จากที่เคยใช้ติดต่อสื่อสารกันธรรมดาในยุคแรกๆ ปัจจุบันอินเตอร์เน็ทกลายเป็นสิ่งที่มากกว่าเคยเป็น โดยเฉพาะการเชื่อมโลกให้เข้าถึงกันได้ง่ายขึ้นและใกล้ขึ้น รวมไปถึงกลายเป็นจุดกำเนิดของโลกใหม่ เป็นโลกที่เชื่อมต่อกันด้วยระบบอินเตอร์เน็ท เป็นโลกที่หลายๆ คนเรียกว่าโลกเสมือน ที่ผู้คนพบปะติดต่อกันได้โดยที่ไม่ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิดกัน
ที่สำคัญมันนำมาซึ่งธุรกิจใหม่ๆ รวมไปถึงสื่อใหม่ ที่ทำให้การทำธุรกิจในรูปแบบเดิมๆ ต้องเปลี่ยนแปลงไป อย่าง ธุรกิจดนตรี จากที่เคยขายแผ่นเสียง, คาสเส็ทท์, ซีดี มาวันนี้ก็กลายเป็น ดิจิตอล ดาวน์โหลด และล่าสุดกับรูปแบบการขายที่กำลังเติบโตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่าง บริการฟังเพลงสตรีมมิง ที่ ‘น่าจะ’ ทำให้การขายงานเพลง การส่งต่อผลงานเพลงไปถึงคนฟังง่ายขึ้น สะดวกขึ้น
แต่เหรียญมีสองด้าน ดาบมีสองคม การทำธุรกิจดนตรีในโลกออนไลน์ก็ใช่ว่าจะดีไปทุกอย่าง มีแต่คนเห็นด้วยไปทั้งหมด
และหนึ่งในสมาชิกของวงดนตรีร็อคระดับตำนาน โรเจอร์ ดัลทรีย์ แห่งเดอะ ฮูว์ ก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามไปกับอินเตอร์เน็ท ที่สำคัญเขามองว่านี่ละคือตัวการสำคัญในการทำลายธุรกิจเพลง โดยที่ทางวงเองก็คิดไม่ต่างกัน และจะไม่มีการปล่อยงานของวงที่ยังไม่เคยออกจำหน่ายมาก่อนออกมา ขณะที่ “ผมมีอย่างอื่นทำให้สิ้นเปลืองเงินทองอยู่แล้ว”
นั่นก็เพราะทางวง และดัลทรีย์เองมองว่า อินเตอร์เน็ทกลายเป็นช่องทางที่จะสูญเสียเงินทองไปเปล่าๆ ปลี้ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ดัลทรีย์ยังกล่าวโจมตีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมดนตรีจากอินเตอร์เน็ทว่า มันคือ “การขโมยครั้งมโหฬารที่สุดในประวัติศาสตร์”
โดยดัลทรีย์เปิดให้สัมภาษณ์เนื่องในโอกาสที่ทางวงจะได้เป็นวงหลักในเทศกาลดนตรี Isle Of Wight Festival กล่าวว่า “อินเตอร์เน็ททำให้รู้สึกเหมือนกับบรรดานักดนตรีทำอะไรลงไปเพื่ออะไรก็ไม่รู้ พวกเขาถูกขโมย ฉกฉวยไปในทุกวัน อินเตอร์เน็ทเป็นตัวที่ทำลายสิ่งต่างๆ อย่างช้าๆ แต่แน่นอน ผมไม่คิดว่ามันพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน มันก็แค่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าต้องทำงานมากขึ้น แล้วรู้สึกว่าตัวเองต้องการอะไรมากขึ้น แต่ทั้งหมดมันเป็นเรื่องไร้สาระ”
ดัลทรีย์เสริมอีกด้วยว่า อินเตอร์เน็ททำให้เป็นไปได้ยากที่เดอะ ฮูว์ จะออกงานเพลงที่ไม่เคยมีการปล่อยวางจำหน่ายออกมา “ไม่มีค่าโรบัลตี เพราะฉะนั้นผมเลยมองไม่เห็นว่ามันจะเกิดขึ้นได้ยังไง ไม่มีธุรกิจการขายแผ่นเสียง, ซีดี แล้วพวกคุณจะเอาเงินที่ไหนมาทำเพลงล่ะ? ที่แน่ๆ ก็มีผมคนหนึ่งละที่จะไม่จ่ายเงินเพื่อให้เพลงของผมกลายเป็นของฟรี ผมไม่สามารถเลี้ยงชีวิตได้ด้วยการทำแบบนั้น ผมมีอย่างอื่นๆ ที่ทำให้สิ้นเปลืองเงินทองอยู่แล้ว”
แม้จะรู้สึกถึงความยากลำบากในการทำงานเพลง แต่ดัลทรีย์ก็เผยด้วยว่า ตัวเขาเองกำลังทำงานเดี่ยวชุดแรกอยู่ ซึ่งจะเป็นโซโลอัลบั้มชุดแรกนับตั้งแต่งานชุด Rocks In The Head เมื่อปี 1992 “ผมได้ห้าเพลงเจ๋งๆ มาละ แล้วกำลังทำอีกสักห้าเพลงที่เยี่ยมไม่แพ้กัน ผมเริ่มต้นด้วยการเป็นนักร้องโซล แต่ผมไม่เคยทำอัลบั้มเพลงโซลเลย ผมกำลังทำงานในทางนั้น ซึ่งทำให้ได้ใช้เสียงในแบบที่หลายๆ คนไม่เคยได้ยินมาก่อน”
นอกจากทำงานเดี่ยวของตัวเองแล้ว ดัลทรีย์ก็กำลังเขียนหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเอง หลังจากเพื่อนร่วมวงอย่าง พีท ทาวน์เช็นด์ ตีพิมพ์หนังสือ Who I Am ออกมาในปี 2012 ไปก่อนแล้ว “ผมกำลังเขียนหนังสือความทรงจำของตัวเอง” แต่ “ผมจะปล่อยมันออกมาถ้ามันเป็นหนังสือที่ดี และไมสนด้วยว่ามันจะใช้เวลาเขียนนานแค่ไหน”
พูดแบบนี้ ก็น่าจะรอนาน เพราะกับอัลบั้มเดี่ยว ตอนนี้ก็ร่วมๆ 25 ปีแล้ว ที่ดัลทรีย์ใช้เวลาในการทำงาน
จากเรื่อง อินเตอร์เน็ทในสายตาของศิลปินรุ่นใหญ่ โรเจอร์ ดัลทรีย์ แห่ง The Who คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ โดย นพปฎล พลศิลป์ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 3 มิถุนายน 2558















