อ่านตอนแรกได้ที่ http://bit.ly/1ipNKAv
[one_half] ช่วงเวลา 10 ปีในยุคดนตรีร็อคแอนด์โรลล์ วงการเพลงป็อปของอเมริกาเต็มไปด้วยเพลงหวานๆ งานฮิตของปี 1963 ก็คือเพลง Dominiqueของ เดอะ ซิงกิง นัน ซึ่งเป็นแม่ชีใส่แว่นชื่อ จีนีน เด็คเกอร์ เล่นกีตาร์โปร่ง ส่วนพวกดนตรีบลูส์ที่ทำเป็นร็อค ฟังกระฉับกระเฉง ซึ่งเป็นงานที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเดอะ บีเทิลส์ และวงจากลิเวอร์พูลวงอื่นๆ กลับปลุกไม่ขึ้นในบ้านเกิด บ้างก็ถูกตัดเนื้อหาที่ไม่สมควรออก ไหนจะเจอกับการไม่ยอมรับของผู้ใหญ่ ส่วนสถานีวิทยุก็เป็นทาสของโฆษณาที่ต้องได้ทุกอย่างอยู่ในมือ และต้องฟังได้ทั้งครอบครัว โดยมีเพลงเซิร์ฟสนุกๆ, เพลงที่เข้าถึงคนส่วนใหญ่ และศิลปินใสๆ อย่าง บ็อบบี ดาริน, บ็อบบี วี และ บ็อบบี แบร์
เดือนมกราคม 1964 เด็กหนุ่มหน้าตาดี เสียงนุ่ม บ็อบบี วิตัน พาเพลง There! I’ve Said It Again ขึ้นอันดับ 1 นี่คือเพลงหวานที่เอางานบัลลาดฟังสบายจากยุค 40s ที่อายุเพลงเยอะกว่าคนฟังกลุ่มเป้าหมายมาทำใหม่ เป็นเพลงป็อปหวานๆ เพลงสุดท้าย ที่เป็นตัวแทนแสดงให้เห็นพลังของผู้ใหญ่ ที่กันเพลงของคนหนุ่มๆ ด้วยการกุมธุรกิจบันเทิงเอาไว้ “ขอบคุณพระเจ้า สำหรับเดอะ บีเทิลส์” เจอร์รี ลี ลิวอิส พูดในเวลาต่อมา “พวกเขากำจัดสารพัดบ็อบบี กวาดพวกนั้นไปจนหมด”
[/one_half] [one_half]กับความจริงที่เกิดขึ้น วงการเพลงป็อปบนเกาะอังกฤษ ก่อนการมาถึงของเดอะ บีเทิลส์ ก็ไม่ได้ดีกว่า พวกเขาใช้เวลาบ่มตัวเองกับการแสดงในลิเวอร์พูล และฮัมบูร์ก ที่มั่นที่แข็งแกร่งของดนตรีร็อคแอนด์โรลล์ ด้วยหูที่ทันสมัยกับการฟังเพลงอเมริกันเท่ๆ นำเข้า, เพลงเต้นรำผิวดำใหม่ๆ ของโมทาวน์ และเสียงประสานที่น่าทึ่งจากวงสาวๆ ของฟิล สเปคเตอร์
กระแสเดอะบีเทิลส์ถูกสร้างขึ้นมาจากฐานของแฟนๆ ที่ชมการแสดงสดของพวกเขาทั่วเกาะอังกฤษ แล้วค่อยๆ ประสบความสำเร็จอย่างช้าๆ ผ่านซิงเกิลเปิดตัวที่ทั้งเรียบง่าย และมีความสดในตัว Love Me Do เมื่อปี 1962 จากนั้นด้วยพัฒนาการที่รุดหน้าในการแต่งเพลงของคู่หู เลนนอน-แม็คคาร์ทนีย์ ทำให้แต่ละเพลงที่ออกมา สร้างความสำเร็จใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ความตื่นเต้นแผ่ซ่านไปทั่วเกาะเล็กๆ แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
เพราะปัญหาระหว่าง แคพิตอล เรคอร์ดส์ กับอีเอ็มไอ บริษัทแม่ของตัวเอง ทำให้ 4 ซิงเกิลแรกของเดอะ บีเทิลส์วางจำหน่ายในอเมริกาผ่านสังกัดแผ่นเสียงอิสระเล็กๆ อย่าง วี เจย์ และสวอน โดยไม่ทำการตลาด เดอะ บีเทิลส์ถูกเมิน ซึ่งผิดไปจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเกาะอังกฤษ พวกเขากลายเป็นปรากฏการณ์ ไม่ใช่วงเด็กผมยาว ที่ตั้งชื่อตามแมลงคลานน่าขยะแขยง
ตอนที่ทางแคพิตอลยอมปล่อยพวกเขา เดอะ บีเทิลส์ก็พร้อมจะระเบิดแล้ว พวกเขามาถึงอเมริกาด้วยการมีอัลบั้มออกมา 2 ชุด เป็นเจ้าของเพลงป็อปที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่มีคนเคยได้ยินมา เกาะอังกฤษทำให้เดอะ บีเทิลส์ก้าวมาถึงความสำเร็จในระดับนี้ และอเมริกาก็โดนบุกแบบสุดตัว ผลลัพธ์ก็คือ กระแสคลั่งเดอะ บีเทิลส์ ที่ลุกลามไปทั่ว เหมือนอังกฤษ แต่ในความแรงอีกระดับหนึ่ง
และนี่คือจุดเปลี่ยน ที่ช่วยส่งออกพวกเขาไปยังส่วนอื่นๆ ของโลก ที่ตกเป็นทาสวัฒนธรรมบันเทิงอเมริกันที่มีเสน่ห์ ในช่วงหลังสงครามโลก [/one_half]
(ยังมีต่อตามอ่านได้ที่ http://bit.ly/1hbznPj)
จากเรื่อง ย้อนอดีต 50 ปี สี่เต่าทองบุกอเมริกา (2) โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557















