เราคือมนุษย์ หรือนักเต้นรำ คำถามจาก The Killers ในวันนั้น ที่ยังดังถึงวันนี้

SHARE THIS
  • 26
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    26
    Shares

แม้จะมีเพลงดัง เพลงฮิตมากมายหลายเพลงให้ได้ฟัง แต่มีไม่กี่เพลงหรอก ที่สามารถตั้งคำถามทั้งกับตัวเอง กับคนฟัง หรือทำให้คนฟังหันกลับมาหาคำตอบให้ตัวเองได้สำเร็จ รวมไปถึงก่อให้เกิดการตีความมากมายหลากหลายตามมา และ “Human” ของ เดอะ คิลเลอร์ส จากปี 2008 ที่อยู่ในอัลบัม Day & Age ก็น่าจะเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น

ในแง่ของความสำเร็จ ซิงเกิลแรกจากอัลบัมที่ว่าเพลงนี้ ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างเป็นเอกฉันท์ ทั้งในแง่การผสมผสานแนวทางของวงอย่าง New Order จากจังหวะที่รุกเร้า เข้ากับท่วงทำนองแบบงานของบรูซ สปริงสทีน (Bruce Springsteen) รวมไปถึงขยับขยายอาณาเขตของดนตรีอัลเทอร์เนถีฟ-ร็อกที่เริ่มหาความแตกต่างจากดนตรีร็อกทั่วๆ ไปไม่เจอออกไปอีก และถูกโหวตจากคนอ่านนิตยสารโรลลิง สโตนให้เป็นเพลงที่ดีที่สุดของปี 2008 และในปี 2011 นิตยสารเอ็นเอ็มอีก็ให้เพลงนี้อยู่ในอันดับที่ 144 ของเพลง 150 เพลงที่ดีที่สุดในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา

บนชาร์ตเพลง “Human” เปิดตัวด้วยอันดับที่ 13 ในชาร์ตเพลงโมเดิร์นร็อกของบิลล์บอร์ด และไปได้ไกลที่สุดที่อันดับ 6 และไปได้ถึงอันดับ 32 ของชาร์ตเพลงฮิต บิลล์บอร์ด ฮ็อต 100 แต่บนชาร์ตเพลงฮิตของเกาะอังกฤษ “Human” ทำได้ดีกว่า เมื่อขึ้นถึงอันดับ 3 และเป็นเพลงที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดอันดับ 39 ในปีนั้น แต่ที่สำคัญกว่าคำชื่นชม นี่คือเพลงที่ถูกตีความ หาความหมายมาจนถึงวันนี้

“Are we human or are we dancer?/ My sign is vital, my hands are cold/ And I’m on my knees/ Looking for the answer/ Are we human or are we dancer?”

ท่อนคอรัสที่ถูกร้องย้ำๆ ซ้ำไปซ้ำมาของเพลงนี้ ว่าเอาไว้

ที่สุดแล้ว เราคือมนุษย์ หรือนักเต้นรำ..?

จะว่าไปแล้ว ประโยคที่ว่า “Are we human, or are we dancer?” ก็พาให้สับสนตั้งแต่แรกได้ยินแล้วว่า คำที่ใช้มันคืออะไร? “dancer”, “dancers” หรือ “denser” จนมีการตีความผิดๆ ลงลึกไปถึงระดับของไวยากรณ์ ที่แบรนดอน ฟลาเวอร์ส (Brandon Flowers) นักร้องนำ/ นักแต่งเพลงของวง ใช้คำว่า dancer ในรูปของเอกพจน์ ทั้งที่พูดถึงคำนามพหูพจน์ – Are we human/ Or are we dancer? จนถูกมองว่ากำลังพูดถึงบางอย่าง ที่แตกต่างออกไป จนเป็นที่มาของคำว่า “denser”

“มันมาจากคำพูดของฮันเตอร์ เอส. ธอมป์สัน (Hunter S. Thompson -นักเขียนและกวี ที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเมื่อปี 2005) ที่บอกว่า อเมริกา ‘สร้างคนรุ่นนักเต้นรำขึ้นมา’ (ซึ่งหมายความว่า เป็นพวกที่ทำอะไร ทำตามกันไป เหมือนนักเต้นรำบนเวที) แล้วผมหยิบมาใช้ มันคงไปกวนความรู้สึกของบางคน ตรงที่ไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ แต่ผมคิดว่าตัวเองน่าจะได้รับอนุญาตให้ทำอะไรอย่างที่อยากทำได้นะ” ฟลาเวอร์สอธิบาย “Denser? เหรอ (พร้อมกับหัวเราะ) ผมไม่เคยได้ยินอะไรแบบนั้นนะ แล้วไม่ชอบความขุ่นมัว (denser) ด้วย”

ฮันเตอร์ เอส. ธอมป์สัน

ท้ายที่สุดบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของวง ก็ย้ำถึงที่มาของเพลง ตามที่ฟลาเวอร์สบอก ขณะที่ในส่วนของดนตรี เพลงนี้คือการจับ “จอห์นนี แคช (Johnny Cash) มาเจอกับ Pet Shop Boys” โดยเขาทำเพลงนี้กับสจวร์ต ไพรซ์ (Stuart Price) โปรดิวเซอร์ ตั้งแต่ตอนทำงานชุด Sawdust แต่ไม่ได้ใส่เข้าไปในอัลบัมนั้นเพราะรู้สึกว่า ‘มันดีเกินไป’

“ตอนเจอกัน พวกเราไปกินดินเนอร์กับเขาในลอนดอน ช่วงกำลังทำงานชุด Sawdust ให้เรา แล้วผมก็ถาม ‘คุณจะไปทำอะไรต่อหลังทานเสร็จ?’ เขาบอกว่าไม่มีอะไรทำ พวกเราเลยไปที่บ้านเขาซึ่งมีห้องอัดอยู่ในนั้น แล้วก็บันทึกเสียงเพลงนี้ เรารู้ดีว่ามันฟังเจ๋งมาก ทั้งๆ ที่ใช้เวลาแค่ 2-3 ชั่วโมงในการทำงาน แถมต่างไปจากที่ได้ยินในทุกวันนี้ไม่มากเลย” ฟลาเวอร์สยังเสริมอีกด้วยว่า “ผมคิดถึงตอนที่เราไปเล่นเทศกาลดนตรีแปลกๆ ในเยอรมันนี ผมแค่อยากทำเพลงที่ฟังง่ายๆ ที่มีการเปลี่ยนคอร์ดแบบคลาสสิกๆ นั่นคือสิ่งที่ผมบอกกับสจวร์ต ผมยังจำตอนที่บอกกับเขาในมื้อค่ำวันนั้นได้เลยนะ ‘ผมมีเพลงหนึ่ง มันเหมือนจอห์นนี แคชมาเจอกับเพ็ท ช็อป บอยส์ เราไปบันทึกเสียงกัน’” ในแบบที่วงเป็นคนเตรียม เนื้อกับมะเขือเทศ ส่วนไพรซ์ก็จัดการเรื่องพื้นที่

ฟลาเวอร์พูดถึงความสับสนที่เกิดขึ้นด้วยว่า คนฟังดูจะไม่เข้าใจเนื้อหาของเพลง ส่วนแฟนๆ ก็ไม่ชอบบีทแบบงานเต้นรำ “มันถูกวางไว้ว่าเป็นเพลงเต้นรำ ที่เริ่มด้วยท่อนคอรัส” เขาอธิบาย “ถ้าฟังแล้วมันเข้ากันไม่ได้ คุณจะเป็นตัวตลกไปในทันที ผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีความสับสนเกิดขึ้น”

ปี 2013 ฟลาเวอร์สเล่าถึงความเป็นมาของเพลงให้เอ็นเอ็มอีฟังว่า “Human” – “ทำให้เกิดข้อถกเถียงภายในวง ก่อนจะกลายเป็นเรื่องโต้แย้งกันไปมาอย่างที่เกิดขึ้นทั่วโลกซะอีก! มันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายในวง แล้วไม่ต้องไปโทษคนอื่นเลย มันเป็นเรื่องของผมและเดฟ คูนิง (Dave Keuning) ที่ไม่เห็นพ้องต้องกันกับกับมาร์ค (Mark Stoermer) และ รอนนี (Ronnie Vannucci Jr.) แล้วต่างก็ยืนอยู่ฝั่งของตัวเองอยู่พักหนึ่ง สำหรับผม เพลงนี้เป็นการแสดงปฏิกริยาต่อคำวิจารณ์ที่มีต่ออัลบัม Sam’s Town ซึ่งไม่สามารถพูดได้แค่ว่า เนี่ยมันเป็นเพลงป็อปบับเบิลกัม มันมีอะไรมากกว่านั้น ผมคิดว่ามันโคตรเป็นโบวี (David Bowie) เลยนะ ผมมองเพลงนี้ในทิศทางนี้มาตลอด แล้วงานโปรดัคชันของสจวร์ต ไพรซ์ ก็น่าทึ่งมาก งานกีตาร์ของเดฟก็เจ๋ง อัจฉริยะเลยล่ะ แต่ผมรู้สึกว่าคนไม่ค่อยสังเกตหรอก เพราะไม่ค่อยมีใครคิดว่ามันเป็นเสียงกีตาร์! มันเป็นท่อนของกีตาร์ที่มีความเฉพาะตัวและให้ความรู้สึกเพ้อฝันมากๆ”

ในปี 2008 เดอะ ซันเดย์ ไทม์ส ตั้งคำถามกับฟลาเวอร์สว่า เพลงนี้คือการวิพากษ์ยุคของเซเล็บตามหน้าหนังสือแทบลอยด์ หรือความเสื่อมสลายทางศีลธรรมในสังคมหรือเปล่า “มันเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนั้น ผมบอกได้ว่ามันเป็นแถลงการณ์ทางสังคมแบบเบาๆ และผมก็ทิ้งมันไว้แบบนั้นแหละ คือผมไม่อยากเป็นพวกนักเทศน์ แล้วก็มีเรื่องของความจงรักภักดี… พ่อ-แม่ผมแต่งงานกัน 45 ปี แล้วมันก็จบลงตรงนั้น ผมพยายามทำให้ได้ในแบบเดียวกัน ผมเป็นพวกคนรุ่นเก่า ผมคิดว่า ยิ่งแก่ตัวเรื่องพวกนี้ก็เลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมไม่รู้ว่านั่นคือสิ่งที่คนอื่นๆ อยากได้ยินหรือเปล่า!”

ปี 2014 “Human” ถูกโหวตให้เป็น “เพลงที่เนื้อหาพิลึกที่สุดตลอดกาล” จากการสำรวจของบลิงบ็อกซ์ (Blinkbox) แต่ไม่ว่าคำตอบที่มีต่อเพลงนี้ ว่าที่สุดแล้วเราอยากเป็นมนุษย์หรือว่านักเต้นรำ จะเป็นยังไง

ในคอนเสิร์ตของเดอะ คิลเลอร์ส เมื่อเพลงนี้ดังขึ้น ไม่มีใครเลยที่อยากเป็นคนธรรมดาๆ

(หมายเหตุ: เดอะ คิลเลอร์ส จะมาเล่นคอนเสิร์ตในบ้านเรา 17 กันยายนนี้ ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ซื้อบัตรได้ที่ www.ticketmelon.com/viji/thekillers)

โดย นพปฎล พลศิลป์ จากเรื่อง เราคือมนุษย์ หรือนักเต้นรำ คำถามจาก The Killers ในวันนั้น ที่ยังดังถึงวันนี้ คอลัมน์ หรรษา วันจันทร์ HAPPY MONDAY หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 10 กันยายน 2561

ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 


SHARE THIS
  • 26
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    26
    Shares

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On