5 เพลงสุดท้ายจากการโหวทเลือก 10 สุดยอดเพลงจากยุคบริท-ป็อปของคนอ่านหนังสือ โรลลิง สโตน

SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

จากเพลง Coffee & TV ของ Blur ที่อยู่ในอันดับ 10 ไล่เรียงไปจนถึง Parklife ของเบลอร์เช่นกันในอันดับ 6 ซึ่งมี Champagne Supernova ของ Oasis, Song 2 – เบลอร์, Wonderwall – โอเอซิส มาคั่น

วันนี้จะเป็น 5 อันดับสุดท้ายของสุดยอดเพลงบริท-ป็อป จากการเลือกของแฟนนิตยสารโรลลิง สโตน

ซึ่งไม่ต้องแปลกใจที่มีงานของวงดนตรีไม่กี่วงที่ถูกเลือก เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้ว มีวงบริท-ป็อปไม่มากนักหรอก ที่ก้าวไปเป็นที่รู้จักในอเมริกาได้

สามารถกดไลค์ Like เพจสะเด่าส์ ได้ที่นี่

 

5 Blur, Girls and Boys: ซิงเกิลเปิดตัวอัลบั้ม Parklife ที่ปล่อยออกมาในเดือนมีนาคม 1994 และกระโดดไปถึงอันดับ 5 ของชาร์ทเพลงฮิตฝั่งอังกฤษ ซึ่งถือเป็นการประกาศการเริ่มต้นปีอันยิ่งใหญ่ของบริท-ป็อป เพลงที่สดใสและสนุกสนานเพลงนี้คือเพลงป็อปที่ดีที่สุดของเบลอร์ และพวกเขายังเอาไปเล่นในคอนเสิร์ท ภาพปกซิงเกิลนั้นมาจากซองถุงยางคุมกำเนิด ซึ่งสะท้อนถึงโทนของเพลงเป็นอย่างดี “Love in the Nineties is paranoid” เนื้อร้องว่าเอาไว้ “On sunny beaches/Take your chances looking for/Girls who are boys/Who like boys to be girls” มองกันแค่นี้ เบลอร์กำลังจะครองวงการเพลงในปีนั้น แต่เพียงอีกไม่กี่เดือนถัดมา ก็มีอัลบั้ม Supersonic จากวงหน้าใหม่ที่ชื่อ โอเอซิส ออกมา และสงครามก็เริ่มขึ้น

4 Oasis, Live Forever: ในหลายๆ ทัศนะ Live Forever คือเพลงแจ้งเกิดให้โอเอซิส Noel Gallagher แต่งเพลงนี้ในปี 1991 ขณะทำงานในบริษัทก่อสร้าง โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Shine a Light ของ the Rolling Stones นี่คือเพลงแรกๆ ที่วงบันทึกเสียงเมื่อรวมตัวกันสำเร็จ แล้วก็เป็นเพลงที่ทำให้พวกเขาได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง เพลงที่ท่วงทำนองปลุกใจ สวยงามเพลงนี้ คือซิงเกิลที่ 3 ของอัลบั้ม Definitely Maybe ที่พวกเขาเดินสายโปรโมทอัลบั้มอย่างไม่มีท้อถอย และตอนได้ออกรายการของ David Letterman ครั้งแรก พวกเขาเล่นเพลงนี้และช่วยให้ได้แฟนเพลงใหม่ๆ ที่เป็นชาวอเมริกันตรึม

3 The Verve, Bitter Sweet Symphony: วงร็อคแทบทุกวงต่างฝันว่าจะแต่งเพลงแจ้งเกิดได้อย่าง Bitter Sweet Symphony แต่สำหรับเดอะ เวิร์ฟ ความฝันของพวกเขาค่อยๆ กลายเป็นฝันร้าย เมื่อเพลงนี้แซมพลิงงานของวง Andrew Oldham Orchestra ที่เล่นเพลงฮิตเมื่อปี 1965 The Last Time ของเดอะ สโตนส์มาใช้ ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิ์คือ บริษัท ABKCO ของ Allen Klein และเขาก็ฟ้องศาลเพื่อต้องการถือสิทธิ์เต็มๆ ของเพลงนี้ด้วย คดียืดเยื้ออยู่นาน ก่อนจะลงเอยกันได้นอกศาล “ทนายเฮงซวยนี่เขี้ยวชิบ” Keith Richards พูดเอาไว้ในปี 1999 “ถ้าเดอะ เวิร์ฟสามารถแต่งเพลงที่ได้กว่าได้ พวกเขาก็ควรจะได้เงิน” ปัญหาที่เกิดกับ Bitter Sweet Symphony ไม่สามารถทำให้เดอะ เวิร์ฟเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้ พวกเขาแตกวงกันในปี 1999 และกลับมารวมตัวกันสั้นๆ ในอีก 8 ปีต่อมา

2 Oasis, Don’t Look Back In Anger: หนัง Don’t Look Back ของ Bob Dylan ออกฉายในปี 1967 อีก 12 ปีต่อมา David Bowie ก็มีปล่อยเพลง Look Back in Anger ให้ฟังกัน และชื่อของทั้งสองเพลงก็มารวมกันเป็นชื่อเพลงแรกของโอเอซิส ที่แสดงให้เห็นศักยภาพในการเป็นนักร้องของโนล ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในคนแต่งเพลงชั้นเยี่ยมอยู่แล้ว เขาบอกว่าเพลงนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่าง the Beatles และ บ็อบ ดีแลน ในโชว์เดี่ยวของโนล เขาหยิบเพลงของโอเอซิสมาเล่นไม่กี่เพลง แต่นี่คือเพลงที่เขามักใช้ปิดการแสดง และถือเป็นการจบค่ำคืนที่เยี่ยมยอด

1 Pulp, Common People: ในปี 1988 ตอนที่ Jarvis Cocker ยังเรียนอยู่ที่ Central Saint Martins College of Art and Design เขาริจีบสาวผู้มั่งคั่งจากกรีซ ที่ตัวเองไปปิ๊ง และเธอก็พูดถึงคำว่า อยากใช้ชีวิตเหมือน “คนธรรมดา” (common people) คำนี้โดนและติดอยู่ในความทรงจำของเขา และเป็นแรงบันดาลใจให้เขาแต่งเพลง Common People ที่กลายเป็นเพลงฮิตระเบิดในอังกฤษ และมีชีวิตอันยาวนานกระทั่งหลังวงของเขาแตก รวมไปถึงทำให้เพลงดีๆ เพลงอื่นๆ ของพัลพ์ต้องหมอง ที่มาของเพลงกลายเป็นตำนาน จนทำให้คนมากมายพยายามหาตัวของหญิงสาวชาวกรีกคนนั้น และในเดือนเดียวกับที่เพลงนี้ดัง ก็มีรายงานว่า เธอน่าจะเป็น Danae Stratou ภรรยารัฐมนตรีคลังของกรีก แต่ยังมีอีกหลายคนที่ถูกยกขึ้นมาเทียบ แต่ไม่มีใครรู้คำตอบที่แท้จริง และความลับที่ยังคงอยู่ ก็ทำให้เพลงนี้ยังคงเย้ายวนใจ และมีพลังกระทั่ง William Shatner (กัปตันเคิร์กจาก Star Trek) ถึงกับต้องเอาไปคัฟเวอร์เลย

จากเรื่อง 10 สุดยอดเพลงจากยุคบริท-ป็อป (จบ) โดย นพปฎล พลศิลป์ คอลัมน์ ดนตรีมีเหตุ หนังสือพิมพ์ไทยโพสท์ วันที่ 16 กรกฎาคม 2558


SHARE THIS
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

Author: Sadaos

พบข่าวสารจากวงการหนัง-เพลง ภาพสวยของดาราสาว, วิจารณ์-แนะนำ งานเพลง, ภาพยนตร์ และรับสั่งซื้อ CD/ DVD ทั้งในและต่างประเทศ. Sadaos Is entertainment news page and online shop for people who love movie and music. We sell many entertainment items like used and new DVD, CD, postcards, accessory, souvenirs.

Share This Post On

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Time limit is exhausted. Please reload CAPTCHA.