หลังรีรอจดๆ จ้องๆ อยู่นาน ในที่สุดแอปเปิลก็เปิดให้บริการฟังเพลงสตรีมมิงของตัวเองซะที ในชื่อแอปเปิล มิวสิค โดยทางบริษัทผลไม้คิดไว้ว่า พวกเขาน่าจะมีผู้ใช้บริการมากถึง 100 ล้านคนกันเลยทีเดียว ซึ่งทางแบรนดอม ไบลีย์ กับไรอัน นากาชิมา จากสำนักข่าวเอพี ได้เขียนถึงเรื่องนี้เอาไว้อย่างน่าสนใจ
ย้อนไปในอดีตไอทูนส์ มิวสิค สโตร์ ของแอปเปิลเคยช่วยเปลี่ยนวิธีการซื้อขายเพลงของคนรักเสียงดนตรีมาแล้ว เมื่อเปลี่ยนจากซีดีไปเป็นการดาวน์โหลดไฟล์ดิจิตอลแทน และตอนนี้บริษัทที่ผลิตไอพ็อดและไอโฟน ก็กำลังจะทำตัวเป็นผู้นำในการปฏิวัติอีกครั้ง ด้วยบริการฟังเพลงสตรีมมิงรายใหม่ที่มีกำหนดเปิดตัวในหน้าร้อนนี้ที่อเมริกา
กับการมียอดคนฟังบริการสตรีมมิงนับล้าน ผ่านผู้ให้บริการอย่าง แพนดอราและสปอติฟายอยู่แล้ว บรรดานักวิเคราะห์และบรรดาแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมดนตรีต่างมองว่า การเข้ามาสู่ตลาดนี้ ทางแอปเปิลจะต้องเร่งความเร็วอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ลูกค้าของเจ้าอื่นๆ และลูกค้าของไอทูนส์ มาใช้บริการฟังเพลงรูปแบบใหม่ของตัวเองให้ได้ เพื่อที่แอปเปิลจะยังคงเป็นตัวละครหลักในระบบธุรกิจของวงการเพลงยุคใหม่ ถึงแม้ว่าบรรดาเพลงต่างๆ ที่ขายกันส่วนใหญ่ในรูปแบบดิจิตอล จะมีช่องทางหลักอยู่ที่ไอทูนส์ ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2003 แต่ในช่วงหลายๆ ปีมานี้ ยอดขายที่ว่าลดลงเรื่อยๆ ขณะที่ยอดรายได้และผู้ใช้ของบริการฟังเพลงสตรีมมิงกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“การฟังเพลงสตรีมมิงเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ทางแอปเปิลจะต้องมาเล่นบทนี้ด้วย” เบน บาจาริน นักวิเคราะห์การสร้างสรรค์กลยุทธกล่าว
ทุกวันนี้ ผู้คนราวๆ 41 ล้านคนทั่วโลกจ่ายเงินให้กับการฟังเพลงผ่านสปอติฟาย, ดีเซอร์ และอีกหลายๆ เจ้า โดยมีรายงานว่า ผู้ฟังที่ทำการสมัครลงทะเบียนนั้นเพิ่มขึ้นถึง 39% รายได้พุ่งเป็น 1.6 พันล้านเหรียญ ขณะที่ยอดดาวน์โหลดลดลง 8% ทำรายได้ 3.6 พันล้านเหรียญ
ในปีที่ผ่านมาแอปเปิลได้ซื้อบริษัทผู้ผลิตหูฟังบีทส์ พ่วงบริการฟังเพลงสตรีมมิงมาด้วย ในราคาถึง 3 พันล้านเหรียญ แต่จากข้อมูลที่บริษัทดูแลลิขสิทธิ์มีอยู่ในมือ ทางบริการฟังเพลงสตรีมมิง บีทส์ มิวสิค มีผู้สมัครใช้บริการเพียงแค่ 303,000 รายเฉพาะในอเมริกาเท่านั้น เทียบไม่ติดกับ 4.7 ล้านรายของสปอติฟาย เบอร์หนึ่งของตลาดในตอนนี้
แต่ด้วยจำนวนลูกค้าของไอทูนส์ที่มี แหล่งข่าววงในรายงานว่า แอปเปิลตั้งเป้ายอดผู้ใช้บริการเอาไว้ถึง 100 ล้านราย โดยจะเก็บค่าบริการที่ 9.99 เหรียญต่อเดือน เพื่อที่จะแข่งกับสปอติฟาย หรือแรพโซดี โดยก่อนหน้าที่จะหยุดให้บริการ สมาชิกของบีทส์จะถูกย้ายมาเป็นผู้ใช้บริการของแอปเปิล มิวสิคโดยอัตโนมัติ ส่วนผู้ซื้อเพลงหรืออัลบั้มเพลงบนไอทูนส์ ก็จะมีการนำเสนอให้สมัครใช้บริการฟังเพลงนี้ด้วย
ทีเด็ดก็คือ แอปเปิลจะเปิดให้บริการในส่วนของการฟังแบบจ่ายรายเดือน สามารถฟังกันได้ฟรีๆ ถึง 3 เดือน ในขณะเดียวก็มีการปรับบริการฟังเพลงฟรีของไอทูนส์ ที่ชื่อ ไอทูนส์ เรดิโอขนานใหญ่ ด้วยการทำเป็นสถานีวิทยุออนไลน์ออกอากาศแบบสดๆ มีดีเจชื่อดังอย่าง เซน โลว์จากบีบีซี และศิลปินอย่างฟาร์เรลล์, เดรค, Muse และเดวิด เก็ตตา มาจัดรายการ ในชื่อ บีทส์วัน
“พวกเขามาช้ามากในตลาดสตรีมมิง” แวน เบเกอร์ นักวิเคราะห์คนหนึ่งกล่าว แต่เขาก็มองว่าแอปเปิลน่าจะติดตลาดได้เร็ว ด้วยการทำให้ผู้ใช้ไอโฟนสามารถใช้งานได้ง่ายๆ ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มผู้ใช้กลุ่มใหญ่มหาศาล เมื่อทางแอปเปิลขายเฉพาะโทรศัพท์ไปได้ถึง 61 ล้านเครื่องเฉพาะในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาไตรมาสเดียว
ซึ่งนั่นก็ทำให้แอปเปิลมั่นใจว่า พวกเขาน่าจะมีผู้ใช้บริการมากถึง 100 ล้านคน และบรรดานักวิเคราะห์ทั้งหลายก็มองด้วยรู้สึกไม่ต่างกันว่า แอปเปิล มิวสิค จะกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญในตลาดเพลงสตรีมมิงทันที ที่เปิดให้บริการ
จากเรื่อง เมื่อแอปเปิลโดดเข้าสู่สงครามสตรีมมิง โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 16 มิถุนายน 2558
สามารถกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่















