GODZILLA & EDGE OF TOMORROW SPECIAL FOOTAGE: สองหนังบิ๊กของซัมเมอร์นี้ ที่หยิบเอาฟุตเตจยาวๆ มาพรีวิวให้ได้ชม อย่างแรกที่น่าสนใจ และน่าตลกปนกันก็คือ
– เรื่องหนึ่งเอาหนังสัตว์ประหลาดอายุ 60 ปี ของ “ญี่ปุ่น” มาทำใหม่
– อีกเรื่องเอานิยายของ “ญี่ปุ่น” มาสร้าง
GODZILLA: กับความยาวราวๆ 10 นาที สิ่งที่ได้เห็นก็คือ การพยายามทำความเคารพต้นฉบับมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตัวก็อดซิลลา ที่ไม่ใช่จิ้งเหลนยักษ์ ดูสมจริง แต่มันไม่ใช่ก็อดซิลลา อย่างที่เราเคยเห็นและคุ้นเคย ซึ่งโรแลนด์ เอมเมอริช ทำเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่มีลักษณะใกล้เคียงกับที่เคยเห็นในหนังญี่ปุ่น ขาสั้นๆ ป้อมๆ เสียดายไม่ได้เห็นจะๆ ทั้งตัว เลยไม่รู้ว่า พุงป่องด้วยหรือเปล่า
แต่ที่เห็นแล้วชอบมากที่สุดก็คือ “ฉากในห้องทดลอง” ที่ทำมาแบบฉากในห้องทดลองของหนังญี่ปุ่นทั้งหลาย ดูหลอกๆ แต่มีเสน่ห์ ซึ่งทำให้เกิดรอยยิ้มในใจ กับการนึกย้อนไปถึงอดีต บางครั้ง บางอย่างความไม่เพอร์เฟ็คท์ ไม่สมบูรณ์แบบมากๆ ไม่ใช่เรื่องจำเป็น ถ้ามันมีเสน่ห์ และแรงดึงดูดในตัว

EDGE OF TOMORROW: พล็อตของหนังมีเสน่ห์มากๆ กับการให้ตัวละครตายแล้วย้อนกลับมาเริ่มต้นใหม่ แล้วก็ตายอีกหน โดยขยับเวลาในการมีชีวิตมากขึ้นไปเรื่อยๆ ตามประสบการณ์ที่ได้รับ ซึ่งจะคล้ายๆ กับ Source Code แต่ที่ดูเหนือกว่าก็คือ หนนี้ตัวละครมีเพื่อนร่วมชะตากรรม ที่ไม่ว่ากี่ครั้งๆ เธอก็ข้ามจุดหนึ่งไปไม่พ้น และเขาก็ต้องหาทางทำให้เธอผ่านไปให้ได้ เมื่อมีอะไรบางอย่างเชื่อมความรู้สึกของเธอกับเขาไว้ด้วยกัน ในขณะเดียวกันก็มีปริศนาของผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ ว่าเกิดขึ้นได้ยังไงเป็นปมที่น่าสนใจอีกปม
เป็นงานทุนสูงทั้งคู่ แต่ก็มาพร้อมกับเสน่ห์ในตัว เรื่องหนึ่งเป็น งานที่ดึงเสน่ห์ในโลกเก่าให้กลับมามีชีวิตในโลกใหม่ อีกเรื่องได้พล็อตที่อาจจะไม่ใหม่ แต่ประยุกต์เติมต่อได้อย่างมีแรงดึงดูด โดยไม่ต้องนึกถึงหนัง นี่คืองานที่อาศัยกำลังสมอง และพลังของจินตนาการไม่น้อยเลยทีเดียว
และที่น่าสนใจ และน่าตลกปนกันคือ ทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องของ “ญี่ปุ่น” ที่เอามาทำโดยอเมริกัน เหมือนกัน!!!
โดย นพปฎล พลศิลป์















