THE HUNDRED-FOOT JOURNEY: เรื่องราวของสองภัตตาคารคู่ปาก คู่ปรับ ที่ต้องมาอยู่คนละฝั่งถนน ห่างกันร้อยฟุตอย่างที่ชื่อว่าไว้นั่นแหละ หนึ่งคือภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสระดับดาวมิชลิน ที่ดูหยิ่งยะโส หนึ่งคือภัตตาคารอินเดียผู้มาใหม่ ที่หนักไปทางเอะอะมะเทิ่ง ซึ่งดูแล้วก็ไม่ยากจะคาดเดาว่า บทสรุปสุดท้ายนั้นน่าจะลงเอยกันยังไง
แต่ความสนุกสนานของหนังไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น หากเป็นที่เรื่องของการต่อสู้ขับเคี่ยวกันระหว่าง 2 ร้าน ที่ทำให้หนังดูเพลินตั้งแต่แรกด้วยอารมณ์ขัน ที่แซมด้วยเรื่องราวโรแมนติคจากผู้ช่วยสาวของร้านแรกกับลูกชายของร้านหลัง ที่แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรม ความคิด ทัศนคติที่ต่างเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก รวมไปถึงมุมมองและเป้าหมายในการทำอาหาร ที่ส่งผ่านให้เห็นด้วยกระบวนการทำอาหาร การใช้ชีวิต และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ที่ถึงจะดูแตกต่างเป็นส่วนใหญ่ แต่หัวหน้าของแต่ละฝั่งฝ่ายก็มีทัศนคติต่ออาหารที่ไม่แตกต่างกัน
หนังฟีลกู๊ดเรื่องนี้ เต็มไปด้วยฉากทำ-ปรุง และภาพอาหารที่ดูน่ากินมากมาย แน่นอนว่า ควรทานให้อิ่มก่อนรับชม หรือควรดูในรอบที่ออกจากโรงแล้วสามารถหาอะไรทานได้
ช่วงสุดท้ายของหนังมีเป๋ไปบ้าง เมื่อหนังพ้นเรื่องของการขับเคี่ยวระหว่างทั้งสองร้าน แล้วพาตัวละครและคนดูไปไกลจากขอบเขตของเรื่องที่เริ่มต้นเอาไว้ ในแบบที่เรียกว่า “หลุด” ก็คงได้ ทั้งโทนเรื่อง และประเด็นที่ขยับไปถึงเรื่องการทำอาหารที่กลายเป็นเรื่องทางวัตถุ จนรู้สึกว่าเป็นส่วนที่สามารถตัดทิ้งได้
แต่โดยรวมๆ แล้วทุกอย่างถือว่าไปได้ดี การบริหารอารมณ์ของคนดูให้ฟีลกู๊ด และรื่นรมย์อยู่ตลอดเวลา ตัวละครดูน่ารัก และก็เล่นได้อย่างสนุก โดยเฉพาะการแสดงของเฮเลน มิร์เรน และโอม ปูริ ที่เล่นรับส่งกันได้อย่างมันส์ มีสีสัน ในแบบที่อยากให้ปรากฎในทุกนาทีของเรื่องก็ว่าได้
ถ้าเป็นอาหาร ก็ถือว่าหนังทำได้ดีตั้งแต่ออเดิร์ฟ-เมนคอร์ส แต่ดูจะตกไปเยอะสักหน่อยสำหรับของหวาน
โดย นพปฎล พลศิลป์
ให้กำลังใจด้วยการคลิกไลค์เพจสะเด่าส์ได้ง่ายๆ ที่นี่















