เบอร์นี่ ทอพิน ลมใต้ปีกของ เอลตัน จอห์น เขียนบทเพลงรำลึกถึง มาริลีน มอนโร ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเซ็กซี่ตลอดกาล และเป็นตำนานที่ยังมีอิทธิพลมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าเธอได้จากโลกนี้ไปนานแล้ว เอลตัน จอห์น เป็นผู้แต่งทำนองและร้อง เพลงนั้นชื่อ Candle In The Wind อยู่ในอัลบั้ม Goodbye Yellow Brick Road (1973) ผลงานมาสเตอร์พีซอีกชุดหนึ่งของ เซอร์เอลตัน จอห์น
Candle In The Wind กลับมาโด่งดังไปทั่วโลกอีกครั้งในปี 1997 เมื่อถูกนำมาเปลี่ยนเนื้อเพลงบางวรรคบางตอน เพื่อใช้ในการแสดงคารวาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของ เจ้าหญิงไดอาน่า คำในเนื้อเพลงที่เปลี่ยนและผู้คนจดจำได้มากที่สุดคือ เปลี่ยนจาก Norma Jean ซึ่งเป็นชื่อจริงของ มาริลีน มอนโร มาเป็น England Rose ที่หมายถึง เจ้าหญิงไดอาน่า
ผู้หญิงสองคนเกิดคนละหนแห่ง เติบโตมาในวิถีชีวิตที่แตกต่าง แต่ก็มีความคล้ายกันบางอย่าง พวกเธอกลายเป็นคนของสาธารณะที่แทบไม่เหลือความเป็นส่วนตัว ชื่อเสียงมหาศาลเปลี่ยนเป็นความกดดัน บางครั้งไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร ความอ้างว้างและเปราะบางที่ก่อตัวอยู่ลึกๆ ข้างในทับถมจนยากจะแบกรับ มีชีวิตเหมือนแสงเทียนในสายลมที่พร้อมจะวูบลับดับไปได้เสมอในช่วงใดช่วงหนึ่ง
และมีบางอย่างที่อาจจะเรียกได้ว่าบังเอิญจนเกินไป เมื่อ เจ้าหญิงแห่งฮอลลีวู้ด เสียชีวิตในเดือนสิงหาคม ปี 1962 อายุ 36 ปี และ เจ้าหญิงแห่งเวลส์ สิ้นพระชนม์ในเดือนสิงหาคม ปี 1997 อายุ 36 ปี
ผมชอบถ้อยคำ-ทำนองที่สวยงามในความโศกเศร้าของเพลงนี้ จึงนำมาฝากไว้ เป็นเวอร์ชั่นในแบบโซล-กอสเพลที่ ร้องโดย เมลานี่ ธอร์นตัน นักร้องอเมริกันที่ไปมีชื่อเสียงในยุโรป วิธีตีความในเพลงนี้ของ เมลานี่ ยอดเยี่ยมจริงๆ ต่อมาจึงถูกนำไปใช้โดยผู้แข่งขันหลายรายที่เข้าประกวดร้องเพลงในเวทีต่างๆ
เมลานี่ ร้องเพลง Candle In The Wind ในคอนเสิร์ทรำลึกถึง เจ้าหญิงไดอาน่า ที่จัดขึ้นเยอรมนี และหลังจากนั้นอีก 3 ปีเศษ เธอก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกในสวิทเซอร์แลนด์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2001 อายุ 35 ปี
35 ปี-ตัวเลขอายุที่เท่ากับระยะเวลาระหว่างการจากโลกนี้ไปของ มาริลีน มอนโร และ เจ้าหญิงไดอาน่า!
…And it seems to me, you lived your life like a candle in the wind
Never knowing who to cling to when the rain set in…















