แรกเริ่มเดิมที เควิน ฮาร์ท ถูกเลือกให้เป็นผู้ดำเนินรายการงานประกาศผลรางวัลออสการ์ปีล่าสุด ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ แต่แล้วหลังจากถูกแฉข้อความบนทวิตเตอร์ ที่เจ้าตัวทวีตระหว่างปี 2009 – 2011 ซึ่งมีทั้งที่ตำหนิชาวรักร่วมเพศ รวมไปถึงเหยียดหยามเรื่องรสนิยมทางเพศ
ทำให้ฮาร์ทตัดสินใจถอนตัวจากการทำหน้าที่ พร้อมกับทวีตข้อความขอโทษกลุ่มรักร่วมเพศ (LGBQ) ตามมา “ผมเลือกที่จะก้าวลงจากการทำหน้าที่ผู้ดำเนินงานออสการ์ปีนี้” ฮาร์ท ทวีต “เพราะผมไม่อยากทำลายค่ำคืนที่เป็นการเฉลิมฉลองบรรดาศิลปินที่เต็มไปด้วยความสามารถ ผมขอแสดงการขอโทษกับสังคมของคนรักร่วมเพศ สำหรับการใช้ถ้อยคำอันกระทบกระเทือนอารมณ์ของผมในอดีต ผมเสียใจที่ได้ทำให้หลายๆ คนเจ็บปวด ผมกำลังปรับปรุงตัวและจะทำต่อไป เป้าหมายของผมคือการนำผู้คนมาอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่แยกจากกัน”
หลังจากนั้นทางอะคาเดมีก็พยายามที่จะหาคนมาทำหน้าที่แทนฮาร์ท แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะใครที่กล้ามารับงานนี้ ก็ต้องเตรียมพร้อมรับบาดแผลและคำตำหนิติเตียนที่ไม่ใช่เบาๆ ไปพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะในยุคโซเชียล มีเดีย ที่ทุกอย่างถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว และสด!!! หากเกิดทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา
ท้ายที่สุดงานประกาศรางวัลออสการ์ประจำปี 2019 ซึ่งจัดมาเป็นครั้งที่ 91 แล้ว จะเป็นครั้งแรกในรอบสามสิบปีที่จะไม่มีผู้ดำเนินรายการ ทำให้ปีนี้งานจะมาพร้อมกับรูปแบบใหม่ ที่ลดบทบาทของผู้ดำเนินรายการแล้วเน้นไปที่บรรดานักแสดงระดับเกรด-เอ ที่จะมาเป็นผู้แนะนำช่วงต่างๆ ของงาน นอกจากนี้ยังจะมีช่วงของการแสดงต่างๆ มาอุดช่องว่าง ที่เคยเป็นการทำงานของผู้ดำเนินรายการ
“หลักๆ ที่เราบอกกับอะคาเดมีเมื่อปีที่แล้วก็คือ คงความยาวของรายการเอาไว้ที่ 3 ชั่วโมง” เคธี เบิร์ค ประธานของเอบีซี เอนเตอร์เทนเมนท์ กล่าว “บรรดาโปรดิวเซอร์รายการตัดสินใจกันอย่างรอบคอบว่า ไม่ต้องมีผู้ดำเนินรายการ แล้วให้ตัวแทนมอบรางวัล และภาพยนตร์เป็นดาราแทน นั่นคือวิธีที่ดีที่สุด ที่จะทำให้รายการเดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็วตลอดเวลา 3 ชั่วโมง”
หนสุดท้ายที่งานประกาศรางวัลออสการ์ไม่มีผู้ดำเนินรายการ ก็คือการประกาศรางวัลครั้งที่ 61 เมื่อมีนาคม 1989 ซึ่งเปิดด้วยการแสดงเลียนแบบเพลงต่างๆ โดยร็อบ โลว์ และสโนว์ ไวท์
แต่ก่อนที่จะไปสัมผัสกับงานประกาศรางวัลออสการ์ ที่ไม่มีผู้ดำเนินรายการ เรามาดูกันว่า ในรอบสิบปีที่ผ่านมา ใครคือ 5 ผู้ดำเนินรายการที่ได้ชื่อว่าทำหน้าที่ได้ดีบนเวทีออสการ์
จอน สจวร์ท (2008): ในการทำหน้าที่เมื่อปี 2006 ของสจวร์ทแม้จะไม่มีอะไรเสียหาย แต่ก็ดูง่วงเหงาหาวนอน และเงอะๆ งะๆ พอกลับมาในปี 2008 เขาแก้มือได้สำเร็จ ได้ใจผู้ชมและเสียงวิจารณ์ในทางชื่นชม ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้จากข้อผิดพลาด และใช้ข้อได้เปรียบจากปีเลือกตั้งและการประท้วงหยุดงานของสมาคมผู้เขียนบทมาเล่นได้ดี รวมถึงเป็นเจ้าของหนึ่งในช่วงเวลาดีๆ ของออสการ์ เมื่อการกล่าวรับรางวัลของนักร้อง/นักแสดงสาว มาร์เกตา เออร์โกลวา ในสาขาเพลงยอดเยี่ยมจาก Once ถูกตัด สจวร์ทเรียกให้เธอกลับขึ้นมาบนเวที เพื่อพูดสิ่งที่เหลือให้จบ
เอลเลน เดอเจเนเรส (2014): การทำหน้าที่หนแรกในปี 2007 ของเดอเจเนเรสดูไม่ดีนัก เพราะมุขตลกหน้าตายที่เธอใช้ ไม่เหมาะกับผู้ชมรายการที่คุ้นเคยกับการร้องเพลงและเต้นรำสักเท่าไหร่ แต่ในปี 2014 เธอกลับมาพร้อมกับการเล่นมุขเรื่องไวรัลที่สดในยุคนั้น และมีลูกเล่นที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ อย่าง การสั่งพิซซามาให้ผู้ชมในงานซึ่งก็เป็นดาราและทีมงาน รวมไปถึงการถ่ายเซลฟีหมู่ ที่มีนักแสดงเกรดเออย่าง เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, แบรดลีย์ คูเปอร์, เมอรีล สตรีพ และแบรด พิตต์ ร่วมกล้อง จนกลายเป็นหนึ่งในภาพประวัติศาสตร์ของออสการ์
ฮิวจ์ แจ็คแมน (2009): แจ็คแมนครบเครื่องทั้งเรื่องร้อง-เรื่องเต้น ซึ่งก็ดูเหมาะกันดีกับการทำหน้าที่นี้ ในปีที่มีบิล คอนดอนเป็นโปรดิวเซอร์ โดยเฉพาะการเปิดงานด้วยการร้องการเต้นพูดถึงหนังที่ได้เข้าชิงรางวัล ซึ่งเขาทำได้อย่างมีเสน่ห์ แม้ในเรื่ององค์ประกอบต่างๆ จะดูเหมือนงานทุนต่ำไปหน่อย ช่วงเวลาต่อจากนั้นแจ็คแมนก็ร่ายเวทย์มนตร์ที่แสดงให้เห็นถึงความอบอุ่นและความน่าชื่นชมของภาพยนตร์ รวมทั้งแสดงเพลง “Musicals are Back” ร่วมกันบียอนเซ โนว์ลส์ ได้อย่างน่าตื่นตา
คริส ร็อค (2005, 2016): หลังสร้างเสียงฮือฮาเมื่อถูกเลือกเป็นผู้ดำเนินรายการครั้งแรกในปี 2005 ร็อคสานต่อด้วยการเล่นมุขที่พุ่งเป้าไปที่การบริหารงานของประธานาธิบดีบุช และทำได้ดีในเรื่องการกัดจิกสิ่งต่างๆ ในแบบที่นักแสดงเดี่ยวไมโครโฟนทำ ที่บางมุขก็ทำให้อึ้งและบรรยากาศของงานดร็อปลงไปเหมือนกัน แต่เมื่อกลับมาในปี 2016 ร็อคทำได้ดีกว่าเดิม ไม่มีอารมณ์ขันแบบเรี่ยราด โดยเฉพาะในปีที่ออสการ์ถูกโจมตีว่า เป็นรางวัลของคนผิวขาว แต่เขาก็สามารถจิกกัดทั้งการเหยียดผิวในฮอลลีวูดและสังคมอเมริกันได้ในแบบที่บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น แล้วการที่เขาเลือกไนเมช พาเทล นักเขียนการ์ตูนใต้ดิน มาเขียนบทให้กับงาน ผลลัพธ์ก็คือ อีกหนึ่งค่ำคืนของออสการ์ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน
จิมมี คิมเมล (2017, 2018): จิมมีเติมเต็มการทำงานในฐานะพิธีกรรายการของตัวเอง ด้วยการเป็นผู้ดำเนินรายการของงานออสการ์ในปี 2017 และได้เสียงตอบรับที่ดีจากมุขที่ดูสดใส อย่าง การให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในสถานที่จัดงาน แต่บางมุขก็ดูหนักข้อไปหน่อย เช่นการทวีตหาประธานาธิดีกลางงาน ที่น่าสนใจก็คือ ในการทำหน้าที่ครั้งแรกที่เจอเรื่องการประกาศรางวัลผิดซอง แต่คิมเมลก็ฉลาดและสร้างความบันเทิงได้มากพอจนมีเรื่องให้กลบ โดยเฉพาะมุขที่พุ่งเป้าไปยังแม็ทท์ เดมอน นอกจากนี้ยังทำให้รายการมีแนวคิดที่ว่า ศิลปะและความบันเทิงคือพลังแห่งความดี โดยปราศจากการนำเสนอที่ตื้นเขิน
โดย นพปฎล พลศิลป์ เรื่อง เมื่องานออสการ์จะไม่มีผู้ดำเนินรายการ และสิบปีผ่านใครคือคนที่ทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุด คอลัมน์ หรรษา วันจันทร์ – HAPPY MONDAY หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562















