ISN’T IT ROMANTIC: เพราะถูกพร่ำสอนมาตั้งแต่เด็กจากแม่ที่เป็นแอลกอฮอลิค ว่าชีวิตของพวกเธอไม่มีทางพบพานวันที่สวยสดงดงามเช่นที่นางเอกในหนังรอม-คอมทั้งหลายได้เจอ นาทาลีจึงฝังใจจำและใช้ชีวิตอยู่กับความเป็นจริง โดยให้คุณค่าที่ต่ำต้อยกับตัวเอง ทั้งในเรื่องชีวิตการทำงาน แม้หน้าที่การงานของเธอในฐานะสถาปนิกคนหนึ่งของบริษัท ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ทั้งในเรื่องความรัก โดยคิดว่าสาวรูปร่างตุ้มตุ้ยอย่างเธอ ไม่น่าจะมีใครมารัก รวมไปถึงแอนตีบรรดาหนังรอม-คอม ที่เธอให้ค่ากับมันว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันไปวันๆ
แต่เมื่อฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล หลังถูกวิ่งราวกระเป๋า และหัวกระแทกเข้ากับเสาอย่างจังจนสลบ นาทาลีพบว่าโลกที่เธออยู่นั้นเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทุกอย่างดูสดใสสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นบุรุษพยาบาลหน้าตาดี ท้องถนนที่สะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยกลิ่นหอม แถมเธอยังกลายเป็นขวัญใจของหนุ่มๆ ทั้งหลาย โดยเฉพาะเบลค เศรษฐีหนุ่มรูปหล่อที่ก่อนจะสลบไม่ได้แยแสอะไรเธอเลย เมื่อเข้าประชุมร่วมกัน แถมดอนนีหนุ่มข้างห้องมาดนักเลงก็เปลี่ยนตัวเองเป็นเกย์ แล้วคอยช่วยเหลือ-ให้คำปรึกษากับเธอในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะความรัก แม้จะไม่มีงานการอะไรทำเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนวิทนีย์ผู้ช่วยหญิงของนาทาลี ที่สนิทสนมกันดีก็กลายเป็นคู่ปรับในที่ทำงาน ดูเหมือนจะมีจอช เพื่อนชายที่ชอบชวนเธอไปไหนมาไหนเพียงคนเดียว ที่ไม่เปลี่ยนไป (?)
และเมื่อพบว่าตัวเองได้ยินเสียงพูดแสดงความคิดในหัว นาทาลีก็รู้ทันทีว่า เธอได้เข้ามาอยู่ในโลกของหนังรอม-คอมที่ตัวเองแสนชิงชังเข้าให้แล้ว และเธอจะต้องหาทางออกไปสู่โลกใบเดิมให้จงได้
นี่คือหนังที่พล็อตน่าสนใจที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็คล้ายๆ กับหนังอีกเรื่องอย่าง Yesterday ตรงที่ตัวละครประสบอุบัติเหตุ แล้วฟื้นขึ้นมาเจอกับโลกที่แตกต่างไปจากเดิม โดยที่ตัวเองประสบความสำเร็จมากกว่าโลกที่เคยเป็น แต่จากตัวอย่าง Yesterday แสดงให้เห็นว่าตัวเองคือหนังเพลง, รอม-คอม แต่กับ Isn’t It Romantic นี่คืองานรอม-คอม เน้นเบาสมองหนักๆ ที่เสียดสีหนังรอม-คอมด้วยกันเองอีกที ซึ่งถือว่าเป็นไอเดียที่น่าสนุกไม่น้อย
ไม่ใช่แค่ไอเดียที่ดูดี การเล่าเรื่องของหนังก็ทำได้เพลิน โดยเฉพาะการเก็บสูตรสำเร็จทั้งหลายในหนังรอม-คอมมาหยอกล้อ อาทิ ไม่มีคำหยาบ, ไม่มีฉากเซ็กส์, ตัวละครใช้ชีวิตในสถานที่ดูดีสวยงาม, พระเอกตัวจริงคือคนที่ถูกมองข้าม, เสียงความคิดในหัวของตัวละคร, ฉากร้องเพลงที่ตัวประกอบทั้งหลายในเรื่อง ร่วมกันร้องกันเต้นกับตัวละครหลักได้อย่างพร้อมเพรียง รวมถึงลักษณะของตัวละครที่อยู่รายรอบตัวละครที่เป็นศูนย์กลางของเรื่อง ที่แทบจะเป็นพิมพ์เดียวกันหมดในหนังทำนองนี้ อาทิ ผู้ช่วยนางเอกคือผู้รอบรู้ในทุกเรื่อง และจะอยู่ใกล้ๆ เธอเสมอ โดยไม่รู้ว่ามีการมีงานอะไรทำไหม, นางเอกจะต้องมีคู่ปรับในที่ทำงานเป็นคนเพศเดียวกัน
ทั้งหลายทั้งปวงที่ว่ามา ถูกหยิบจับมาเล่นเป็นมุกตลก และทำงานอย่างได้ผล
ขณะเดียวกันตัวเรื่องก็มีประเด็นชัดเจน ที่ว่าด้วยการค้นพบคุณค่าในตัวเองของตัวละคร หลังจากถูกหล่อหลอมโดยแม่ ให้ตีค่าของตัวเองต่ำกว่าที่เป็นมาโดยตลอด
แล้วก็ไม่ต่างไปจากหนังรอม-คอมที่ทำได้ดี ตรงที่บรรดานักแสดงในเรื่องเล่นรับ-ส่งกันลงตัว เคมีได้ โดยมีรีเบล วิลสัน เป็นศูนย์กลางในบทนาทาลี ที่เล่นได้มันส์กว่าที่เห็นใน The Hustle ซึ่งเธอประกบกับแอนน์ แฮธาเวย์แบบเคมีพังๆ อย่างเห็นได้ชัด และเอาหนังทั้งเรื่องได้อยู่หมัด ส่วนเลียม เฮมสเวิร์ธ ที่มาพร้อมหนวดเคราครึ้ม ในบทก็เศรษฐี-นักธุรกิจหนุ่ม ซึ่งดูคลับคลากับพี่ชายไม่น้อย ก็แสดงให้เห็นว่า เขาก็เล่นหนังเบาสมองใช้ได้เหมือนกัน
ส่วนเรื่องราวถึงจะดูเพ้อๆ ฝันๆ มีความเป็นแฟนตาซี แต่ก็ปรับโหมดตัวเองจากเรื่องเบาๆ เข้าสู่โหมดที่จริงจังมากขึ้นได้เนียนตา แล้วก็มีความน่าเชื่อถือในตัวเอง จบแบบอบอุ่น สร้างความประทับใจได้สวยๆ อีกต่างหาก
ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผู้ชมหนังรอม-คอมทุกคนต้องการ และหนังรอม-คอมที่ใช้การได้สักเรื่องควรมี
โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ชำแหละแผ่นฟิล์ม นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1281 ปักษ์แรกมิถุนายน 2562
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่
 















