เกรียนหนัง ท่องอวกาศ แบบ Gravity

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Gravity (2013): ยึดมันเอาไว้ หรือ ปล่อยมันไป…
โดย เกรียนหนั
ที่มา https://www.facebook.com/photo.php?fbid=238325546323779&set=a.113215048834830.20429.112834835539518&type=1&theater

gravity-imax-posterไม่รู้ว่ามีใครคิดเหมือนกันบ้างหรือเปล่า ระหว่างดูหนังเรื่องนี้เกรียนนึกไปถึงหนังอย่าง Cast Away และ 127 Hours และคิดต่อไปอีกว่า ระหว่าง ติดเกาะ (ใน Cast Away) ติดในซอกเขา (ใน 127 Hours) หรือ ติดอยู่บนอวกาศ แบบใน Gravity ชะตากรรมอันไหนจะเอาชีวิตรอดออกมาได้ยากง่ายกว่ากัน? อันนี้ก็คงแล้วแต่ใครจะคิด แล้วแต่ใครจะให้เหตุผลยังไงก็ว่ากันไป แต่สิ่งหนึ่งที่หนังทั้งสามเรื่องมีจุดเชื่อมคล้ายกันอยู่ก็คือ ทั้ง Cast Away, 127 Hours และ Gravity เป็นหนังที่ว่าด้วยตัวละครที่ต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์วิกฤตที่สุดในชีวิต ต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนผ่านมันไปให้ได้ และเริ่มต้นชีวิตอีกครั้งด้วยมุมมองใหม่…

เมื่อเป็นเช่นนั้น Gravity จึงไม่ใช่หนัง ไซไฟ ยานอวกาศ ที่ลุ้นระทึก ตื่นเต้น ด้วยฉากระเบิด ฉากแอ็คชั่น เป็นหลัก หากแต่เป็นหนัง ไซไฟ/ดราม่า ที่ว่าด้วย คุณค่าของการมีชีวิต โดยมีห้วงอวกาศอันเคว้งคว้าง เวิ้งว้าง แต่ก็ งดงาม ด้วยในคราวเดียวกันเป็นฉากหลัง

การที่หนังค่อยๆ ให้ข้อมูลกับเราจนพออนุมานเองได้ว่าที่ ดร.ไรอัน สโตน (แซนดร้า บลูล็อค) ทำไมอดีตหมอที่เคยทำงานอยู่ในโรงพยาบาล ถึงผันตัวเองมาทำงานอยู่บนอวกาศที่ห่างไกลจากโลกขนาดนี้ หรือการที่เราได้ยินกัปตันแม็ตต์ โควาสกี้ (จอร์จ คลูนี่ย์) บอกกับ ดร. ไรอัน ไม่ต่ำกว่า 2 ครั้งในทำนองว่า คุณต้อง ปล่อยวาง และ ดำเนินชีวิตต่อไปให้ดีที่สุด น่าจะเป็นแมสเซสหลักที่ Gravity ต้องการจะบอกคนดูนั่นเอง (ในขณะมีประโยคว่า Don’t Let Go หรือแปลเป็นไทยว่า จับให้มั่น โปรยอยู่บนโปสเตอร์ แต่จริงๆ แล้วหนังต้องการบอกว่า Let it Go หรือ จงปล่อยวาง)

และไม่รู้ว่าผกก. อัลฟอนโซ่ คัวรอน จะตั้งใจหรือเปล่า แต่การใช้ภาพกว้างๆ แบบ Landscape เพื่อให้เห็นภาพอวกาศกว้างไกลแบบสุดลูกหูลูกตา และเห็นตัวละครในเรื่องเป็นเพียงจุดเล็กๆ ในเฟรมเดียวกันนั้น มันก็เหมือนคล้ายๆ จะบอกเราว่า ไม่ว่าเราจะเป็นใคร มาจากไหน มีปมในใจที่คิดว่าหนักหนาสาหัสแค่ไหน สุดท้ายแล้ว ปมในใจที่ติดอยู่ในตัวเรานั้น ก็เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวผงธุลีเท่านั้นหากเทียบกับจักรวาลอันยิ่งใหญ่

อีกนัยหนึ่ง Gravity ถือเป็นหนังที่โชว์ศักยภาพของผกก. อัลฟอนโซ่ คัวรอน และ แซนดร้า บลูล็อค โดยแท้ ในฝั่งของ ผกก. นี่คือผลงานที่ต้องเรียกว่าหาญกล้ามากๆ ในการทำหนัง ไซไฟ/อวกาศ ที่มีตัวละครหลักๆ แค่ 2 ตัว (จะว่าไปจริงๆ มีแค่ตัวเดียวด้วยซ้ำ) หนังเต็มไปด้วยฉากแบบลองเทค ไม่มีเพลงประกอบ ส่วนใหญ่มีแต่เสียงสัญญาณเตือนภัยในยานอวกาศ และเสียงรำพึงรำพันกับตัวเองของตัวละคร แต่หนังกลับเอาคนดูได้อยู่หมัด และร่วมลุ้นไปกับตัวละครว่าจะเอาชีวิตรอดกลับโลกได้ไหม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฉากที่ตัวละครกำลังจะโดนเศษซากดาวเทียมลอยมาถล่ม เรียกว่ามาทีไรทำเอาเกรียนหายใจไม่ทั่วท้องทุกที ในส่วนของ แซนดร้า บลูล็อค บอกได้คำเดียวว่า สุดยอดมากกกก เพราะเธอแทบจะเป็นคนเดียวเลยก็ว่าได้ที่แบกหนังเอาไว้ทั้งเรื่อง

คะแนน ★★★★ จ้าาา

ป.ล. เสียดายที่เกรียนไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้แบบ 3D เพราะดูฉากแต่ละฉากน่าจะออกแบบมาสำหรับฉายแบบสามมิติ โดยเฉพาะ ใครที่ดูหนังเรื่องนี้แบบ 3D มาแชร์ให้ฟังหน่อยก็ได้นะจ๊ะว่า ภาพออกมาอลังการแค่ไหน…


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.