การประกาศเลิกทัวร์เนื่องจากปัญหาสุขภาพเมื่อปี 2016 ไม่ได้หมายความว่า อาวีชี (Avicii) ดีเจ, โปรดิวเซอร์ และศิลปินอีดีเอ็มที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของวงการเพลง จะหยุดทำงานเพลงไปด้วย โดยเขาย้ำกับแฟนๆ ว่า “ผมไม่มีทางปล่อยมือจากดนตรี” และเขาก็ทำตามที่พูดเอาไว้จริงๆ
โดยก่อนหน้าจะจากไปไม่นานในวัยเพียง 28 ปี อีพีชุดล่าสุดของเขา Avicii (01) ก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบิลล์บอร์ด มิวสิค อวอร์ด นี่คืองานที่แฟนๆ พากันบอกว่า เป็นหนึ่งในงานชั้นดีของอาวีชี ที่สามารถจัดอยู่ในกลุ่มเพลงดีๆ ของผู้ชายคนนี้ เฉกเช่น 10 เพลงเหล่านี้ได้สบายๆ
“Street Dancer”: เพลงจากปี 2011 ที่อาจไม่โด่งดังเหมือนเพลงของเขาเพลงอื่นๆ และติดชาร์ทแค่ในเนเธอร์แลนด์ แต่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเพลงที่มีความเฉพาะตัวมากที่สุดของอาวีชีมาจนถึงทุกวันนี้ มีความหนักหน่วงมากกว่างานส่วนใหญ่ของเขา และมีความเป็นงานโทรปิคัลยุค 80 แบบเดียวกับไฟนีออนทรงต้นปาล์มในภาพจากหนัง Miami Vice ซึ่งการแซมพลิงเพลง “Street Dance” จากปี 1983 ของ Break Machine มา ก็น่าจะบอกได้ว่าเพราะอะไรเพลงนี้ถึงให้อารมณ์เรโทร ถ้าไม่เคยได้ฟังเพลงนี้มาก่อน บอกเลยต้องลอง
“My Feelings For You” feat. Sebastian Drums: เพลงแบบดิสโกสุดขั้ว ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเผาฟลอร์ให้กลายเป็นเถ้าถ่าน ถึงแม้จะไม่ใช่เพลงที่ขึ้นชาร์ท แต่ก็มีความแข็งแรงไม่แพ้เพลงอื่นๆ ของอาวีชี ที่สำคัญเป็นเพลงฮิตสำหรับแฟนๆ และฝูงชน ที่ต่อให้เป็นดีเจฮิปสเตอร์จ๋า ก็อดไม่ได้ที่จะต้องเปิดเพลงนี้ทุกสัปดาห์ในตอนที่มันออกมาใหม่ๆ ซึ่งบางทีอาจเป็นเพราะโดยทางเทคนิคแล้ว มันคือการรีมิกซ์เพลงหนึ่งของ Cassius ศิลปินจากฝรั่งเศส และพวกฮิปสเตอร์ชอบดนตรีฝรั่งเศส
“Without You” feat. Sandro Cavazza: เป็นเพลงที่อยู่ในอีพี 6 เพลงชุด Avīci (01) ที่โดดเด่นด้วยเมโลดีที่ติดหูกับเสียงซินธ์ที่มีชีวิตชีวา จนทำให้นึกถึงงานในแบบคันทรี-ป็อป เพลงนี้อาวีชียังได้นักร้อง/ นักแต่งเพลงชาวสวีเดน ซานโดร คาวาซซา มาร่วมงานอีกด้วย โดยเจ้าตัวยังรีมิกซ์เพลงนี้ และใส่ไว้ในอีพีชุดเดียวกันอีกด้วย
“Hey Brother”: อัลบัมชุด True ของอาวีชี เปรียบได้กับงานที่ออกมาเพื่อแสดงให้โลกเห็นว่า อาณาเขตของเพลงเต้นรำนั้นมันหน้าตาเป็นยังไง โดยก่อนหน้านี้คนฟังไม่มีทางได้ยินเพลงที่มีประกายระยิบระยับของดนตรีคันทรี-ป็อป ผสมผสานอยู่ในเพลงเต้นรำอย่างใน True แน่ๆ และ “Hey Brother” ก็คือหนึ่งในเพลงเต้นรำแบบทแวงที่เปรี้ยวจนเข็ดฟัน และเป็นที่นิยมสุดๆ ตามเทศกาลดนตรีต่างๆ แดน ไทมินสกี (Dan Tyminski) นำเอาดนตรีบลูแกรสส์ที่เข้มข้นมาใส่ในเพลงเต้นรำของอาวีชี ที่มาพร้อมกับเสียงซินธ์ที่สดใสแสนสว่างได้อย่างลงตัว และขอเตือน มิวสิค วิดีโอเพลงนี้อาจทำให้ร้องไห้ได้ง่ายๆ
“Seek Bromance”: เพลงทรงคุณค่าสุดคลาสสิคแสนโอลด์สคูล ในช่วงเวลาที่อาวีชีไม่ใช่อาวีชี แต่เป็น ทิม เบิร์ก (Tim Berg) แต่แฟนๆ ของอาวีชีทุกคนรู้ดีว่า นี่คืออีกหนึ่งเพลงดีของดีเจหนุ่มรายนี้ นี่คือเพลงที่ขึ้นชาร์ทได้ถึง 20 ประเทศ และขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ทเพลงเต้นรำของบิลล์บอร์ด (Billboard Dance Clubs Songs) แม้จะออกมาให้ฟังร่วมๆ 6 ปีแล้ว อิทธิพลของเพลงนี้ก็ยังมีให้ได้ยินในบรรดาเพลงเฮาส์แบบฟีล-กู๊ดที่ออกตามมาหลังจากนั้น
“Silhouettes”: ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่คือเพลงที่บีทดนตรีปั้มป์อารมณ์สุดๆ ที่เมื่อรวมกับเสียงหนาๆ ของซาเล็ม อัล ฟาเคอร์ (Salem Al Fakir) นักร้องสวีดิช ก็กลายเป็นงานที่อบอุ่น เต็มไปอารมณ์ชวนล่องลอย และบางทีอาจจะทำให้นึกถึงปี 2011 ที่ผ่านมา เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่โลกได้เจอกับโรคอาวีชีมาเนียเป็นครั้งแรก และต่อให้ไม่ชอบมัน แต่เมื่อได้ยินเพลงนี้ขึ้นมาทีไร แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับการไม่ขยับแข้งขาไปตามจังหวะเพลง
“I Could Be The One” feat. Nicky Romero: ท่อนฮุคของเพลงนี้ กลายเป็นหนึ่งในท่วงทำนองที่กลายเป็นที่จดจำได้มากที่ในปี 2012 แทบจะในทันทีที่ออกมาให้ได้ยินกัน แล้วยังผสมผสานความหวานกับความเซ็กซีเข้าด้วยกันได้เป็นอย่างดี โดยก่อนจะเป็นเวอร์ชันที่แฟนๆ รู้จักและรักอย่างที่ได้ยินกัน เพลงนี้เคยใส่แซมพลิงเพลง D.A.N.C.E. ของ Justice เอาไว้ ก่อนที่จะยกออกไปในเวลาต่อมา นี่คือเพลงฮิตอีกเพลงของอาวีชี เมื่อขึ้นชาร์ทใน 22 ประเทศ แถมยังเข้าชาร์ทเพลงของบลิลล์บอร์ดได้ถึง 4 ชาร์ท และขึ้นไปถึงอันดับ 1 ในชาร์ทเพลงเต้นรำของสหรัฐอเมริกา (US Dance Clubs)
“Fade Into Darkness”: หลายคนอาจจะสงสัยว่า “Fade Into Darkness” มาก่อน “Levels” ใช่ไหม? เพราะบางคนเราก็อาจหลงลืมกันไปว่า มีอาวีชีมาก่อนที่เพลงฮิตเพลงนั้นจะกระหน่ำโลก กับการหยิบเพลงนี้มาฟังอีกครั้งในวันนี้ เราจะได้ยินเป็นอิทธิพลจากดนตรีคันทรี-ตะวันตกในงาน ที่รอวันจะพุ่งขึ้นมาปรากฏตัวให้คนฟังรับรู้ ลองเปลี่ยนจากเสียงเปียโนเป็นกีตาร์ดูซิ แล้วจะรู้ว่านี่คือเพลงที่พร้อมจะกลายเป็นเพลงดังข้ามสายพันธุ์ดนตรีเลยทีเดียว
“Wake Me Up”: ซิงเกิลนำของอัลบัมแรก True ที่ขายได้ถึง 2 ล้านก็อปปีในอังกฤษ และมากกว่า 4 ล้านในอเมริกา ขึ้นอันดับหนึ่งในหลายๆ ประเทศและทั่วโลก
ในตอนที่เพลงนี้เปิดตัวครั้งแรกในเทศกาลดนตรีอุลตรา มิวสิค ที่ไมอามี หลายๆ คนเกาศรีษะด้วยความงุนงงสงสัย เพราะไม่มีใครเคยคิดว่าจะสามารถให้กำเนิดเด็กที่เป็นการผสมพันธุ์กันระหว่างดนตรีคันทรีและดนตรีอีดีเอ็มได้ จนกระทั่งอาวีชีแสดงให้เห็นในวันนั้น
“Levels”: งานโพรเกรสสีฟ เฮาส์ที่อาวีชีปล่อยออกมาในปี 2011 และทำยอดขายระดับแผ่นเสียงทองคำขาวใน 10 ประเทศ และขึ้นถึงอันดับ 4 ในชาร์ทเพลงของอังกฤษ โดยที่คงไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความอีกแล้วสำหรับเพลงนี้ ที่เป็นไปได้ว่า น่าจะเป็นเพลงเต้นรำที่อลังการที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกเสียงกันมา มันคือเพลง “Sandstorm” หรือ “Kernkraft 400” ของยุคใหม่ ซึ่งกลายเป็นที่จดจำในทันทีที่ได้ยิน และหลังจากนั้นก็ไม่มีทางหลงลืมมันไปจากความทรงจำ จนกระทั่งฝังร่างลงผืนดิน หรือกลายเป็นเถ้าธุลี และไม่ใช่แค่นั้น เพลงนี้ยังทำให้คนรุ่นใหม่คร่ำครวญหาถึงเอ็ตตา เจมส์ (Etta James) “Levels” กลายเป็นเพลงท็อปเทนใน 15 ประเทศ และขึ้นอันดับ 1 ทั้งในสวีเดน บ้านเกิดของอาวีชีและสหรัฐอเมริกา นี่คือเพลงที่สามารถหยิบไปเปิดในงานปาร์ตีแล้วก็ปล่อยให้ตัวมันเองทำงานได้สบายๆ “Levels” คือเพลงที่ไร้กาลเวลา เป็นเพลงสากล และเป็นที่ชื่นชอบเสมอมา
นอกจากนี้ยังมีเพลงที่น่าสนใจ อย่าง “Waiting For Love” ซิงเกิลนำจากอัลบัมที่สอง Stories ในปี 2015 ที่รับรู้กันว่าเป็นเพลงต่อต้านสงคราม แถมนำเสนอได้สุดเจ๋งด้วยมิวสิค วิดีโอ 360 องศา, “You Make Me” ซิงเกิลต่อจาก “Wake Me Up!” ที่โดนความนิยมแบบสุดๆ ของเพลงก่อนหน้ากลบจนหมด แต่ถึงกระนั้นก็ทำยอดขายในระดับแผ่นเสียงทองคำทั้งที่อเมริกาและอังกฤษ, “The Days” เพลงที่ออกมาเมื่อปี 2014 และร็อบบี วิลเลียมส์ (Robbie Williams) ร้องนำ แล้วก็ได้เนื้อร้องแสบๆ อย่าง “Under the tree where the grass don’t grow / We made a promise to never get old.”
โดย นพปฎล พลศิลป์ จากเรื่อง 10 เพลงดีของอาวีชี คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 25-26 เมษายน 2561
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















