เมื่อออสการ์มอบรางวัลผิด

SHARE THIS
  • 9
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    9
    Shares

รางวัลอะคาเดมี อวอร์ดส์หรือที่เรียกกันติดปากว่า รางวัลออสการ์ ประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงครั้งล่าสุดออกมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในแต่ละปีสถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์จะมอบรางวัลให้กับภาพยนตร์, นักแสดง หรือคนทำงานในแต่ละสาขาที่ดีที่สุด หากก็ไม่ได้ความว่านั่นคือบทสรุปที่บอกว่า ผลงานหรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ ดีที่สุดจริงๆ เพราะเมื่อพูดถึงงานศิลปะ มีช่องว่างมากเหลือเกินในการถกเถียงกันว่า อะไรที่ดีที่สุดเพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเปรียบเทียบหนังอย่าง Toy Story 3 กับ Inception หรือ The King’s Speech

และเฮเลน โอ’ฮารา จาก The Independent จะมาแจงแจกให้เห็นกันว่า มีภาพยนตร์ หรือนักแสดง หรือคนทำงานคนใดบ้างที่ได้รับรางวัลไปพร้อมกับความงุนงงสงสัยของผู้คน

How Green Was My Valley
เอาชนะ: Citizen Kane ในสาขาหนังยอดเยี่ยม, ผู้กำกับและผู้กำกับภาพในปี 1941
ต้องใช้เวลาค้น หากอยากรู้ว่ามีใครที่ได้ชมหนังเมโลดรามาว่าด้วยชีวิตชาวเวลช์ของจอห์น ฟอร์ด หรือไม่ได้ชมแล้วไม่อยากรู้ด้วยว่าหนังมีอะไรที่เหนือกว่า Citizen Kane ทุกวันนี้บรรดาคอหนังผู้ภักดีในเวลส์สถานที่เกิดเหตุในหนัง ต่างก็ยินดีที่จะมองข้ามสำเนียงพูดแปร่งๆ เพื่อเข้าถึงเรื่องราวชีวิตคนงานเหมืองถ่านหินรวมไปถึงความรักที่เกิดขึ้น ซึ่งถูกถ่ายทอดบนจอภาพยนตร์ แม้จะโดนใจแต่หนังเรื่องนี้ก็ส่งผลกระทบได้ไม่เท่าที่งานมาสเตอร์พีซของออร์สัน เวลล์ส มีต่อคนทำหนังรุ่นแล้วรุ่นเล่า ยกเว้นเพียงอย่างเดียวในยามที่มองย้อนกลับไป ก็คือการเข้าถึงอารมณ์

Oliver!
เอาชนะ: 2001: A Space Odyssey ในสาขาผู้กำกับและกำกับศิลป์ในปี 1968
สิ่งที่แครอล รีดมอบให้กับเรื่องราวของโอลิเวอร์ ทวิสท์ ฉบับหนังเพลงคือการนำความกระชุ่มกระชวยมาให้ โดยไม่กลัวที่จะก้าวไปสู่ด้านที่หม่นมืด ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในการพาแก๊งฟากินและบิลล์ ไซค์สเดินทางไปถึงสุดขั้ว แต่หนังของสแตนลีย์ คูบริคก็คือ… อย่างที่เห็นอย่างชัดเจนตลอดเวลาที่ผ่นมา ความสำเร็จระดับสุดยอด กับการนำเสนอให้เห็นวิวัฒนาการที่ผ่านกาลเวลาเป็นล้านๆ ปี เรื่องที่ดีก็คืออย่างน้อยคูบริคก็ได้ออสการ์สาขาเทคนิคพิเศษด้านภาพ ซึ่งเป็นรางวัลออสการ์จากการแข่งขันตัวเดียวที่เขาได้รับ ขณะที่รางวัลผู้กำกับและกำกับศิลป์นั้น ว่ากันว่าถูกขโมยไป

March of the Penguins
เอาชนะ: Enron: The Smartest Guys In the Room ในสาขาหนังสารคดียอดเยี่ยมเมื่อปี 2005
ถ้ามีคนได้ดู Enron มากกว่านี้ และมีคนน้อยกว่านี้ที่ได้ดูเทพนิยายเพนกวิน โลกเราอาจจะน่าอยู่กว่าที่เป็น สารคดีว่าด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นในแอนตาร์คติคของลุค ฌาคเก้ นำเสนองานด้านภาพที่น่าทึ่งท่ามกลางการทำงานที่ไม่เอื้อความสะดวกให้ แล้วก็ได้การบรรยายแย่ๆ ที่เนื้อหาไม่เป็นวิทยาศาสตร์ เน้นเรื่องความรักของครอบครัว มาขับเคลื่อนภาพของนกเหล่านี้ ทั้งที่จริงๆ แล้วพวกมันเข้าคู่กันแค่ฤดูกาลเดียว และไม่เคยมาพบลูกๆ อีกเลย นับตั้งแต่ให้กำเนิด ขณะที่การมองสถานการณ์ชวนช็อคของวอลล์สตรีทโดยอเล็กซ์ กิบนีย์ ในมุมหนึ่งทำให้เรารู้สึกว่า สภาวะทางการเงินซบเซาเป็นเรื่องสำคัญและเกิดขึ้นได้ในฉับพลัน แล้วยังเลี่ยงที่จะพูดจาสวยๆว่า คณะกรรมการเอ็นรอน ไม่สามารถทำอะไรได้ เว้นแต่ได้รับแรงบันดาลใจจากทุ่มเทให้กับเงินตราในแบบที่แทบจะปิดเป็นความลับ

Crash
เอาชนะ: Brokeback Mountain เป็นหนังยอดเยี่ยมปี 2005
กระทั่งไมค์ แฮกกิส ผู้กำกับของ Crash ยังไม่คิดว่าหนังตัวเองจะชนะหนังคาวบอยโรแมนซ์ที่แสนเศร้าและนุ่มนวลของอัง ลีได้ แต่ทว่าผู้ออกเสียงของอะคาเดมีอาจจะชอบการเก็บเศษเสี้ยวต่างๆ มารวมกันมากกว่าเรื่องใจสลาย บางทีพวกเขายังไม่พร้อมสำหรับหนังรักคู่เกย์ บางทีคนลงคะแนนอาจคิดว่าการให้รางวัลกับหนังที่ว่าด้วยชาติพันธุ์อันหลากหลายในแอลเอ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ใกล้ชิดกับประสบการณ์ชีวิตประจำวันของพวกเขา จนทำให้รู้สึกและสัมผัสได้ในทันที เป็นเรื่องสำคัญ แต่เมื่อไรก็ตามที่ผู้คนพากันจับกลุ่มคุยเรื่องตัวเลือกแย่ๆ ของออสการ์ นี่คือหนังที่จะถูกหยิบมาพูดถึงในชั่วเวลาแค่ 5 นาทีแรกเท่านั้น

Driving Miss Daisy
เอาชนะ: เป็นหนังเยี่ยมในปี 1989 ที่มีผู้เข้าชิงอย่าง Born On the Fourth of July, Field of Dreams, Dead Poets Society และหนังที่ไม่รู้ว่าหลุดโผเข้าชิงได้ยังไง Do the Right Thing
ถ้าเปิดโทรทัศน์แล้วไปเจอหนังเรื่องนี้ หลายๆ คนอาจคิดว่า หนังอะไรนี่น่ารักจัง, เป็นหนังเล็กๆ, มีอะไรแปลกๆ แล้วก็พูดถึงเรื่องการเหยียดผิวแบบอ้อมๆ และถ้ามีคนบอกว่า หนังเรื่องนี้ได้รางวัลหนังยอดเยี่ยมออสการ์ด้วยนะ บางคนอาจจะถึงกับอึ้งกิน ยิ่งไปกว่านั้นยังเอาชนะหนังสี่เรื่องที่คนทุกรุ่นทุกสมัยบอกว่า เรื่องไหนก็ตามที่คว้ารางวัลล้วนสมค่ากว่าเรื่องนี้ แต่ถ้านั่นยังแย่ไม่พอผู้ลงคะแนนของอะคาเดมียังไม่เลือก Do the Right Thing หนังของสไปค์ ลี เข้าชิงอีกต่างหาก โดยติดโผแค่รางวัลบทดั้งเดิมกับนักแสดงสมทบชายของแดนนี ไอเอลโล ส่วนลีกว่าจะได้ชิงผู้กำกับยอดเยี่ยม ก็ต้องรอจนถึงปี 2019 จาก BlacKkKlansman

The Greatest Show on Earth
เอาชนะ: High Noon, The Quiet Man แถมหนังอย่าง Singin’ in the Rain ยังไม่ได้เข้าชิง เป็นหนังเยี่ยมของปี 1952
อีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าอาย เมื่ออะคาเดมีรักความอลังการหวือหวาว่าด้วยคณะละครสัตว์ มากกว่าหนังตะวันตกคลาสสิคของเฟร็ด ซินเนอร์แมนน์ – High Noon และหนังชีวิตของคนไอริช จากจอห์น ฟอร์ด – The Quiet Man ที่หนักข้อยิ่งกว่าก็คือ กระทั่ง Singin’ in the Rain ก็ไม่ได้เข้าชิงหนังยอดเยี่ยม ซึ่งอาจเป็นเพราะเป็นงานที่ดูร่าเริงใจจนเกินไป ส่วนรางวัลที่ The Greatest Show on Earth ได้ไป ก็คงเพราะเป็นการให้รางวัลสำหรับการทำงานมายาวนานของเดอ มิลล์ แต่ที่น่าตลกก็คือ อีกไม่กี่ปีต่อมาเขาก็ทำหนังอย่าง The Ten Commandments ออกมาในปี 1956 ซึ่งเป็นงานที่ควรค่ากับการได้รางวัลหนังยอดเยี่ยมมากกว่า Around the World in 80 Days เจ้าของรางวัลตัวจริง แล้วเอาเข้าจริงๆ หนังที่ควรได้รางวัลในปีนี้คือ The Searchers ซึ่งพูดไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรแล้ว

โรแบร์โต เบนิญี จาก Life is Beautiful
เอาชนะ: คว้ารางวัลดารานำชายยอดเยี่ยมในปี 1998 ที่มี เอ็ดเวิร์ด นอร์ตันจาก American History และทอม แฮงค์ส จาก Saving Private Ryan เข้าชิง
สำหรับตัวหนัง Life Is Beautiful เต็มไปด้วยคุกคาม แต่อาจเลี่ยงไม่ให้ใครรู้ได้ ถ้านักแสดงนำของเรื่องไม่ได้รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมออสการ์ แล้วไม่ปีนพนักเก้าอี้ของแขกชื่อดังค่าตัวแพงๆ เพื่อไปรับรางวัล เขาไม่ได้เล่นแย่อะไร แต่ก็ไม่ใช่การแสดงที่ดีที่สุดกระทั่งอันดับสอง ในหนังที่ว่าด้วยสงครามโลกครั้งที่สองของปีนั้น เพราะยังมีทอม แฮงค์สใน Saving Private Ryan แล้วอย่าลืม The Thin Red Line ส่วนคนที่น่าจะได้รางวัลจริงๆ ก็คือเอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน กับการแสดงที่น่าตื่นตา, น่าพรั่นพรึงใน American History X.

ปีเตอร์ เปา จาก Crouching Tiger, Hidden Dragon
เอาชนะ: โรเจอร์ ดีกินส์ จาก O Brother, Where Are Thou? ในสาขากำกับภาพเมื่อปี 2000
ไม่ได้หมายความว่าปีเตอร์ เปาไม่ได้ทำสิ่งที่ดีงามในหนังกำลังภายในของอัง ลี แต่โรเจอร์ ดีกินส์ ทำงานที่เรียกได้ว่าเป็นการ ‘บุกเบิก’ ในหนังของพี่น้องโคเอ็น เมื่อเปลี่ยนภาพจากฟิล์มทั้งหมดเป็นงานดิจิตัลในทันที เพื่อใช้ทำงานต่อและปรับโทนสีของหนังให้เป็นงานซีเปีย กระบวนการทำงานของเขากลายเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้ฮอลลีวูด และนำไปสู่ช่วงเวลาถึง 2 ทศวรรษของการทำภาพยนตร์ด้วยระบบดิจิตัลอย่างระมัดระวังและมีสไตล์ มองย้อนกลับไปการทำงานของดีกินส์คือ นวัตกรรมครั้งใหญ่ และการมอบรางวัลนี้เมื่อปี 2000 ก็ทำให้คณะกรรมการของอะคาเดมีต้องอยู่ภายใต้สองทศวรรษแห่งความอับอายมาจนถึงทุกวันนี้

เฮเลน ฮันท์ จาก As Good as It Gets
เอาชนะ: จูดี เดนช์จาก Mrs Brown และเคท วิน สเล็ทจาก Titanic ในสาขาดารานำหญิงเมื่อปี 1997
ฮันท์ดูมีเสน่ห์มากๆ กับการเล่นประกบกับแจ็ค นิโคลสันในหนังดรามา-เบาสมอง แต่กระทั่งในตอนนั้น เชื่อเถอะว่าคนดูก็ต้องพยายามอย่างหนักเพื่อจะจำชื่อตัวละครที่เธอเล่น (ซึ่งชื่อแครอล) ถ้าเธอคว้ารางวัลในสาขาสมทบหญิง มันดูเป็นเนื้อเป็นหนังดี แต่พอเป็นสาขาดารานำ มันก็จับต้องได้น้อยกว่าหากเจอกับคู่แข่งอย่าง จูดี เดนช์ ในบทพระราชินี วิคตอเรีย หรือกระทั่งบทโรสในหนัง Titanic ของเคท วินสเล็ท เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของฮันท์ แต่มันเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่า มีบทนำหญิงที่ไม่ค่อยเข้าท่ามากมายขนาดไหนบนเวทีออสการ์ กระทั่งเวลานี้ก็เถอะ

เอมี อดัมส์
เอาชนะ: ยังไม่เคยชนะใครเลย แม้จะเข้าชิงมาแล้ว 6 ครั้ง
หลังเข้าชิงแค่ห้าหน ลีโอนาร์โด ดิคาพรีโอก็ ‘ถึงเวลา’ ซะทีในที่สุด แต่เอมี อดัมส์ ที่เข้าชิงทั้งนักแสดงนำหญิงและสมทบหญิงมาแล้วหกครั้งยังต้องรอวันนั้น แถมเธอยังไม่ได้เข้าชิงจากหนัง Arrival เมื่อปี 2016 อีกต่างหาก ซึ่งนั่นน่าจะเป็นหนังที่ทำให้เธอ ‘ถึงเวลา’ เมื่อปีที่ 2019 เธอได้เข้าชิงสมทบหญิงจาก Vice แต่ก็พ่ายไปตามที่คาดกันไว้ให้กับ เรจินา คิง จาก If Beale Street Could Talk ที่การแสดงของเธอทำให้ใจสลายจริงๆ และปีนี้ก็ยังไม่ถึงเวลาของอดัมส์

โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง เมื่อออสการ์มอบรางวัลผิด คอลัมน์ หรรษา วันจันทร์ – HAPPY MONDAY หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 20 มกราคม 2563  

xxxx
 
SHARE THIS
  • 9
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    9
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On