็ม ที่ขายไป 3,000 ตลับ และ Purple Rain งานของ Prince and the Revolution ที่ขายถึง 2,000 ตลับ โดยงานเหล่านี้จะขายควบไปกับโค้ดสำหรับดาวน์โหลดอัลบั้มแบบดิจิตอล ทำให้คนที่ซื้อไม่จำเป็นต้องมีเทปคาสเส็ทท์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่า เป็นการขายในแบบของที่ระลึกมากกว่า จะเป็นการขายได้ด้วยตัวเองจริงๆ

ในปี 2016 มีอัลบั้มถึง 25 ชุด ที่ทำเป็นคาสเส็ทท์และขายได้อย่างน้อย 1,000 ตลับ ขณะที่ปี 2015 มีแค่ 8 ชุด โดยอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของทั้งสองปีก็คือ the Guardians of the Galaxy: Awesome Mix Vol. 1 soundtrack ที่ขายไปได้ปีละ 4,000 ตลับ และถ้ารวมยอดขายของอัลบั้มนี้ในแบบคาสเส็ทท์ทั้งหมด ตั้งแต่ออกมาในปี 2014 จะเป็นตัวเลขถึง 11,000 ตลับ ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าแรงกระตุ้นในการซื้อ ต้องเป็นการที่ตัวละครในหนังยังฟังคาสเส็ทท์ และการออกแบบตัวตลับ ก็ทำออกมาแบบเดียวกับของตัวละครในหนัง

คาสเส็ทท์ส่วนใหญ่จะขายแบบเอ็กซ์คลูสีฟผ่านร้านอย่าง เออร์เบิน เอาท์ฟิตเตอร์ส ซึ่งอัลบั้ม Purpose ของบีเบอร์ และ Beauty Behind the Madness ของเดอะ วีคเอนด์ก็ขายผ่านที่นี่ แล้วก็ยังมีอัลบั้มซาวนด์แทร็คหนัง Star Wars: The Force Awakens, อัลบั้ม Yeezus ของ คานเย เวสท์ และ I Like It When You Sleep, For You Are So Beautiful Yet So Unaware of It ของ The 1975 อีกด้วย

สำหรับแหล่งขายคาสเส็ทท์ ก็จะมีทั้งจากร้านที่ไม่ใช่ร้านขายงานเพลงตามปกติ อย่าง เออร์เบิน เอาท์ฟิตเตอร์ส ซึ่งทำยอดไว้ในปี 2016 21% คิดเป็น 27,000 ตลับ, ขายผ่านเว็บไปสู่ลูกค้าโดยตรง 43% คิดเป็น 55,000 ตลับ ส่วนที่เหลือเป็นของร้านขายปลีกอิสระต่างๆ คิดเป็น 33% หรือ 42,000 ตลับ ส่วนร้านค้าปลีกใหญ่ๆ ที่มีสาขาเยอะๆ ขายได้ราวๆ 5% คิดเป็น 6,000 ตลับ

นอกจากการได้แรงหนุนจากสื่ออื่นๆ เช่นที่ซาวนด์แทร็ค The Guradians of the Galaxy ได้รับจากตัวหนัง การจัดงานวันขายคาสเส็ทท์ หรือ Cassette Store Day ก็เป็นแรงส่งสำคัญ เพราะวันนี้ร้านค้าปลีกทั้งหลายจะจัดร้านเพื่อหนุนการขายสินค้าแบบคาสเส็ททั้งหลาย ในปี 2016 งานนี้จัดกันในวันที่ 8 ตุลาคม ซึ่งมีคาสเส็ทท์ที่ทำมาเป็นพิเศษเฉพาะงานนี้จำนวนใช้ได้ทีเดียว ที่ถูกนำมาวางขายตามร้านค้าปลีกอิสระ แล้วยังมีการแสดงคอนเสิร์ทในร้าน รวมไปถึงจัดโปรโมชันพ่วงอีกด้วย

ซึ่งก็คงต้องดูกันต่อไปว่า ตลาดคาสเส็ทท์จะกลับมายืนได้ยาวๆ หรือว่าเป็นแค่กระแส หรือกลายเป็นแค่สินค้าที่ระลึกเท่านั้น

จากเรื่อง ลมหายใจยังไม่จบสิ้น ชีวิตของเทปคาสเส็ทท์ยังไม่จบ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ โดย นพปฎล พลศิลป์ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 25 มกราคม 2560

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 578
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    578
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On