TERMINATOR: GENISYS: แม้จะถูกมองว่าเป็นหนังที่ขาดคอนเส็ปท์ความเป็น Terminator แต่หากมองกันในอีกมุมหนึ่ง Terminator: Salvation ก็ถือว่าเป็นงานที่พาเรื่องราวของหนังไปข้างหน้า ไม่ได้มีแค่เรื่องของหุ่นยนต์สังหารจากอนาคต ถูกส่งมาจัดการกับจอห์น หรือซาราห์ คอนเนอร์ ในช่วงวัยต่างๆ ของจอห์น ที่กลายเป็นคนสำคัญในการต่อสู้กับจักรกลของสกายเน็ท โดยเฉพาะการเป็นงานที่ทำให้คนดูได้เห็นเหตุการณ์ที่อยู่หลังวันพิพากษาซะที หลังจากที่ถูกนำเสนอเพียงแว่บๆ และถูกพูดถึงในหนังทุกภาค ทุกเรื่อง
กับ Terminator: Genisys หนังกลับไปหาช่วงเวลาในอดีตใหม่ โดยเริ่มต้นด้วยเรื่องราวในอนาคตที่ละเอียดกว่าเดิม และที่สำคัญที่สุด หนังภาคนี้ ไม่ได้มีซาราห์ หรือว่าจอห์น คอนเนอร์เป็นคนเล่าเรื่องอีกต่อไป เมื่อหน้าที่นั้นตกเป็นของ ไคล์ รีส ชายหนุ่มจากอนาคตที่มาปกป้องซาราห์ คอนเนอร์ ที่ยังกลายเป็นพ่อของจอห์น คอนเนอร์ในเวลาต่อมา
จากอนาคตหนังกลับมาหาอดีต ได้เห็นการมาถึงของ ฅนเหล็กสังหารรุ่น T-800 และรีส แบบเดียวกับหนังต้นฉบับ แต่ซับซ้อนขึ้นไปอีก เมื่อหุ่นรุ่น T-1000 ก้มาด้วย และเรื่องก็เหนือไปอีกขั้น เมื่อหุ่น T-800 ฝ่ายดีมาจัดการหุ่นรุ่นเดียวกันจากอีกฝ่าย ขณะที่ซาราห์ คอนเนอร์ ก็ไม่ใช่ทั้งสาวเสิร์ฟ และผู้หญิงคลั่ง ซึ่งอยู่ในโรงพยาบาลโรคจิต แต่เป็นหญิงสาวนักสู้ที่ได้รับการดูแลจากหุ่น T-800 และรอคอยรีสอยู่ก่อนแล้ว
ทั้งหมดล้วนแสดงให้เห็นถึงเส้นเวลาที่ซ้อนทับกัน ที่นอกจากจะทำให้เห็นการณ์แตกต่างแต่คล้ายเดิมแล้ว หากหนังก็ยังเล่าเรื่องได้สนุก น่าติดตาม จนกลบความอ่อนแอของฉากแอ็คชัน และเทคนิคพิเศษที่ดูเดิมๆ ไปหน่อยจนหมด แล้วนอกจากจะเป็นคนเล่าเรื่อง ในตอนนี้ คนดูก็จะได้รู้จักกับไคล์ รีส์ มากขึ้นด้วยเช่นกัน
แต่แล้วหนังก็ตกม้าตาย เมื่อรีสกับซาราห์ข้ามไปในอีกช่วงเวลาหนึ่ง และได้พบจอห์น คอนเนอร์ (?) จากอนาคต ตัวเรื่องเริ่มสับสนพัลวัน พัลเก แม้ในแง่ของเส้นเวลา เป็นไปได้กับการหลุดไปอยู่ในอีกเส้นเวลาหนึ่ง แต่การที่หนังเลือกทิ้งตัวละครที่เป็นแกนของเรื่องมาโดยตลอด แล้วหันไปชูตัวละครอีกตัวที่เดินทางมาจากอนาคต แบบหักกันขนาดนี้ ไม่น่าแปลกใจที่จะรู้สึกยุ่งเหยิงกับกระบวนการของเส้นเวลา แถมตอนท้ายยังให้ตัวละครตัวเดียวกันจากสองช่วงเวลามาเจอกันอีกก็ยิ่งไปกันใหญ่
ส่วนการพยายามให้หุ่น T-800 ของอาร์โนลด์ มาพร้อมกับอารมณ์ขันแบบตั้งใจตลก ก็พาตัวละครตัวนี้เข้ารกเข้าพงไปด้วย ขณะที่น้องเอมีเลีย คลาร์ค ก็ดูจะรับมือกับการแสดงที่หนักหนาเกินไป เมื่อต้องเล่นเป็นซาราห์ คอนเนอร์ ที่มีสองภาคในตัว ซึ่งเห็นได้ชัดว่าน้องเอาไม่อยู่ ภาพลักษณ์นั้นเหมาะกับซาราห์สาวเสิร์ฟมากกว่าซาราห์ขาลุยอย่างเห็นได้ชัด โดยที่ไม่ต้องไปนึกถึงไจ คอร์ทนีย์ ที่ขาดเสน่ห์อย่างสิ้นเชิง
หนังจบแบบทิ้งเชื้อ ทิ้งท้ายเอาไว้ ในแบบสงครามกับจักรกล ยังไม่จบสิ้น เพียงแต่ถูกยืดเวลาออกไป และ การเกิดใหม่ของสกายเน็ทถูกปรับเปลี่ยน และอาจจะรวมไปถึงตัวละครนำฝ่ายมนุษย์ของเรื่องที่จะแตกต่างไปจากเดิม
เห็นได้ชัดว่าหนังพยายามเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในเส้นเวลาใหม่ แบบเดียวกับที่เจเจ เอบรามส์ ทำกับ Star Trek เพียงแต่มันดูวุ่นวาย ไม่เคลียร์ ดูจับแพะชนแกะวุ่นวายไปหมด จนรู้สึกว่า หนังนึกจะทำอะไรก็ทำ แบบไม่ต้องสนอะไรกันต่อไปแล้ว ที่พอรวมกับความ “เก่า” แบบไม่เก๋าของหนัง
Terminator: Genisys นอกจากจะสับสน ยุ่งเหยิงแล้ว ก็ยังขาดภาพจำให้ประทับใจ กลายเป็นหนังไซ-ไฟเคยเก๋เรื่องหนึ่งเท่านั้นเอง
โดย นพปฎล พลศิลป์
















