Boyhood เป็นภาพยนตร์ที่ใช้เวลาในการถ่ายทำนานถึง 12 ปี โดยผู้กำกับ ริชาร์ด ลิงค์เลเตอร์ จากหนังชุด Before Sunrise, Before Sunset และ Before Midnight ซึ่งใช้นักแสดงชุดเดิมทั้งหมด เพื่อบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของเด็กหนุ่มคนหนึ่งในครอบครัวบ้านแตก ตั้งแต่อายุ 6 ขวบจนถึงเข้ามหาวิทยาลัย
ซึ่งในระยะเวลาที่ยาวนานของเรื่องราว และชีวิตตัวละคร นอกจากพัฒนาการที่มองเห็นจากการการเติบโตของร่างกาย สภาพแวดล้อมแล้ว งานเพลงประกอบของหนัง ก็เป็นอีกหนึ่งกลไกในการบอกยุคสมัยในเรื่อง ซึ่งลิลิ ร็อธแมน จากนิตยสารไทม์ ได้เขียนบอกเล่าถึงความเป็นมาของงานชุดนี้เอาไว้
โดยหากให้ย้อนกลับไปนึกถึง วันสำคัญของวัยเยาว์ ไม่ว่าจะเป็น การเต้นรำหนแรกตอนเรียนมัธยม ไปจนถึงครั้งแรกที่พ่อหรือแม่คุยกับเราเหมือนกับเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ไล่เรียงไปจนถึงช่วงปิดเทอมหน้าร้อน ที่คุณกับเพื่อนใช้ชีวิตร่วมกัน จนดูเหมือนว่าจะเป็นแบบนั้นไปจนวันโลกสลาย รวมไปถึงวันที่คุณกระโดดขึ้นรถขับออกไปโดยไร้จุดหมายหลังอกหักช้ำรักแบบสุดๆ ในช่วงเวลาเหล่านั้น ลองนึกซิว่า เพลงที่คุณได้ยิน หรือแว่วมาจากวิทยุ หน้าต่างข้างบ้านคือเพลงอะไร?
กับบางคน กับสถานการณ์สุดท้าย ในหัวของเขาได้ยินเป็นเพลง Hero ของวงแฟมิลี ออฟ เดอะ เยียร์ และกับคนที่เป็นที่ปรึกษาทางด้านดนตรีให้หนัง Boyhood เพลงนี้ยังเป็นหัวใจสำคัญสำหรับชีวิตของตัวละครหลักที่เป็นเจ้าของชื่อเรื่อง “ทุกอย่างในหนังถูกเชื่อมกันด้วยบางสิ่งที่เกิดขึ้นจริง” ลิงค์เลเตอร์ ผู้กำกับของหนังกล่าว “มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในรูปแบบเฉพาะบางอย่าง หรือเป็นแฟชัน และผมอยากให้เพลงมันออกมาคล้ายๆ กัน ผมอยากได้ยินว่า… ‘ผมอกหักจากแฟน แล้วก็ขับรถออกไป และได้ยินเพลงนั้นดังมาจากวิทยุ มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น’ มันเป็นสิ่งที่มีความหมายสำหรับผม ใครคนหนึ่ง ในที่ไหนสักแห่ง มีประสบการณ์ทางอารมณ์เชื่อมอยู่กับเพลง ผมไม่ต้องการเพลงที่ไม่มีใครมีความเห็นอะไรออกมา”
ด้วยความคิดนี้ ทำให้ต้องเลือกเพลงที่กระตุ้นความรู้สึก อารมณ์มาใช้กับหนัง Boyhood และที่สำคัญต้องสามารถเล่าเรื่องความหลังที่ไม่ธรรมดาของตัวละครออกมาให้ได้ ลิงค์เลเตอร์ใช้เวลา 12 ปี เพื่อนำเสนอเรื่องราวของเด็กชายที่เป็นแกนหลักของหนัง เขาได้เอลลาร์ โคลเทรนมารับบทนี้ตั้งแต่เด็ก และเติบโตไปเรื่อยๆ ผ่านหน้ากล้อง ซึ่งเป็นงานที่แตกต่างไปจากที่ลิงค์เลเตอร์เคยทำมาก่อนโดยสิ้นเชิง เขายังบอกด้วยว่า ดนตรีหรือเพลงในหนังก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ตอนแรกเขาพยายามใช้งานสกอร์ที่บรรเลงโดยวงออเคสตร้า แล้วก็พบว่ามันทำให้หนังเป็นเรื่องแต่งจนเกินไป ซึ่งก็คล้ายๆ กับการใช้เสียงพูดมาบรรยายเรื่องประกอบ ในที่สุด ลิงค์เลเตอร์ก็ตัดสินใจว่า ทุกเพลงใน Boyhood จะต้องเป็นสิ่งที่ตัวละคร “ฟัง” ในช่วงวัยนั้นจริงๆ จากปีและสถานที่ ที่เขาใช้ชีวิตอยู่
(ตอนที่ 2 ดูกรรมวิธีสำหรับการเลือกเพลงได้ที่นี่ http://bit.ly/1sAiINN)
จากเรื่อง กว่าจะมาเป็น บทเพลงแห่งกาลเวลา ในหนังแห่งชีวิต Boyhood โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 30 กันยายน 2557
กด Like เพจสะเด่าส์ได้ง่ายๆ ที่นี่















