UNDER THE SKIN: ไม่อาจจะพูดได้ว่าเข้าอกเข้าใจหนังเรื่องนี้อย่างครบถ้วน แต่ Under the Skin ก็อยู่ห่างไกลจากการเป็นหนังที่ดูไม่รู้เรื่อง หรือหนังที่สร้างแบบส่งเดช ตามอำเภอใจ และอันที่จริง มันเป็นหนังที่มู้ดและโทนทั้งพิลึกกึกกือมากๆ และมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาดมากๆ (มีความรู้สึกว่า บรรยากาศหลอนๆและเหวอๆ ของมันคล้ายคลึงกับหนังเรื่อง Donnie Darko อยู่เหมือนกัน) อีกทั้งสไตล์การบอกเล่า-ที่หลายครั้งหลายครา ปล่อยให้ความคลุมเครือเข้าครอบงำ หรือผู้ชมต้องอนุมานและสันนิษฐานเอาเองว่ามันเกิดอะไรขึ้น อะไรเป็นตัวแปรที่ทำให้ตัวละครเปลี่ยนพฤติกรรม
จริงๆแล้ว premise ของเรื่อง-ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน มนุษย์ต่างดาวที่เดินทางมายังโลกมนุษย์ แล้วสวมใส่เรือนร่างของหญิงสาวที่ทรวดทรงองค์เอวอวบอัด และล่าเหยื่อที่เป็นชายหนุ่มซึ่งล้วนแล้วพากันมาติดกับดักเนื่องเพราะอยากจะขึ้นเตียงกับเธอทั้งสิ้น
แต่แล้วเหตุการณ์บางอย่างก็ทำให้พฤติกรรมของเอเลี่ยนนางนั้นเปลี่ยนแปลงไป ทำนองว่าแทนที่เธอจะ ‘สวย สูบ มนุษย์’ ตามชื่อภาษาไทยของหนังเรื่องนี้ คลับคล้ายว่าเธอถูกความเป็นมนุษย์แปดเปื้อนและมันกลับสูบความเป็นเอเลี่ยนของเธอ จริงๆแล้ว ไม่อยากจะด่วนสรุปมากไปกว่านี้ เพราะกลัวว่าหากได้ดูหนังเรื่องนี้อีกรอบ มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่ตัวเองเข้าใจก็ได้
แม้ว่าโดยส่วนตัว จะเป็นแฟนสคาร์เล็ทท์ โจแฮนส์สันมาตั้งแต่น้องหนูนมยังไม่ตั้งเต้า (the horse whisperer) แต่ก็ไม่เคยใส่ใจว่าน้องเขาเคยเล่นหนังเปลื้องผ้ามาแล้วบ้างหรือไม่และกี่เรื่อง-ซึ่งปรากฏว่า ข้อมูลระบุว่าไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียว และบัดนี้ คงจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบังอำพรางอีกต่อไป (เพราะมีการตีข่าวใน imdb ค่อนข้างครึกโครม) หากจะบอกว่า Under the Skin เป็นผลงานปฐมฤกษ์
แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่พิเศษมากๆ และมันก็เหมาะกับหนังที่พิเศษมากๆ ข้อสำคัญ มันไม่ใช่การโชว์เนื้อหนังมังสาเพื่อยั่วยุและกระตุ้นเร้าทางเพศ (ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ก็คงจะน่าเศร้า) แต่มันเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับชื่อหนังและความหมายที่พูดถึงเปลือกนอกกับสิ่งที่อยู่ภายใน-ได้อย่างแยบยล
โดย ประวิทย์ แต่งอักษร
ที่มา https://www.facebook.com/photo.php?fbid=300167436801007&set=a.104326393051780.11403.100004232590256&type=1&theater















