เว็บไซท์ (อดีตเป็นนิตยสาร) เอ็นเอ็มอี ของอังกฤษ เปิดให้แฟนๆ เลือกเพลงยอดเยี่ยมของปี 2016 ซึ่งมีด้วยกัน 20 เพลง จากอันดับ 20-11 ได้รู้กันไปแล้วว่ามี Shut Up Kiss Me – แองเจิล โอลเซน, A 1000 Times – แฮมิลตัน ไลท์เฮาเซอร์ + รอสแทม, Charlemagne – Blossoms, One Dance – เดรค, Lite Spots – เคย์ตรานาดา, Good Grief – Bastille, Cool Girl – โทฟ โล, New Song – Warpaint, The Sound – The 1975, Lazarus – เดวิด โบวี และนี่คือ 10 อันดับสุดท้าย
ติดตามอ่านเรื่องราว ข่าวสาร ชมตัวอย่าง ชมคลิป ชม MV อ่านวิจารณ์หนังและเพลง ได้ด้วยการกดไลค์เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่
10) ชาร์ลี เอ็กซ์ซีเอ็กซ์ – ‘After The Afterparty’: พลังหญิงแข็งแรงกันสุดๆ ในเพลงนี้ งานเทคโนฝันเฟื่องที่เคลือบด้วยลูกกวาด ในแบบที่ทำให้นึกถึง Spice Girls จากโปรดิวเซอร์ เมเจอร์ เลเซอร์ “I got glitter in my underwear like it was Studio 54” ชาร์ลีว่าเอาไว้ ก่อนที่ลิล แยชทีจะเข้ามาร่วมบรวงสรวงงานปาร์ตี
9) เลดี เลเฌอร์ร์ – ‘Where Are You Now?’: ราชินีเพลงไกรม์จากเบอร์มิงแฮม กับความใจร้อน, หลุดหงิด ที่แสนสนุก ซึ่งท้าทายศิลปินแนวทางเดียวกัน อย่าง ดิซซี ราสเซิล สุดๆ ขณะที่ท่อนร้องรับเชิญจากไวลีย์ ถือเป็นไอซิงชั้นดีให้กับเค้กที่แสนอร่อยชิ้นนี้ .
8) สเค็ปตา – ‘Man’: “I got bars like Camden Town” สเค็ปตาว่าเอาไว้แบบไม่ยี่หระ ในเพลงเนื้อหาหนักแต่ฟังสนุกเพลงนี้ ซึ่งผสมผสานกันระหว่างเรื่องราวในลอนดอนตอนเหนือ กับการป่าวร้องผ่านโซเชียลมีเดีย นี่คือการแสดงความชื่นชมกับดื่มอวยพรให้กับเพื่อนๆ ของศิลปินจากท็อทแนม ด้วยจังหวะหนักๆ และจริงจัง
7) คานเย เวสท์ – ‘Ultralight Beam’: เพลงกอสเพลงดงามเปิดอัลบั้ม The Life Of Pablo ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า คานเย่ ก็ชิลล์ได้หากเขาต้องการ และไปได้ไกลกว่านั้นด้วยแขกรับเชิญ แชนซ์ เดอะ แร็ปเปอร์ ที่แสดงให้เห็นว่า ยักษ์ใหญ่ฮิพ-ฮ็อพรายนี้ ก็ร่วมงานกับคนอื่นๆ ได้เพื่อสร้างงานที่ยอดเยี่ยมขึ้นมา
6) บียอนเซ – ‘Formation’: ปีนี้ไม่มีภาพลักษณ์วัฒนธรรมป็อปรายไหนที่โดดเด่นได้ อย่างที่บียอนเซ่แสดงให้เห็นในวิดีโอของเพลงนี้ ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง นี่คือการแสดงการชื่นชมวัฒนธรรมของคนผิวดำ ในกลวิธีที่แยบยล และเหนือกว่าที่เคยมี ได้อย่างน่าประทับใจสุดๆ
5) คริสทีน แอนด์ เดอะ ควีนส์ – ‘Tilted’: หนึ่งในหลายๆ เพลงที่หยุดหูคุณได้สำเร็จ โดยเป็นเพลงฉบับภาษาอังกฤษของ Christine เพลงฮิตในฝรั่งเศส จากคริสทีน แอนด์ เดอะ ควีนส์ โดยไม่มีอะไรที่หายไปจากการแปลความหมาย ยิ่งไปกว่านั้น การเป็นเพลงอิเลคโทร-ป็อปแสนงดงาม ที่มาพร้อมกับความนุ่มนวลในแบบอาร์แอนด์บี ยังทำให้เพลงนี้ไร้กาลเวลา
4) อิกกี ป็อป – ‘Gardenia’: เสียงทุ้มต่ำอย่างกับต้านทานแรงลมอันน่าชื่นชมของอิกกี ป็อป คือแกนนำสำคัญของที่มีสีสันแบบงานการาจเพลงนี้ ที่กลายเป็นการแสดงความเป็นเลนนาร์ด โคเฮนในตัวเองของป็อปออกมา ขณะที่จอช ฮอมม์ ก็พาดนตรีลงไปในท้องถนนที่หม่นมืด ไม่น่าไว้ใจ
3) Chance The Rapper – ‘All Night’: แม้ Colouring Book งานรวมเพลงชุดที่ 3 ของชานซ์ เดอะ แร็ปเปอร์ อาจจะถูกยกมาพูดถึงจากคนที่สนใจเรื่องจิตวิญญาณหนักหนา หากเขาก็ไม่ปล่อยให้ความคิดที่ว่า กลายเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนดีๆ นี่คืองานเพลงฮิพ-ฮ็อพยุคทอง ที่แจมกับเพลงเต้นรำได้อย่างเฉียบขาด
2) The 1975 – ‘Somebody Else’: แม็ทท์ ฮีลี ปรับสู่โหมดอกหักเต็มตัว ในเพลงสวยๆ ที่ค่อยๆ เผาไหม้จิตใจอย่างช้าๆ ซึ่งฟังอย่างกับยกบรรยากาศส่วนหนึ่งมาจากหนังเรื่อง Drive และอย่าลืมว่า ในมิวสิค วิดีโอ แม็ทตีก็ทำรักกับตัวเองในรถอีกต่างหาก
1) Rihanna – ‘Work’: เพลงกระหน่ำซ้ำฟลอร์ที่ฮ็อตสุดๆ สำหรับปี 2016 ซึ่งเป็นการจับคู่กันที่ลงตัวทางด้านดนตรี และเป็นอีกครั้งที่ริห์อันนากับเดรคเกี้ยวพาราสีกันในเพลง “If you had a twin / I would still choose you” เสียงคร่ำครวญของเดรค ว่าเอาไว้ในเพลงนี้
จากเรื่อง 20 เพลงดีของเอ็นเอ็มอี (จบ) คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ โดย นพปฎล พลศิลป์ หนังสือพิมพ์ ไทยโพสท์ วันที่ 12 มกราคม 2560















