ในโลกของผู้ให้บริการเพลงสตรีมมิง ที่บ้านเรามีให้ทำกันสามเจ้าก็คือ ดีเซอร์, เคเคบ็อกซ์ และอาร์ดิโอ แต่กับตลาดเพลงโลก ถ้าพูดถึงผู้ให้บริการสตรีมมิง ก็ต้องนึกถึงขาใหญ่อย่าง สปอติฟายที่ให้บริการใน 58 ประเทศเป็นชื่อแรกๆ ซึ่งน่าจะทำให้ศิลปินมองว่าเป็นแหล่งทำเงินสำคัญ ในยุคที่ยอดขายซีดีและดาวน์โหลดนั้น ร่วงเอาๆ
แต่สาวเทย์เลอร์ สวิฟท์กลับคิดต่าง เพราะนอกจากจะแสดงตัวอย่างชัดเจนว่า ไม่ปลื้มบริการฟังเพลงฟรีแบบนี้ อย่างตอนต้นปี เธอออกมาบอกว่า “ดนตรีคืองานศิลปะ ศิลปะเป็นของสำคัญ และมีค่า ของที่มีค่าย่อมมีราคา และของที่มีราคาก็ต้องมีการจ่ายเพื่อให้ได้มา” และการแสดงออกของสวิฟท์ก็ชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อบิ๊ก แมชีนต้นสังกัดของเธอตัดสินใจถอดอัลบั้มทุกชุดของสวิฟท์ออกจากคลังเพลงของสปอติฟาย หลังงานชุดใหม่ 1989 ออกวางจำหน่ายได้แค่สัปดาห์เดียว และทำยอดขายได้มากกว่า 1 ล้านก็อปปี้ งานนี้วงในเผยว่า เป็นการตัดสินใจที่ไม่ได้เปิดโอกาสให้ทางสปอติฟาย ที่มีการให้บริการฟังเพลงฟรี หรือเก็บค่าบริการเดือนละ 5-10 เหรียญเพื่อการฟังแบบปลอดโฆษณา ได้มีการเจรจาใดๆ เลย แหล่งข่าวยังเผยด้วยว่า ยอดขายที่มองว่าน่าจะเป็นไปได้ของค่าย ทำให้ทางสก็อทท์ บอร์เชตตา ผู้ก่อตั้งสังกัดบิ๊กแมชีน อยากจะลอง “เริ่มสร้างยอดขายของตัวเอง” เพื่อสร้างมูลค่าให้กับบริษัท “มันเกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน” แหล่งข่าวกล่าว โดยมีการแสดงความคิดแย้งกับวิธีคิดของบอร์เช็ตตาด้วยว่า “มีหลายเหตุผลที่ทำให้ขายงานได้มากกว่า 1 ล้านหน่วย แต่มันก็ไม่ถึงกับต้องปิดการปล่อยอัลบั้มทางสปอติฟาย เด็กอายุ 15 ปีทุกๆ คนล้วนรู้ดีว่าจะไปหาซื้ออัลบั้มได้ที่ไหน และไม่ได้รู้จักแค่ไอทูนส์”
งานนี้ทางสปอติฟายออกแถลงการณ์ถึงการตัดสินใจของบิ๊ก แมชีนและสวิฟท์ว่า “เรารักเทย์เลอร์ สวิฟท์ และผู้ใช้งานของเรากว่า 40 ล้านรายรักเธอมากกว่า โดยในจำนวนนี้ราวๆ 16 ล้านราย เล่นเพลงของเธอในช่วง 30 วันที่ผ่านมา และเพลงของเธอก็ถูกจัดอยู่ในลิสท์เพลงถึง 19 ล้านเพลย์ลิสท์
“เราหวังว่า เธอจะเปลี่ยนใจ และกลับมาร่วมกับเราสร้างสังคมดนตรีใหม่ในรูปแบบประหยัด ที่เป็นไปได้สำหรับทุกคน เราเชื่อว่าแฟนๆ สมควรได้ฟังเพลงเมื่อพวกเขาต้องการ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน และเมื่อไหร่ และศิลปินก็มีสิทธิ์เต็มที่ ที่จะได้รับการจ่ายสำหรับงานของพวกเขา และได้รับการปกป้องจากพวกละเมิดลิขสิทธิ์ นั้นคือเหตุผลที่เราแบ่งรายได้ราวๆ 70% กลับไปสู่สังคมดนตรี”
โดยปีนี้ยอดขายเพลงตกลงมาตลอดทั้งปี ทำให้ธุรกิจเพลงเปลี่ยนทิศทางจากการขายดาวน์โหลดเป็นการบริการสตรีมมิงแทน โดยยอดขายอัลบั้มนั้นตกลงถึง 14% ส่วนยอดขายเป็นเพลงๆ ตกลง 13% แต่ผู้สมัครฟังเพลงในระบบสตรีมมิงกลับเพิ่มขึ้นถึง 57% แต่ศิลปินบางราย นอกจากสวิฟท์ เช่น ธอม ยอร์ค ของเรดิโอ เฮดก็ออกมาตำหนิรูปแบบการทำธุรกิจของสปอติฟาย โดยย้ำว่า การให้บริการฟังฟรีนั้นมีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ที่ต่ำมาก แต่ทางตัวแทนของสปอติฟายออกมาแย้งว่า รายได้จะไปถึงศิลปินมากขึ้น ถ้าผู้ใช้งานยินดีจ่ายเพื่อเป็นลูกค้าระดับพรีเมียม
งานนี้ถือว่าเป็นสงครามยกแรกของศิลปินกับบริการฟังเพลงสตรีมมิง ที่ดูเหมือนจ่ายน้อยแต่ได้มากมานาน พรุ่งนี้มาลุยกันต่อกับเทย์เลอร์ สวิฟท์อีกวัน กับความคิดเห็นในมุมของเธอ
จากเรื่อง เมื่อเทย์เลอร์ สวิฟท์ ปฏิเสธเจ้าพ่อสตรีมมิงสปอติฟาย โดย นพปฎล พลศิลป์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2557
สามารถคลิกไลค์เพจสะเด่าส์ได้ง่ายๆ ที่นี่















