Call And Response: The Remix Album
ศิลปิน Maroon 5
สังกัด Universal
เหตุผลที่ทำให้วง มารูน ไฟว์ มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่มีผลงานสตูดิโออัลบั้มออกมาแค่ 2 อัลบั้มนั้นมีหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียบเรียงดนตรีป็อป-ร็อคให้มีความไพเราะแตกต่างไปจากดนตรีป็อป-ร็อคทั่วไปที่เราคุ้นเคย, การรวมตัวตั้งวงชื่อ คารา ฟลาเวอร์ส (Kara’s Flowers) ขึ้นมาตั้งแต่สมัยเรียนไฮสคูลโดยมี อดัม ลาวีน (Adam Levine) (นักร้องนำ-กีตาร์), เจสซี คาร์ไมเคิล (Jasse Carmichael) (คีย์บอร์ด-กีตาร์), ไรอัน ดูซิค (Ryan Dusick) (กลอง) และ มิคกีย์ แมดเดน (Mickey Madden) (เบส) จนทำให้เกิดทีมเวิร์คที่ดีและมีประสบการณ์ทางดนตรีมากมาย จนได้ออกอัลบั้มกับค่ายใหญ่อย่าง รีไพรส์ เรคอร์ดส์ มาแล้วในช่วงกลางยุค 90s ที่ผ่านมา และแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกเลย นับตั้งแต่หยุดวงเก่าแล้วตั้งมารูน ไฟว์ ขึ้นมาแทนในปี 1999 แค่เพิ่มสมาชิกใหม่ในตำแหน่งกีตาร์คือ เจมส์ วาเลนไทน์ (James Valentine) มาอีกหนึ่งคน และได้ แม็ทท์ ฟลินน์ (Matt Flynn) มาเล่นกลองแทนดูซิค ในปี 2006 เท่านั้น
[one_half][/one_half]
ด้วยความเหนียวแน่น ได้ทำให้ค้นพบแนวดนตรีและซาวน์ดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในที่สุด และเหตุผลที่สำคัญที่สุดจากจำนวนหลายๆข้อนั้นคือ กลิ่นอายดนตรีพ๊อพร็อคของมารูน ไฟว์ มีส่วนผสมของ ดนตรีโซลและอาร์แอนด์บีส่งกลิ่นอบอวลอยู่แทบทุกเพลงจากทั้ง 2 อัลบั้มที่ผ่านมา รวมไปจนถึงสไตล์การร้องของอดัม นักร้องนำด้วย ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยถ้าคุณรู้ว่าพวกเขาทั้ง 5 คนนั้นมีอิทธิพลและแรงบันดาลใจมาจากวงและศิลปินที่เหมือนๆกันคือ The Police, Stevie Wonder, Hall & Otes, Bee Gees, Michael Jackson และ Justin Timberlake
อัลบั้มแรก Songs About Jane ในปี 2002 ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วไปทั่วโลกกับเพลงฮิตอย่าง This Love, She Will Be Loved และ Harder To Breathe จนมีตารางทัวร์คอนเสิร์ททั่วโลกถึง 3 ปีเต็มๆ ในระหว่างทัวร์ก็ออกอัลบั้มบันทึกการแสดงสดถึง 2 อัลบั้ม แล้วดันอัลบั้มล่าสุด It won’t Be Soon Before Long ในปี 2007 ออกมากวาดทั้งเงินทั้งกล่องและคิวทัวร์คอนเสิร์ททั่วโลก (รวมทั้งประเทศไทยเมื่อกลางปีที่ผ่านมา) ไปหอบใหญ่อีกรอบ
เรื่องราวคร่าวๆ ทั้งหมดนี้คุณที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของพวกเขาน่าจะรู้กันดีอยู่แล้ว แต่ที่นำมาเสนอตอกย้ำกันอีกรอบ เพราะมันเกี่ยวเนื่องกับคอนเซ็ปท์ของ Arena ฉบับนี้ที่นำเสนอเน้นเรื่องราวของดนตรีเต้นรำโดยเฉพาะ และถ้าเราสังเกตกันดีๆ คนไทยส่วนใหญ่จะชอบเต้นรำกับดนตรีป็อปฮิตในทุกๆ แขนงและสาขาต่างๆ มากกว่าที่จะเจาะจงเต้นรำกับเพลงที่ทำออกมาเพื่อใช้เปิดในคลับเต้นรำโดยเฉพาะ อัลบั้ม Call And Response: The Remix Album ชุดนี้ของมารูน ไฟว์ เลยถูกหยิบมาแนะนำแทนอัลบั้มของศิลปินหรือดีเจที่เป็นดนตรีเต้นรำโดยตรงแทน เพราะทั้ง 14 แทร็คที่ถูกนำไปรีมิกซ์ใหม่ในสไตล์ดนตรีเต้นรำต่างๆถึง 18 เวอร์ชั่นนี้ เป็นเพลงป็อปฮิตติดหูที่คัดเลือกมาจากทั้ง 2 อัลบั้มที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว จึงน่าจะเป็นอัลบั้มที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักเต้นระบำเพลงชาวไทยที่ชอบเต้นรำกับเพลงที่ร้องตามได้
การนำเพลงไปรีมิกซ์เป็นเวอร์ชั่นใหม่ๆเพื่อเพิ่มเติมสีสันดนตรีให้มีความแตกต่างไปจากเวอร์ชั่นต้นฉบับนั้น ไม่จำเป็นต้องรีมิกซ์ให้เป็นดนตรีเต้นรำเสมอไปเพราะไม่มีกฏข้อบังคับใดๆ ทั้ง 18 เวอร์ชั่นในอัลบั้มนี้จึงมี Groove และ Beat ที่แตกต่างกันไป ทำให้เราได้รู้จักจังหวะหรือ Beat เต้นรำใหม่ๆนอกเหนือจากดนตรีป็อป แดนซ์ หรือฮิพ-ฮอพดาดๆ ที่นักเต้นระบำในบ้านเราสนิทสนมกับมันมานานแสนนาน และที่สำคัญที่สุดคือคุณจะได้รู้เสียทีว่า ดนตรีเต้นรำจริงๆ นั้นมีความหลากหลายทั้ง Beat และ จังหวะ ไม่ใช่มีแค่ 2 -3 แนว(คงไม่ต้องบอกว่าเป็นแนวอะไร)ที่ผู้คนในบ้านเราส่วนใหญ่นิยมกันเท่านั้น
แทร็คฮิตติดปากผู้คนไปทั่วโลกอย่าง This Love ถูกนำรีมิกซ์ใหม่ถึง 2 เวอร์ชั่น ทริคกี สจวร์ท รับหน้าที่ในเวอร์ชั่นแรก โดยนำวางลงบนจังหวะ Garage Electro-Punk ที่เมามันส์ไม่ต่างไปจากการได้เต้นรำกับบีทต้นฉบับของวงที่ชื่อ Bassment Jaxx ส่วนเวอร์ชั่นที่ 2 นั้นได้ คัท คอปี (Cut Copy) เป็นคนปรุงแต่งโดยนำเสียงร้องบางท่อนและท่อนฮุคที่ฮ็อตฮิตติดปากไป Dub ลงบนจังหวะ Progressive House ที่จะพาคุณล่องลองไปบนฟลอร์แทนการกระโดดโลดเต้น และตั้งชื่อเท่ๆ ให้กับเวอร์ชั่นนี้ว่า Cut Copy Galectic Beach House Mix อีก 2 แทร็คที่มีบีทและจังหวะที่ใกล้เคียงกันคือ Not Falling Apart โดย Dj Tiesto และ If Never See Your Face Again Feat. Rihanna โดย Paul Oakenfold 2 ดีเจชื่อดังก้องโลกที่คนไทยรู้จักดี ได้แสดงฝีมือระดับเทพแห่งการรีมิกซ์โดยจัดระเบียบใหม่ 2 แทร็คนี้ให้เข้าใกล้ความเป็นดนตรี Trance ได้ 100 เปอร์เซนต์เต็ม นี่คือ 3 แทร็คที่เหมาะที่สุดสำหรับ Beach Party ของซัมเมอร์นี้
แทร็คฮิตต่อมาคือ She Will Be Love ได้รับเกียตริจากโปรดิวเซอร์คนดัง ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ (Pharrell Williams) ผู้นำกลุ่ม The Neptunes และแกนนำวง N*E*R*D นำเสียงร้องอันหวานออดอ้อนของนายอดัม ไปสาดลงบนจังหวะและสีสันของดนตรีฮิปชพ-ฮอพสุดเท่กว่าปกติทั่วไป ซึ่งเป็นลายเซ็นอันโดดเด่นของเขามาตั้งแต่แรกเริ่มการเป็นโปรดิวเซอร์และรีมิกเซอร์ให้กับ Gwen Stefani, Britney Spears หรือ Justin Timberlake แทร็คนี้จึงเท่และดูดีมากกว่าต้นฉบับไปอีก 10 เท่า นาย ?Questlove เจ้าของจังหวะ Funky-Hiphop จากวงดัง The Roots ก็รับอาสามาเสนอหน้านำแทร็ค Sunday Morning ที่ไพเราะอยู่แล้ว ไปเหยาะสีสันดนตรีเพิ่มเติมความละเมียดละไมและลับจังหวะให้คมมากขึ้น แทร็คนี้เลยกลายเป็นเพลง Chilled-Funk Hip ไปอย่างรื่นรมย์ สำหรับ Secret นั้น ถูกจับแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ยกระดับให้กลายเป็นแทร็คไฮโซหรูหราสไตล์ Beat Lounge โดย Dj Premier คนดังเป็นสไตล์ลิสท์และตั้งชื่อต่อท้ายว่า Premier 5 Mix ยังมีอีกหลายแทร็คและหลายเวอร์ชั่นที่โดดเด่นและน่าสนใจ ซึ่งมีทั้งที่เป็นบีท Dub, Garage และ ฮิปฮอป ในสไตล์และ Groove ที่แปลกใหม่ ทันสมัยและแตกต่างกว่าจังหวะ Hip-Pop ที่คุณคุ้นเคยกันอยู่ในวันนี้
ถ้าคุณไม่สามารถเปลี่ยนรสนิยมหรือทัศนคติในการเต้นรำกับดนตรีป็อปฮิตตามผับดังในย่านเอกมัย ทองหล่อ รัชดาฯ หรือประชาชื่น ไปสู่ดนตรีเต้นรำที่แท้จริงตามคลับมาตรฐานโลกชื่อดังย่านสุขุมวิทหรือแถว RCA บางคลับได้แล้วละก็ ผมขอแนะนำจากอัลบั้มพิเศษชุดนี้ของมารูน ไฟว์ เป็นบทที่ 1 ในการเริ่มต้นเรียนรู้บีทและจังหวะดนตรีเต้นรำที่แตกต่างและสุดเท่ตามสไตล์ของหนุ่ม Arena อย่างแท้จริง
โดย นรเศรษฐ หมัดคง คอลัมน์ Albums Review นิตยสาร Arena Mag. ฉบับ 31 เดือน กุมภาพันธ์ 2552
ที่มา https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1455514531350151&set=pb.1439414162960188.-2207520000.1397502023.&type=3&theater















