จากละครเวทีเมื่อปี 2013 ชื่อเดียวกันของเคมป์ พาวเวอร์ส ที่แม้เวลาจะผ่านไปถึง 7 ปีเมื่อนับถึงวันที่หนังเปิดตัวฉายในสหรัฐอเมริกา สารหรือประเด็นที่หนังนำเสนอก็ยังร่วมสมัย และเกิดขึ้นให้เห็นในทุกวันนี้ ในหลายๆ ประเทศ
โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ผู้คนเกิดความขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ผู้คนหลาย ๆ คนก็ทำในสิ่งที่ตัวละครมัลคอล์ม เอ็กซ์ ของคิงสลีย์ เบน-อะเดียร์ ทำในหนังเรื่องนี้ นั่นก็คือ เรียกร้องให้บรรดาผู้คนที่มีชื่อเสียง หรือมีพลัง มีผู้ติดตาม แสดงตัว หรือที่เรียกว่า ‘Call Out’ ออกมา เพื่อกลุ่มหรือชุมชนของตัวเองมากขึ้น
เรื่องราวของหนังเกิดขึ้นในคืนวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 1964 วันที่มูฮัมหมัด อาลี (หรือในตอนนั้นยังเป็นแคสเซียส เคลย์) ที่รับบทโดย อีไล กอรี คว้าแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวท เอ็กซ์จัดการนัดเคลย์ กับเพื่อน ๆ ที่ประกอบด้วย จิม บราวน์ (อัลดิส ฮ็อดจ์) นักอเมริกันฟุตบอลชื่อดังของทีมคลีฟแลนด์ บราวน์ ที่กำลังคิดถึงการเป็นนักแสดงในฮอลลีวูด และแซม คุก (เลสลี โอดอม จูเนียร์) นักร้องชื่อดัง มาพบกันที่ห้องพักของเขาในโรงแรมแฮมป์ตัน เฮาส์
โดยก่อนหน้านั้น ทั้งสี่คนเพิ่งเจอกับวันแย่ ๆ ในชีวิตของตัวเองมา เคลย์เพิ่งผ่านการชกที่อังกฤษ แม้จะเอาชนะคู่แข่งได้แต่ความประมาทก็ทำให้เขาโดนชกลงไปกองกับผืนผ้าใบ ยังดีที่ระฆังหมดยกช่วยเอาไว้ บราวน์ที่ไปเยี่ยมเพื่อนบ้านผิวขาว ซึ่งรู้จักกันมานาน และต้อนรับขับสู้เขาเป็นอย่างดี ก็ต้องพบกับความจริงที่ว่า ภายใต้น้ำใจไมตรีที่มีให้ เพื่อนบ้านรายนี้ก็ยังมีความคิดเหยียดผิวฝังหัว ส่วนคุก ก็เจอกับการต้อนรับอย่างเย็นชาของผู้ชมผิวขาว รวมทั้งผู้ดูแลเวที เมื่อไปแสดงที่โคปาคาบานา เอ็กซ์เองก็ต้องเจอปัญหาที่เกิดขึ้นในกลุ่ม เนชัน ออฟ อิสลาม (Nationof Islam) องค์กรทางการเมืองและความเชื่อทางศาสนา และกำลังจะแยกตัวออกมา
ขณะที่ทั้งสามคน เคลย์, บราวน์ และคุก คิดว่าจะเจอกับงานปาร์ตี ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน แต่ไป ๆ มา ๆ สิ่งที่ได้พบก็คือ การเรียกร้องจากเอ็กซ์ ให้พวกเขาทำเพื่อคนผิวดำ มากกว่าที่เป็นอยู่ โดยใช้ความสำเร็จและชื่อเสียงที่มี ซึ่งคนที่ถูกเอ็กซ์เล่นงานเล่นงานอย่างหนักก็คือ คุก ถึงขั้นว่าเขาขายตัวให้กับคนผิวขาว ทำเพลงที่ไม่ได้มีความหมายใด ๆ บราวน์ก็ถูกตำหนิว่าไม่กล้าหือกับเอ็นเอฟแอล มีแค่เคลย์เพียงคนเดียว ที่กล้าจะแสดงตัวออกมา เมื่อเขามีแผนที่จะเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นทำให้การสนทนาในค่ำคืนนี้ตึงเครียดมากขึ้น เมื่ออีกสองคนที่เหลือถูกมองว่า ไม่พยายามต่อสู้ หรือทำอะไรเลย
แต่พอเอ็กซ์เผยว่า เขาจะออกจากกลุ่มเนชัน ออฟ อิสลาม เพื่อตั้งกลุ่มของตัวเอง และขอให้เคลย์มากับเขาด้วย สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป เพราะเคลย์รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นเครื่องมือของเอ็กซ์ในเกมการเมือง ส่วนคนอื่น ๆ ก็มองเอ็กซ์ที่เรียกร้องให้คนโน้น คนนี้ทำอะไรอย่างโน้น อย่างนั้นว่า ที่สุดแล้วก็เป็นการกระทำเพื่อตัวเอง
จากความขัดแย้งที่เพิ่มมากขึ้น เรื่องราวดูเหมือนยากจะจบลงด้วยดี แต่แล้วทุกอย่างก็คลี่คลายจนได้ในที่สุด และ ‘เหตุการณ์คืนนั้นในไมอามี’ ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในชีวิตของพวกเขา เคลย์ประกาศตัวว่านับถืออิสลามเปลี่ยนชื่อเป็นมูฮัมหมัด อาลี, บราวน์ตัดสินใจเบนเข็มจากอเมริกันฟุตบอล และกลายไปเป็นนักแสดงผิวดำที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งในฮอลลีวูด ส่วนคุกที่โดนเอ็กซ์ปรามาสอย่างรุนแรง ก็มีเพลงเพื่อการต่อสู้ อย่าง “A Change is Gonna Come” เอ็กซ์เองก็ได้ก้าวออกจากกลุ่มเนชัน ออฟ อิสลาม และท้ายที่สุดเขาก็ (น่าจะ) ยอมรับการแสดงออกที่แตกต่างกันไปของเพื่อน ๆ แต่ละคน ซึ่งแสดงให้เห็นพร้อม ๆ กันว่า กับบางเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคม แม้สิ่งที่ผู้คน ‘รู้สึก’ อาจจะไม่แตกต่างกัน แต่ด้วยภาระหน้าที่ มุมมอง หรือทัศนคติในชีวิต ตลอดจนสภาพแวดล้อม ที่แตกต่าง ก็ทำให้การแสดงออกย่อมผิดแผกจากกันไป เช่นที่ เคลย์, บราวน์ และคุกแสดงให้เห็น
แม้จะรู้สึกว่า เหตุการณ์ที่แสนตึงเครียด จู่ๆ ก็จบลงอย่างสวยงามแบบ ‘ง่าย’ เกินไป แต่ก็พอจะเห็นได้ว่า ในความเป็นเหตุเป็นผลของเรื่องราวที่ดูจริงจัง มันก็มีการกระทำของใครบางคนเป็นแรงบันดาลใจ นั่นก็คือ กล้าเผชิญหน้า และกล้าทำในสิ่งที่ตัวเองคิด เพียงแต่คงจะดูดีกว่านี้ หากไม่รวบรัดตัดความอย่างที่เห็น
ขณะที่ตัวหนังเองก็ยังมีสัมผัสของงานละครเวทีชัดเจน โดยเฉพาะการเดินเรื่องด้วยบทสนทนา มีสถานที่เกิดเหตุการณ์ไม่กี่แห่ง และคงไม่ใช่งานที่สนุกนัก สำหรับคอหนังที่ไม่นิยมงานที่เต็มไปด้วยการต่อปากต่อคำ
ถึงจะไม่ใช่งานที่เพลิดเพลินตามมาตรฐานทั่วไป ประเด็นที่ต้องการสื่อ เรื่องราวที่ต้องการบอก ก็รับรู้ได้โดยไม่ใช่เป็นการเทศนาที่น่าเบื่อ และยังร่วมสมัย รวมถึงน่าจะอยู่ในสังคมไปอีกนาน โดยเฉพาะในโลกที่ผู้คนแตกแยกแบ่งฝักฝ่ายกันอย่างชัดเจนและดูเลวร้ายอย่างที่เห็น
(One Night in Miami ทางแอมะซอน ไพรม์ วิดีโอ)
โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ชำแหละแผ่นฟิล์ม นิตยสารเอนเตอร์เทน 1334 ปักษ์หลัง สิงหาคม 2564
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















