BLUE JASMINE: ชีวิตเหียกๆ ของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่หลงอยู่กับความเพ้อฝัน ยึดติดกับชีวิตที่เคยหรูหรา จนหาที่ลงจมไม่ลง พร้อมทั้งมองคนอื่นด้วยสายตาที่เหยียดหยาม และไม่เคยหันมามองถึงความผิดพลาดของตัวเอง คือแกนหลักของหนังวูดี้ อัลเลน ที่ถือว่าแสบสันต์ หม่นมืดที่สุดในยุคหลังๆ
หนังได้การแสดงระดับเทพเรียกแม่ของเคท แบลงเช็ทท์มาเป็นแม่ย่านาง นี่คือหนังเดี่ยวไมโครโฟนของเธอก็ว่าได้ แต่ก็ต้องให้เครดิตกับนักแสดงรายรอบที่ร่วมด้วยช่วยกัน “ส่ง” เธออย่างเต็มที่ ในบทที่เป็นชื่อเรื่อง และเป็นแกนหลักของหนัง
ตัวบทที่ดูไม่น่าจะมีอะไรให้หวือหวา กลับมาแบบเก็บ เม้ม ปมสำคัญๆ ไว้ทีละน้อยแบบค่อยๆ ปล่อยมาทีละนิด ด้วยการตัดสลับเหตุการณ์ปัจจุบัน กับอดีต ที่มีบางอย่างเกี่ยวพันกัน เพื่อให้คนดูหยิบเป็นจิ๊กซอว์ต่อประกอบกันจนได้เห็นภาพใหญ่ ที่เป็นหายนะของหญิงสาวคนหนึ่งที่วางตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล
จากเรื่องการพลิกวิกฤตให้เป็นวิกฤตกว่าของสาวใหญ่คนหนึ่ง ที่หากเล่าตรงๆ ก็คงจืดพิลึก เมื่ออยู่ในมือของผู้กำกับระดับเซียน มือเขียนบทระดับอ๋อง และได้นักแสดงระดับเหนือกว่าเทพมาเล่น มันก็กลายเป็นหนังดูสนุก แสบด้วยอารมณ์ขันร้ายๆ ที่หัวเราะใส่ความสมเพชของตัวละครได้ตลอดทั้งเรื่อง
นี่คืองานที่ไม่น่าพลาดการมีชื่อเข้าชิงในสาขานักแสดงนำหญิงบนเวทีออสการ์ปีนี้
โดย นพปฎล พลศิลป์















