20 เพลงยอดเยี่ยมจากนักวิจารณ์ของนิตยสารบิลล์บอร์ด ที่หลักเกณฑ์ในการคัดสรรนั้น ไม่มีอะไรมากนอกจาก เป็นเพลงที่ทำให้โยกหัว, นั่งซึ้ง, ปาดน้ำตา และโยกไปด้วยได้ หลังพาไปพบกับ Treasure ของบรูโน มาร์ส, Still Into You จากพารามอร์, Versace (Remix) ของไมกอส และเดรค, ลูค ไบรอันกับ That’s My Kind of Night, Numbers on the Boards ของพุชา ที, Just Give Me a Reason จากพิงค์ และเนท รอยสส์, อาวีซี และ Wake Me Up!, Wrecking Ball โดยไมลีย์ ไซรัส, แวมไพร์ วีคเอนด์ Diane Young และ Body Party โดยซิอารา และนี่คืออีก 10 เพลงที่เหลือ
Mirrors จากจัสติน ทิมเบอร์เลค หายไป 7 ปี จัสตินนำความเซ็กซีกลับมาอีกครั้ง และนี่คือเพลงรักมหากาพย์ ที่ปราศจากเสียงสะท้อนในแบบงานยุคแรกๆ ขณะที่กรีดลึกไปถึงหัวใจ
โรบิน ธิค และที.ไอ. กับฟาร์เรลล์ ในเพลง Blurred Lines ลืมการแสดงอื้อฉาวไปซะ เสียงร้องกระซิบกระซาบของธิค, ความสดใสของฟาร์เรลล์ และเสน่ห์จากการแร็ปของที.ไอ. ทำให้เพลงนี้เป็นเพลงประจำซัมเมอร์ปี และเป็นเพลงอันดับ 1 ในชาร์ท Hot 100 เพลงแรกของธิค
White Noise ของ ดิสโคลเชอร์ กับอลูนาจอร์จ ในปีที่ทั้งคู่ได้เห็นแฟนเพลง และตัวตนในทางวัฒนธรรมของตัวเองโตขึ้น การร่วมงานที่ทั้งเก๋ เท่ เพลงนี้ กลายเป็นตัวแทนจุดสูงสุดของทั้งสองคน
Hold On, We’re Going Home โดยเดรค ขณะที่เพลง Started from the Bottom ขยายกลุ่มคนฟังให้เดรค เพลงนี้ทำให้สถานภาพของเขามั่นคง เมื่อเพลงเบาๆ เคล้าเสียงซินธ์เพลงนี้ติดท็อปไฟว์ ในชาร์ทเพลงฮิต ก่อนจะเป็นเพลงที่งานแต่งงานต้องเล่น ในเวลาต่อมา
คานเย่ เวสท์ กับ Black Skinhead ได้แรงส่งจากความเดือดดาล และความเข้มแข็งในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในเพลงของเวสท์ ความร้ายกาจของเขาปะทุออกมาให้รู้สึกได้ในเพลง นี่คืองานที่ดิบ, แท้ และหยุดไม่ได้
Get Lucky จากดาฟท์ พังค์ และฟาร์เรลล์ หนุ่มๆ ดาฟท์ พังค์ เคยปั้นซิงเกิลเจ๋งๆ มาแล้ว เช่น One More Time, Around The World, Digital Love และจะมีอีกมายมายตามมา แต่ Get Lucky อบอุ่นกว่า และวิทยุรักมากกว่า ขณะที่การกลับมาของฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ ด้วยเพลงนี้ ก็ไม่ต่างไปจากการคืนชีพของนกฟีนิกซ์
แมคเคิลมอร์ กับไรอัน ลิวอิส และแมรี แลมเบิร์ท กับเพลง Same Love ที่ความสำเร็จดูเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นการเอาเรื่องในวัยเด็ก และเรื่องตลกๆ ของพวกโฮโมฯ ในยูทูบของแมคเคิลมอร์มาใช้ ส่วนสารที่แลมเบิร์ทนำเสนอก็เลี่ยงความซ้ำซาก และทำให้ Same Love คร่ำครวญถึงเรื่องสิทธิพลเมืองในแบบที่ชาญฉลาด
Royals จากลอร์ด เสียงกลอง, เสียงดีดนิ้ว, เสียงซินธ์ย้อนยุค ที่ค่อยๆ ได้ยินขึ้นมาในท่อนที่สองของเพลง ล้วนเต็มไปด้วยความยอดเยี่ยม แต่ทั้งหมดอาจถูกมองข้าม ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงร้องของหญิงสาววัย 16 ปีที่ราวกับอยู่ท่ามกลางพายุ เสียงของเธอแกว่งไปมาระหว่าง การแร็ปและร้องที่ฟังนัวๆ ประนาณความไม่ถูกต้องของการมีชื่อเสียง แต่นี่คือเพลงที่ส่งให้เธอกลายเป็นซุป’ตาร์
Follow Your Arrow โดย เคซีย์ มัสเกรฟ ไม่ต้องเป็นแฟนเพลงคันทรีระดับฮาร์ดคอร์ ก็ร้องคลอตามเพลงของมัสเกรฟ ที่สร้างทั้งเสียงและการจุมพิตจากหนุ่มๆ และบางที สาวๆ ได้ มัสเกรฟฉายความเยี่ยมยอดในการแต่งเพลงมาแล้ว จากเพลงฮิตเปิดตัวที่ฟังทึมๆ อย่าง Merry Go Round แต่เพลงนี้ฟังอินดีกว่า และมีความหวัง รวมทั้งย้ำให้รู้ว่า ไม่ได้มีแค่วิถีทางเดียวสู่ความสุข
We Can’t Stop อีกเพลงของไมลีย์ ไซรัส ที่หลายๆ คนอาจจะจำท่าเต้น และลิ้นยาวๆ ของเธอในมิวสิค วิดีโอได้มากกว่า แต่นี่คือเพลงที่มีความชัดเจนในทางดนตรี ที่เป็นเด่นชัดในความทรงจำ และนี่คือเพลงที่ไซรัสเผาภาพลักษณ์แบบดิสนีย์ของตัวเองให้ลุกไหม้เป็นเถ้าถ่าน
จากเรื่อง 20 ยอดเพลงของปี 2013 ตอนจบ โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ 9 มกราคม 2557















