ติดตามชมเดอะ วอยซ์มาตั้งแต่ฉบับอเมริกัน แม้จะไม่ได้เกาะติดตลอด แต่ถ้าอยู่บ้านก็ต้องล็อคช่องรอกัน จนมาถึงเดอะ วอยซ์ ฉบับภาษาไทย ในปีแรกนั้น ถือว่ามาดี เปิดตัวได้สวย ใครๆ ได้ชมก็ชอบใจ โดยเฉพาะการแข่งขันในรอบแรกที่เรียกว่า Blind Audition ที่โค้ชจะเลือกลูกทีมจากเสียงร้องเพียวๆ กับรอบที่ 2 รอบ Battle ที่โค้ชจะจับลูกทีมมาดวลเพลงกัน ก่อนจะเลือกว่าใครจะอยู่ ใครจะไป
รูปแบบรายการนอกจากจะดูสด สำหรับคนดูชาวไทยแล้ว การประกวดที่เรียกได้ว่า เปิดโอเพ่น ก็ทำให้ได้คนเสียงดีๆ มากมายมาเป็นผู้แข่งขันในรายการ ได้ชมแล้วก็มีความสุข ไม่ใช่ดูแล้วรำคาญเหมือนการประกวดร้องเพลงหลายๆ รายการ แต่ในปีที่ 2 เดอะ วอยซ์ ประเทศไทยดูจะอ่อนระโหยไปบ้าง โดยส่วนตัวจากที่เคยรอชมในปีแรก ปีที่ 2 กลายเป็นว่างก็ดู ไม่ได้ใจจดใจจ่อรอเหมือนเคย ผู้เข้าแข่งขัน ถึงมาตรฐานยังสูงกว่าเวทีอื่น แต่ความหลากหลาย แตกต่าง ในเรื่องเสียงและสไตล์การร้อง ถือว่าน่าผิดหวัง
แต่กับปีที่ 3 ที่เพิ่งได้ชมรอบ Battle วันแรกไป ถือว่ากู้ชื่อคืนจากที่ทำหล่นหายไปในปีที่ 2 ได้สบายๆ ในแบบหากไม่นับเรื่องความสดแล้ว ก็ถือว่าสูสีกับปีแรกเลยด้วยซ้ำ ความหลากหลายในเรื่องเสียงร้อง ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ หรือลีลามีมากกว่าเดิม ที่สำคัญหลายๆ คน มาพร้อมเสียงร้องที่แปลกหู มีเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น เอ้หรือพัดที่ต้องมาร้องดวลกัน, จิมมีนักร้องชายแต่ร้องขึ้นได้สูง และน่าฟังไม่แพ้ผู้หญิง, อิงกฤต สาวลูกครึ่งแต่ร้องเพลงไทยได้อย่างน่าฟังมากๆ แล้วยังมีบิว หนุ่มที่ร้อง 99 Problems ได้สนุกเอาเรื่องอีกคน
โดยที่ยังไม่ต้องไปนับหนุ่มจอห์น, ผู้หชิงอย่าง จอห์นนิเฟอร์
ทั้งหมดนี้ทำให้รายการมีสีสัน ดูเพลิน น่าติดตามมากกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่โค้ชทั้งสี่นั้น ในภาพรวมก็ถือว่า รับ-ส่งกันได้อย่างมีเสน่ห์ โดยเฉพาะโค้ชหนุ่มๆ ทั้งหลาย ที่หยิกแกมหยอกกันอย่างสนุกสนาน
ตัวโปรดัคชันเอง เรื่องของมุมกล้อง การเคลื่อนกล้องดูสนุกขึ้น การตัดต่อในรอบ Blind Audtion ถือว่าทำได้ดี แต่กับรอบ Battle วันแรก กล้องยังไม่ช่วยสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมได้สักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในช่วงที่รอการตัดสินใจของโค้ชนั้น ภาพออกมาดูนิ่งไปหน่อย ส่วนพิธีกรคู่หนุ่มใหญ่-สาวสวย กบ ทรงสิทธิ์ และจอย รินลณี ฝ่ายชายทำงานได้ลื่นไหลกว่าฝ่ายหญิงที่พลอยให้รู้สึกเหมือนดูรายการประกวดร้องเพลงแบบบ้านๆ ได้ทุกทีที่ขึ้นเวทีทำหน้าที่
การใส่โฆษณาเข้ามาในรายการทำได้ดีกว่าเดิม ไม่มีใครมายืนเล่นโทรศัพท์กลางแดดเปรี้ยงๆ ให้เห็น โดยเฉพาะโฆษณาโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหนึ่ง ถือว่าทำออกมาได้เนียน และเป็นธรรมชาติ ถ้าผลิตภัณฑ์อาหาร หาทางนำเสนอได้ดีพอๆ กัน รายการจะดูดีขึ้นไปอีก แต่อย่างน้อยก็ไม่รู้สึกถูกยัดเยียดมากนัก
มาถึง ณ. วันที่ผ่านการแข่งขันในรอบ Battle วันแรกไปแล้ว เดอะ วอยซ์ ปีที่ 3 ยังทำให้รู้สึก “อยาก” รอชมอยู่ครับ
จากเรื่อง เดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์ ฤดูที่ 3 ปีกู้ชื่อ โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 24 ตุลาคม 2557
ให้กำลังใจด้วยการคลิกไลค์เพจสะเด่าส์ได้ง่ายๆ ที่นี่















