THE PURGE: ANARCHY: กับคอนเส็ปท์ของวันล้างบาป หนังอย่าง The Purge สามารถสร้างเรื่อง สร้างราวต่อไปได้ไม่รู้จบ โดยหยิบเอาผู้คนในมุมต่างๆ ของเมือง ของประเทศ มาบอกเล่า หรือนำเสนอเนื้อหาผ่านมุมมองของตัวละครในอีกฝั่งฝ่าย ซึ่งสามารถทำได้ทั้งนั้น ในแง่ของปัจเจกชน เรื่องเฉพาะของตัวบุคคล
แต่ The Purge: Anarchy หนังกลับเลือกไปไกลกว่านั้น จากหนึ่งครอบครัว และหนึ่งกลุ่มนักล่าในภาคแรก ภาคนี้คนดูจะได้พบคน 3 แบบ หนึ่งคนที่อาศัยวันล้างบาปเป็นวันล้างแค้น สองคนที่ต้องเอาตัวรอดจากที่อยู่ที่ถูกบุกรุก และสาม คนที่กลับบ้านไม่ทันให้ซุกหัวหลบภัย ขณะที่นักล่าก็มากกว่า 1 กลุ่ม แถมยังมาพร้อมกับสรรพกำลังและอาวุธที่ครบเครื่อง พร้อมจะทำสงครามได้เลยทีเดียว
หากหนังก็ไม่ได้มุ่งไปที่แค่เรื่องของการไล่ล่า และเอาตัวรอด จากที่นำเสนอเแง่มุมทางการเมืองเป็นฉากหลังบางๆ แบบงานเสียดสี ในภาคนี้หนังเล่นประเด็นตรงนี้หนัก และชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การยอมขายตัวเองในวันล้างบาป, คนที่ได้ประโยชน์จากนโยบายนี้, ความคิดที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังของวันนี้ และใครกับที่ “สนุก” กับวันล้างบาป
รวมไปถึงการเปิดตัวกลุ่มต่อต้าน “วันล้างบาป”
หนังเขย่าขวัญ มีปมเสียดสีการเมืองให้จับต้องในภาคแรก The Purge: Anarchy กลายเป็นงานเขย่าขวัญ ที่มีแง่มุมการเมืองชัดเจนมากขึ่น ไม่ใช่งานฆ่ากันแล้วฆ่ากันอีกดาดๆ ถือเป็นการยกระดับตัวเองที่น่าสนใจ
ปัญหาของหนังอยู่ที่การพยายามผสมผสานทั้ง 2 ส่วนให้เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ขณะที่หนัง 3 ใน 4 ของเรื่องคืองานแอ็คชัน เขย่าขวัญ ที่ลุ้นระทึกกดดัน งานช่วงท้ายกลับกลายเป็นงานแอ็คชันดาดๆ ที่ทำให้เสียความเป็นตัวของตัวเองอย่างน่าเสียดาย ยังดีที่ยังสามารถพลิกกลับมาได้ทันกับบทสรุปปิดท้าย
ทำให้ฉงนสงสัยว่า กับเรื่องราวต่อไป หนังจะยังคงเสน่ห์ และเอกลักษณ์ของตัวเอง รวมไปถึงการเป็นหนังเขย่าขวัญไปได้อีกมากน้อยแค่ไหน จะผสมผสานกันได้ลงตัวมากขึ้นหรือเปล่า
สำหรับ The Purge: Anarchy ภาคนี้….
ยังสนุกอยู่ครับ
โดย นพปฎล พลศิลป์















